1.1 เพื่อยกระดับโรงเรียนศูนย์ฯ ให้เป็น "ศูนย์ข้อมูลทางวิชาการ" (Data Hub) ที่มีฐานข้อมูลครูและคลังนวัตกรรม SMT ที่เป็นระบบและทันสมัย
1.2 เพื่อพัฒนาครูผู้สอนให้สามารถสร้างสรรค์ "นวัตกรรมการเรียนรู้" (Innovation) ที่ตอบโจทย์ผู้เรียนและสามารถใช้เป็นต้นแบบได้
1.3 เพื่อสร้างเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเผยแพร่ผลงานนวัตกรรมของครูสู่เครือข่ายวิชาชีพ
ดำเนินการตรวจสอบและรายงานตัวผู้เข้ารับการอบรมผ่านระบบฐานข้อมูลครู SMT (Check-in) ได้ครบถ้วน 100% โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือครูผู้สอนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี (SMT) เข้าร่วมจำนวน 50 คน
ผู้เข้ารับการอบรมได้ฝึกปฏิบัติการออกแบบและจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุกบูรณาการด้วยกรอบแนวคิด TPACK และเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI Tools) เกิดเป็นร่างนวัตกรรมต้นแบบครบจำนวน 50 ชิ้นงาน
มีการจัดทำแนวทางการจัดเก็บข้อมูลเพื่อพัฒนาสู่แนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) เข้าสู่คลังนวัตกรรมของศูนย์กลางข้อมูลและนวัตกรรมทางวิชาการ (Data Hub & Innovation) จำนวน 1 ระบบ
โรงเรียนอนุบาลเพชรบูรณ์มีความพร้อมและก้าวสู่การเป็น "ศูนย์ข้อมูลทางวิชาการและนวัตกรรม (Data Hub & Innovation)" ที่สามารถเป็นพี่เลี้ยงและแหล่งเรียนรู้ให้แก่โรงเรียนเครือข่ายได้อย่างเข้มแข็ง
ครูผู้สอนได้รับการพลิกโฉมบทบาทสู่การเป็นผู้อำนวยการเรียนรู้ (Facilitator) และมีนวัตกรรมต้นแบบที่ผ่านการวิพากษ์และให้ข้อเสนอแนะเชิงวิชาการ (Show & Share) เพื่อนำไปทดลองใช้จริงในสถานศึกษาช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม 2569
| ที่ | ตัวชี้วัด | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|---|
| 1 | มีระบบฐานข้อมูลครู SMT ของโรงเรียนศูนย์ฯ และเครือข่าย ครบถ้วน | สำเร็จครบถ้วน 100% ตามข้อมูลการ Check-in เข้าสู่ระบบฐานข้อมูลครู SMT |
| 2 | ครูผู้เข้าร่วมโครงการสร้างสรรค์นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ (เช่น แผนการสอนแนวใหม่, สื่อดิจิทัล, ชุดกิจกรรม) จำนวน 50 ชิ้นงาน | ครูผู้เข้าร่วมโครงการสามารถจัดทำโครงร่างนวัตกรรมต้นแบบได้บรรลุเป้าหมายจำนวน 50 ชิ้นงาน |
| 3 | โรงเรียนศูนย์ฯ มีความพร้อมในการให้บริการข้อมูลและเป็นแหล่งศึกษาดูงานด้านนวัตกรรม SMT ที่เป็นรูปธรรม | โรงเรียนอนุบาลเพชรบูรณ์มีความพร้อมเป็นศูนย์ข้อมูลทางวิชาการที่มีฐานข้อมูลครูและคลังนวัตกรรม SMT ที่เป็นระบบและทันสมัย |
| 4 | ระดับความพึงพอใจของผู้รับบริการที่มีต่อ "Hub ทางวิชาการ" | อยู่ในระดับดีมาก จากการสร้างเครื่องมือและรวบรวมข้อมูลผลการประเมินความพึงพอใจโดยคณะกรรมการฝ่ายประเมินผล |
ระยะเวลา: 1 เม.ย. 2569 ถึง 30 เม.ย. 2569
วิธีการดำเนินงาน:ดำเนินการสำรวจและรวบรวมข้อมูลบัญชีรายชื่อครูผู้สอนวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี (SMT) ในระดับประถมศึกษา เพื่อจัดทำเป็นระบบฐานข้อมูลตั้งต้น
รวมถึงการออกแบบและเตรียมความพร้อมระบบการตรวจสอบและรายงานตัวผ่านระบบฐานข้อมูลครู SMT (Check-in) เพื่อใช้สำหรับการลงทะเบียนผู้เข้ารับการอบรม
ได้ฐานข้อมูลรายชื่อครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เป็นเป้าหมายในการเข้าร่วมโครงการ จำนวน 50 คน
และระบบมีความพร้อมสำหรับการใช้งานเพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์ข้อมูลทางวิชาการ (Data Hub) อย่างเป็นระบบ
งบประมาณเบิกจ่ายตามเอกสาร: 0.00 บาท
ระยะเวลา: 1 พ.ค. 2569 ถึง 31 พ.ค. 2569
วิธีการดำเนินงาน:-จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “สร้างนวัตกรการจัดการเรียนรู้ SMT” ในวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 08.30 - 16.30 น. ณ ห้องประชุมอาคารศูนย์พัฒนาศักยภาพการศึกษาและอาชีพ โรงเรียนอนุบาลเพชรบูรณ์
โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือครูผู้สอน SMT จำนวน 50 คน กิจกรรมประกอบด้วยการบรรยายพิเศษเรื่องการพลิกโฉมครู SMT สู่ผู้อำนวยการเรียนรู้ (Facilitator) ด้วยกรอบแนวคิด TPACK Framework และการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)
จากนั้นเป็นการฝึกปฏิบัติการ (Workshop) การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI Tools) สนับสนุนการผลิตสื่อนวัตกรรม ปิดท้ายด้วยการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Show & Share) เพื่อนำเสนอโครงร่างนวัตกรรมต้นแบบ (Pitching Idea) โดยได้รับความอนุเคราะห์วิทยากรจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ นำโดย ผศ.ดร.อาทิตยา ขาวพราย
ผู้เข้ารับการอบรมทั้ง 50 คน มีความรู้ความเข้าใจในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี และสามารถจัดทำโครงร่างนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ SMT หรือแผนการจัดการเรียนรู้ต้นแบบได้บรรลุเป้าหมาย จำนวน 50 ชิ้นงาน (Innovation Sandbox)
พร้อมทั้งได้รับการวิพากษ์และให้ข้อเสนอแนะเชิงวิชาการเพื่อนำไปพัฒนาความสมบูรณ์ของชิ้นงานต่อไป
งบประมาณเบิกจ่ายตามเอกสาร: 10,500.00 บาท
ระยะเวลา: 1 มิ.ย. 2569 ถึง 31 ก.ค. 2569
วิธีการดำเนินงาน:ส่งเสริมให้ครูผู้สอนนำโครงร่างนวัตกรรมและแผนการจัดการเรียนรู้ที่ผ่านการวิพากษ์ไปทดลองใช้จริงในชั้นเรียน โดยบูรณาการการติดตามและให้คำปรึกษาทางวิชาการกับการนิเทศภายในสถานศึกษาและการนิเทศของศึกษานิเทศก์ผู้ดูแลศูนย์ สสวท. เพื่อให้ครูนำผลการจัดการเรียนรู้และข้อเสนอแนะไปปรับปรุงนวัตกรรม
ดำเนินการติดตามการจัดการเรียนรู้ตามกรอบ PISA และการพัฒนาครูแกนนำวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี (SMT) โดยใช้การสนทนาร่วมกับผู้บริหารและครู การพิจารณาแผนการเรียนรู้ และการให้ข้อเสนอแนะเพื่อเชื่อมโยงกิจกรรมกับปัญหาและความต้องการของผู้เรียน
ดำเนินการพัฒนาและทดลองใช้นวัตกรรมในชั้นเรียนแล้ว โดยบูรณาการการนิเทศภายในร่วมกับการนิเทศของศึกษานิเทศก์ผู้ดูแลศูนย์ สสวท. ตามข้อมูลที่ผู้รับผิดชอบโครงการยืนยัน
รายงานนิเทศในระบบ SASR วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ระบุว่าครูมีความเข้าใจแนวทางการจัดการเรียนรู้ตามกรอบ PISA และสามารถออกแบบกิจกรรมจากสถานการณ์ใกล้ตัวให้ผู้เรียนวิเคราะห์หลักฐานและอธิบายเหตุผลประกอบคำตอบ ทั้งนี้ ได้กำหนดแนวทางติดตามให้คำปรึกษาครูแกนนำ SMT เป็นระยะ และวางแผนรวบรวมตัวอย่างนวัตกรรมหรือกิจกรรมที่ได้ผลเข้าสู่คลังกลางของโรงเรียนเพื่อขยายผล
หลักฐานช่วงกิจกรรมนี้: รายงานและภาพการนิเทศวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ในระบบ SASR โรงเรียนอนุบาลเพชรบูรณ์ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569
https://www.sasr-pbn1.com/sasr/?p=nited/school-report&school_id=67010048&year=2569&term=1
หมายเหตุ: ผลประเมินจากแผนการสอนที่ลงวันที่ 24 สิงหาคม 2569 แยกเป็นผลติดตามเพิ่มเติมในช่วงสรุปโครงการ ไม่ใช้ยืนยันผลในช่วงเดือนมิถุนายน–กรกฎาคม 2569
งบประมาณเบิกจ่ายตามเอกสาร: 0.00 บาท
ระยะเวลา: 1 ส.ค. 2569 ถึง 29 ส.ค. 2569
วิธีการดำเนินงาน:รวบรวมและสรุปผลการพัฒนานวัตกรรมจากหลักฐานการจัดการเรียนรู้และการนิเทศติดตาม พร้อมเผยแพร่ผลงานผ่านงานมหกรรม “อนุบาลเพชรบูรณ์ 161 นวัตกร พลังขับเคลื่อนการจัดการศึกษาคุณภาพ” เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 ณ หอประชุมพัฒนาศักยภาพการศึกษาและอาชีพ โรงเรียนอนุบาลเพชรบูรณ์ แห่งที่ 2
ภายในงานมีการนำเสนอวีดิทัศน์การบริหารการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์และนวัตกรรมของรองผู้อำนวยการโรงเรียน 4 ท่าน การนำเสนอแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ประจำสายชั้น และการจัดแสดงผลงานนวัตกรรมและผลการปฏิบัติตามข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA) ของครูผู้สอน โดยประธานในพิธีและคณะผู้บริหารเยี่ยมชมผลงาน มอบเกียรติบัตรและโล่รางวัล และสรุปผลการดำเนินงานก่อนปิดงาน
1. มีการนำเสนอและเผยแพร่ผลงานนวัตกรรมของครูและแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศประจำสายชั้นต่อผู้บริหารและผู้ร่วมงาน พร้อมมอบเกียรติบัตรและโล่ “ครูผู้นำนวัตกรยอดเยี่ยม Best of the Best” แก่บุคลากรที่มีผลงานโดดเด่น และเผยแพร่ข่าวกิจกรรมผ่านเพจโรงเรียนอนุบาลเพชรบูรณ์
2. ผลติดตามเพิ่มเติมในช่วงสรุปโครงการ: บันทึกหลังสอนเรื่องการเขียนโปรแกรม Scratch ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ของนายเจษฎากร สร้อยมี ลงวันที่ 24 สิงหาคม 2569 ระบุว่าผู้เรียน 30 คนผ่านจุดประสงค์ด้านความรู้และด้านทักษะ คิดเป็นร้อยละ 100 ของกลุ่มที่ประเมิน แต่ยังพบผู้เรียน 2 คนต้องพัฒนาความคล่องด้านทิศทางมุมองศาและลำดับคำสั่ง โดยเสนอให้ใช้เพื่อนช่วยเพื่อนและคำแนะนำรายบุคคล ผลนี้เป็นผลเฉพาะแผนและกลุ่มผู้เรียนดังกล่าว ไม่ใช่ผลเฉลี่ยรวมของโครงการ
3. แผนวิทยาศาสตร์เรื่องประเภทหิน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1 ของนางสาวภัททราพร แก้วย้อย มีผลประเมินผู้เรียน 39 คน คะแนนใบงานเฉลี่ยร้อยละ 92.31 พร้อมข้อค้นพบเรื่องเวลาจัดกิจกรรมจำกัด อย่างไรก็ดี หน้าบันทึกผลไม่ระบุวันที่ จึงใช้เป็นหลักฐานประกอบผลรายเรื่อง และไม่ระบุว่าเป็นผลที่เกิดขึ้นในวันนิเทศ 17 กรกฎาคม 2569
4. ตรวจรวบรวมประเด็นปัญหาและข้อเสนอแนะจากแผนการสอนและรายงาน SASR เพื่อใช้ปรับปรุงการจัดเวลา การช่วยเหลือผู้เรียนรายบุคคล และการจัดเก็บหลักฐานนวัตกรรม
หลักฐาน: ข่าวและภาพงานวันที่ 29 สิงหาคม 2569 https://www.facebook.com/share/p/1bTSKhhBF7/ ; 03_แผนScratch_พร้อมผลและPeerCoaching.pdf หน้า 5; 04_แผนวิทยาศาสตร์_ประเภทหิน_พร้อมผล.pdf หน้า 5 และ 10–11 จากชุดหลักฐานนิเทศโรงเรียนอนุบาลเพชรบูรณ์ใน iCloud
หมายเหตุ: “161 นวัตกร” เป็นชื่อกิจกรรมตามข่าว ไม่ใช้แทนจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการหรือจำนวนชิ้นงานที่ตรวจนับได้
งบประมาณเบิกจ่ายตามเอกสาร: 0.00 บาท
การดำเนินโครงการมุ่งพัฒนาครูวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีให้สามารถจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 โดยครูจำนวน 50 คนได้ฝึกออกแบบการเรียนรู้เชิงรุกตามกรอบ TPACK และใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ช่วยจัดทำสื่อและกิจกรรมการเรียนรู้ ได้โครงร่างนวัตกรรมต้นแบบจำนวน 50 ชิ้นงาน ซึ่งผ่านการนำเสนอและรับข้อเสนอแนะเพื่อนำไปปรับปรุงและทดลองใช้ในชั้นเรียน ควบคู่กับการจัดทำฐานข้อมูลครูเพื่อเตรียมความพร้อมของโรงเรียนอนุบาลเพชรบูรณ์ในการเป็นศูนย์ข้อมูลทางวิชาการและนวัตกรรม
จากการนิเทศติดตามวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 พบว่า ครูสามารถออกแบบกิจกรรมจากสถานการณ์ใกล้ตัว โดยให้ผู้เรียนฝึกวิเคราะห์หลักฐานและอธิบายเหตุผลประกอบคำตอบ การพัฒนาครูและการปรับการเรียนการสอนดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพมนุษย์ โดยเฉพาะการปรับกระบวนการเรียนรู้ให้เอื้อต่อการพัฒนาทักษะที่จำเป็นของผู้เรียน
โครงการได้พัฒนาครูผู้สอน SMT ให้มีแนวทางจัดการเรียนรู้ที่เน้นการคิดและการลงมือปฏิบัติ สามารถเลือกใช้เทคโนโลยีให้เหมาะกับเนื้อหาและผู้เรียน โดยจัดให้มีการฝึกปฏิบัติ การนำเสนอผลงาน และการแลกเปลี่ยนข้อเสนอแนะร่วมกัน ก่อนนำโครงร่างนวัตกรรมไปพัฒนาและทดลองใช้จริงในชั้นเรียน
ผลการนิเทศติดตามพบว่า ครูมีความเข้าใจแนวทางการจัดการเรียนรู้ตามกรอบ PISA และสามารถนำสถานการณ์ใกล้ตัวมาใช้ฝึกให้ผู้เรียนวิเคราะห์หลักฐานและอธิบายเหตุผล นอกจากนี้ ยังมีการเผยแพร่ผลงานในงานมหกรรมของโรงเรียนเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 และวางแนวทางรวบรวมผลงานเข้าสู่คลังนวัตกรรม เพื่อให้ครูและเครือข่ายนำไปศึกษาและพัฒนาการสอนต่อไป การดำเนินงานจึงสอดคล้องกับแผนแม่บทประเด็นการพัฒนาการเรียนรู้ ทั้งในด้านการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรู้และการส่งเสริมให้ครูเรียนรู้ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง
การดำเนินงานตามโครงการเชื่อมโยงการพัฒนาครูกับการปรับปรุงการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การจัดทำข้อมูลครู การอบรมออกแบบกิจกรรม การพัฒนานวัตกรรมและทดลองใช้ในชั้นเรียน ไปจนถึงการนิเทศให้คำปรึกษาและแลกเปลี่ยนผลการปฏิบัติ ครูได้นำปัญหาที่พบในการสอนมาใช้ปรับกิจกรรมให้เหมาะกับผู้เรียน ซึ่งสอดคล้องกับแผนย่อยการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21
ตัวอย่างผลการจัดการเรียนรู้ที่รวบรวมได้ในช่วงสรุปโครงการ ได้แก่ เรื่องการเขียนโปรแกรม Scratch ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ตามบันทึกหลังสอนวันที่ 24 สิงหาคม 2569 ผู้เรียนจำนวน 30 คนผ่านจุดประสงค์ด้านความรู้และทักษะ คิดเป็นร้อยละ 100 โดยมีผู้เรียน 2 คนที่ยังต้องฝึกเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความคล่อง ส่วนเรื่องประเภทหิน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1 ผู้เรียนจำนวน 39 คนมีคะแนนใบงานเฉลี่ยร้อยละ 92.31 และพบว่าควรปรับเวลาในการจัดกิจกรรมให้เพียงพอ ผลดังกล่าวเป็นผลเฉพาะกลุ่มผู้เรียนของแต่ละแผนการสอน จึงใช้ประกอบการปรับกิจกรรมและวางแนวทางช่วยเหลือผู้เรียนเป็นรายบุคคล โดยรายละเอียดหลักฐานและข้อจำกัดด้านวันที่ของบันทึกผลปรากฏในรายงานกิจกรรมที่ 4
โครงการมีส่วนสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาคนสู่โลกยุคใหม่ โดยพัฒนาครู SMT จำนวน 50 คนให้ได้ฝึกใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ในการออกแบบสื่อและกิจกรรมการเรียนรู้ตามกรอบ TPACK เกิดโครงร่างนวัตกรรมจำนวน 50 ชิ้นงานสำหรับนำไปพัฒนาและทดลองใช้ให้เหมาะกับบริบทของชั้นเรียน
การนิเทศติดตามและการแลกเปลี่ยนผลงานเปิดโอกาสให้ครูทบทวนการสอน รับข้อเสนอแนะ และปรับปรุงนวัตกรรมจากผลการใช้จริง ขณะเดียวกัน การจัดทำฐานข้อมูลครูและการเตรียมรวบรวมผลงานเข้าสู่คลังนวัตกรรมช่วยวางพื้นฐานสำหรับการพัฒนาครูและการขยายผลในเครือข่าย การดำเนินงานเหล่านี้สอดคล้องกับเป้าหมายหลักของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 ในด้านการพัฒนาคนให้มีทักษะ สามารถเรียนรู้และปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง โดยรายงานผลในขอบเขตการพัฒนาครูและการจัดการเรียนรู้ของโครงการ
การดำเนินโครงการในขั้นการนำนวัตกรรมไปทดลองใช้จริงในชั้นเรียนพบข้อจำกัดด้านเวลา โดยกิจกรรมการเรียนรู้บางรูปแบบมีหลายขั้นตอน ทำให้เวลาสำหรับการปฏิบัติกิจกรรม การนำเสนอ และการสรุปผลไม่เพียงพอสำหรับผู้เรียนบางส่วน จึงต้องปรับระยะเวลาและรูปแบบกิจกรรมให้เหมาะสมกับบริบทของชั้นเรียน นอกจากนี้ ผู้เรียนบางส่วนยังต้องได้รับการช่วยเหลือและฝึกทักษะเพิ่มเติมเป็นรายบุคคล การพัฒนานวัตกรรมให้เหมาะสมกับผู้เรียนจึงจำเป็นต้องอาศัยการนิเทศติดตาม การให้คำปรึกษา และการปรับปรุงจากผลการใช้จริงอย่างต่อเนื่อง
1. ปรับเวลาในแต่ละขั้นของกิจกรรมการเรียนรู้ให้เหมาะสม โดยจัดเวลาสำหรับการปฏิบัติ การนำเสนอ และการสรุปผลให้เพียงพอ พร้อมนำผลหลังสอนเข้าสู่กระบวนการ PLC เพื่อปรับแผนรอบถัดไป
2. จัดกิจกรรมเพื่อนช่วยเพื่อนและให้คำแนะนำรายบุคคลแก่ผู้เรียนที่ยังต้องพัฒนาเรื่องพิกัด ทิศทาง และลำดับคำสั่งใน Scratch โดยฝึกปฏิบัติซ้ำ เสริมแรงทางบวก และติดตามความก้าวหน้าเป็นรายบุคคล
3. บูรณาการการนิเทศภายในกับการนิเทศของศึกษานิเทศก์ผู้ดูแลศูนย์ สสวท. อย่างต่อเนื่อง จัดเก็บแผนการเรียนรู้ ชิ้นงาน ผลประเมิน และบันทึกสะท้อนผลให้เชื่อมโยงกัน กำหนดผู้รับผิดชอบและช่วงติดตามที่ชัดเจนตามข้อเสนอแนะในระบบ SASR วันที่ 10 กรกฎาคม 2569
4. ตรวจสอบวันที่และฉบับเอกสารก่อนสรุปรายงาน แยกผลรายเรื่องและรายกลุ่มผู้เรียนโดยไม่รวมเป็นค่าเฉลี่ยโครงการ และรวบรวมผลงานที่ผ่านการตรวจสอบเข้าสู่คลังนวัตกรรมของโรงเรียนเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และขยายผล
-