ปีงบประมาณ 2569

โครงการพัฒนาสมรรถนะครูด้านการสอนวิทยาการคำนวณ และออกแบบเทคโนโลยี ประจำปีการศึกษา 2569

นางภิญญาพัชญ์ เหมือนโพธิ์
กลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา
PRJ-69-0014
งบจัดสรรสุทธิ
8,000.00 ฿
เบิกจ่ายจริง
7,200.00 ฿
คงเหลือ
800.00 ฿
1. วัตถุประสงค์ของโครงการ

1.1 เพื่อพัฒนาสมรรถนะครูในการจัดการเรียนรู้ด้านวิทยาการคำนวณ และออกแบบเทคโนโลยี

1.2 เพื่อคัดเลือก และเผยแพร่วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ในการจัดการเรียนรู้เพื่อยกระดับสมรรถนะด้านวิทยาการคำนวณ และเทคโนโลยี

2. เป้าหมายที่ดำเนินการได้จริง
2.1 เชิงผลผลิต (Output)
เป้าหมาย: ครูผู้สอนสาระเทคโนโลยี ผ่านการพัฒนาสมรรถนะครูในการจัดการเรียนรู้ด้านวิทยาการคำนวณ และออกแบบเทคโนโลยี สามารถออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ได้ อย่างน้อยโรงเรียนละ 1 คน

-จำนวนผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 171 คน และเข้าชม แพลตฟอร์มมากถึง 8927 ครั้ง https://docs.google.com/spreadsheets/d/102Alko_0MlZUqV5_xxL6Y8sLSdT3nNlT/edit?usp=sharing&ouid=112719806530807213770&rtpof=true&sd=true

เป้าหมาย: มีผลงานวิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) การจัดการเรียนรู้ Coding 14 ผลงาน (กลุ่มโรงเรียนละ 1 ผลงาน)

จำนวนผลงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ ในการจัดการเรียนรู้ ประจำปีการศึกษา 2568 จำนวน 11 ผลงาน และโรงเรียที่มีผลงานการแข่งขันจำนวน 5 ผลงาน ได้แก่

ประเภทรายการผลงานผู้บริหารดีเด่น

ชนะเลิศ นายสุกิจ เมฆประยูร โรงเรียนเมืองเพชรบูรณ์

รองชนะเลิศ นายนิพนธ์ ตะปะโจทย์ โรงเรียนบ้านสามแยกวังชมภู

ประเภทรายการผลงานศึกษานิเทศก์ดีเด่น

ชนะเลิศ นางภิญญาพัชญ์ เหมือนโพธิ์ สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1

ประเภทรายการผลงานครูดีเด่น

Unplugged Coding ระดับปฐมวัย

ชนะเลิศ นางสาววิภาวดี บังสูงเนิน โรงเรียนชุมชนบ้านวังกระดาษเงิน

รองชนะเลิศ นางสาวกิ่งกาญจน์ เพื่อภูเขียว โรงเรียนบ้านผาทอง

Unplugged Coding ระดับประถมศึกษา

ชนะเลิศ นางสาวกุสุมา แก้วกองทรัพย์ โรงเรียนบ้าน กม.2

รองชนะเลิศอันดับ 1 นางสาวปรียาภรณ์ พูลทอง โรงเรียนบ้านโพธิ์ทอง

รองชนะเลิศอันดับ 2 นางสาวสุภนิดา อิ่นมะโน โรงเรียนชุมชนบ้านวังกระดาษเงิน

Plugged Coding ระดับประถมศึกษา

ชนะเลิศ นายพงศธรณ์ ปรางค์ทอง โรงเรียนเมืองเพชรบูรณ์

รองชนะเลิศอันดับ 1 นางสาวศุภาวรรณ นวลหยวก โรงเรียนบ้านน้ำลัด

รองชนะเลิศอันดับ 2 นายณรงค์ สิงห์พา โรงเรียนชุมชนบ้านวังกระดาษเงิน

โรงเรียนบ้านท่าข้าม 2026 World GreenMech Contest Champion Robot for Mission - Advanced

โรงเรียนเมืองเพชรบูรณ์ รางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่ 1 การแข่งขันหุ่นยนต์ระดับนานาชาติ Global Robotics Competition 2026 รายการ Logistic Robot

โรงเรียนอนุบาลเพชรบูรณ์ รางวัล Achievement Award ประเภท GreenMech Basic รายการการแข่งขัน 2026 World GreenMech Contest

โรงเรียนบ้านระวิง รายการการแข่งขัน 2026 World GreenMech Contest

โรงเรียนอนุบาลชนแดน รายการการแข่งขัน 2026 World GreenMech Contest

2.2 เชิงผลลัพธ์ (Outcome)
เป้าหมาย: ครูผู้สอนสามารถนำความรู้จากการอบรมเชิงปฏิบัติการ ไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีคุณภาพ

-ครูผู้สอนเข้ารับการอบรม จำนวน 171 คน และเข้าชม แพลตฟอร์มมากถึง 8927 ครั้ง https://sites.google.com/phetchabun1.go.th/codingpbn1/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%81

เป้าหมาย: นักเรียนเกิดทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา หรือทักษะทางเทคโนโลยี

นักเรียนเกิดทักษะและสามารถนำความรู้ไปแข่งขันในระดับ ชาติ ระดับ นานาชาติ จนได้รับรางวัลต่าง ๆ (ข้อมูลตามลิ้ง) https://www.sasr-pbn1.com/sasr/?p=school/school-portfolio&school_id=67010044&awd=student

เช่น - รางวัลชนะเลิศ ถ้วยรางวัลพระราชทานทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณาวดี กติกาการแข่งขัน การแข่งขัน MAZE CAN CHALLENGE ระดับชั้นประถมศึกษา การแข่งขันหุ่นยนต์เยาวชน TO BE NUMBER ONE ชิงแชมป์ประเทศไทย ครั้งที่ 3 จากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม/ สพฐ. /ชมรมครูหุ่นยนต์ไทย

3. ตัวชี้วัดความสำเร็จ (KPIs)
ที่ตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน
1 ร้อยละของครูผู้สอนผู้สอนวิทยาการคำนาณและออกแบบเทคโนโลยี สามารถออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ได้

ร้อยละ 100 ครูผู้สอนเข้ารับการอบรม จำนวน 171 คน และเข้าชม แพลตฟอร์มมากถึง 8927 ครั้ง

https://sites.google.com/phetchabun1.go.th/codingpbn1/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%81

- ครูผู้สอนวิทยาการคำนวณและออกแบบเทคโนโลยี จำนวน 105 คน สามารถออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ได้ ทุกคน คิดเป็นร้อยละ 100

2 จำนวนผลงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ในการจัดการเรียนรู้เพื่อยกระดับสมรรถนะด้านวิทยาการคำนวณ และเทคโนโลยี

จำนวนผลงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ ในการจัดการเรียนรู้ ประจำปีการศึกษา 2568 จำนวน 11 ผลงาน และโรงเรียที่มีผลงานการแข่งขันจำนวน 5 ผลงาน ได้แก่

ประเภทรายการผลงานผู้บริหารดีเด่น

ชนะเลิศ นายสุกิจ เมฆประยูร โรงเรียนเมืองเพชรบูรณ์

รองชนะเลิศ นายนิพนธ์ ตะปะโจทย์ โรงเรียนบ้านสามแยกวังชมภู

ประเภทรายการผลงานศึกษานิเทศก์ดีเด่น

ชนะเลิศ นางภิญญาพัชญ์ เหมือนโพธิ์ สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1

ประเภทรายการผลงานครูดีเด่น

Unplugged Coding ระดับปฐมวัย

ชนะเลิศ นางสาววิภาวดี บังสูงเนิน โรงเรียนชุมชนบ้านวังกระดาษเงิน

รองชนะเลิศ นางสาวกิ่งกาญจน์ เพื่อภูเขียว โรงเรียนบ้านผาทอง

Unplugged Coding ระดับประถมศึกษา

ชนะเลิศ นางสาวกุสุมา แก้วกองทรัพย์ โรงเรียนบ้าน กม.2

รองชนะเลิศอันดับ 1 นางสาวปรียาภรณ์ พูลทอง โรงเรียนบ้านโพธิ์ทอง

รองชนะเลิศอันดับ 2 นางสาวสุภนิดา อิ่นมะโน โรงเรียนชุมชนบ้านวังกระดาษเงิน

Plugged Coding ระดับประถมศึกษา

ชนะเลิศ นายพงศธรณ์ ปรางค์ทอง โรงเรียนเมืองเพชรบูรณ์

รองชนะเลิศอันดับ 1 นางสาวศุภาวรรณ นวลหยวก โรงเรียนบ้านน้ำลัด

รองชนะเลิศอันดับ 2 นายณรงค์ สิงห์พา โรงเรียนชุมชนบ้านวังกระดาษเงิน

ผลงานเชิงประจักษ์ซึ่งเป็นผลจากการจัดการเรียนการสอนทำให้ผู้เรียนได้รับรางวัล ดังนี้

โรงเรียนบ้านท่าข้าม 2026 World GreenMech Contest Champion Robot for Mission - Advanced

โรงเรียนเมืองเพชรบูรณ์ รางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่ 1 การแข่งขันหุ่นยนต์ระดับนานาชาติ Global Robotics Competition 2026 รายการ Logistic Robot

โรงเรียนอนุบาลเพชรบูรณ์ รางวัล Achievement Award ประเภท GreenMech Basic รายการการแข่งขัน 2026 World GreenMech Contest

โรงเรียนบ้านระวิง รายการการแข่งขัน 2026 World GreenMech Contest

โรงเรียนอนุบาลชนแดน รายการการแข่งขัน 2026 World GreenMech Contest

3 ร้อยละของนักเรียนในโรงเรียนที่ครูผู้สอนเข้าร่วมการอบรมได้รับการส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา หรือทักษะทางเทคโนโลยี

- จำนวนนักเรียน 16069 คน คิดเป็นร้อยละ100 ของนักเรียนในโรงเรียนที่ครูผู้สอนเข้าร่วมการอบรมได้รับการส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา หรือทักษะทางเทคโนโลยี ส่งผลให้ ร้อยละ 72.89 ของนักเรียนมีเกรด 3 ขึ้นไปในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

4. การดำเนินงานกิจกรรม และงบประมาณ
4.1 กิจกรรม: กิจกรรมที่ 1 การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับอบรมพัฒนาครูผู้สอน ด้านการจัดการเรียนรู้ Coding คณะทำงานฯ จำนวน 20 คน ระยะเวลา 2 วัน

ระยะเวลา: 26 พ.ค. 2569 ถึง 27 พ.ค. 2569

วิธีการดำเนินงาน:

การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับอบรมพัฒนาครูผู้สอนด้านการจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณ และออกแบบเทคโนโลยี คณะทำงานจำนวน 20คน ระยะเวลา 2 วัน ในวันที่ 26 – 27 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องประชุมประกายทอง สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1

ผลการดำเนินงานโดยสังเขป:

การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับอบรมพัฒนาครูผู้สอนด้านการจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณ และออกแบบเทคโนโลยี คณะทำงานจำนวน 20คน ระยะเวลา 2 วัน ในวันที่ 26 – 27 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องประชุมประกายทอง สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1 ได้จัดทำและพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับอบรมพัฒนาครูผู้สอนด้านการจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณ และออกแบบเทคโนโลยี โดยคณะกรรมการช่วยกันออกแบบ และพัฒนาแพลตฟอร์มให้พร้อมใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านระบบ https://sites.google.com/phetchabun1.go.th/codingpbn1/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%81?read_current=1 หลักสูตรการฝึกอบรมได้แก่

1. ระดับปฐมวัย ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ เป็นการเรียนรู้ผ่านการเล่น เรียนรู้จากการใช้ชีวิตประจำวันผ่านสื่อที่เหมาะกับเด็กวัยอนุบาล เช่น กิจกรรมสนุก ๆ เกม นิทาน บัตรภาพ หรือบทเพลง กระบวนแบบ Unplugged Coding เป็นการสอนให้เด็กรู้จักแก้ปัญหาจากโจทย์ง่าย ๆ ที่ตั้งไว้

2. ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 3 มีเป้าหมายการพัฒนาผู้เรียน ประกอบด้วย ความสามารถพื้นฐานด้านการเรียนรู้ความสามารถด้านการประยุกต์ใช้ความสามารถพื้นฐานด้านการเรียนรู้ในชีวิตประจําวัน (Functional Literacy) และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ การจัดการเรียนการสอนวิชาวิทยาการคำนวณ มีเป้าหมายที่สำคัญในการพัฒนาผู้เรียน ดังนี้ 1)เพื่อใช้ทักษะการคิดเชิงคำนวณในการคิดวิเคราะห์แก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นตอนและ เป็นระบบ 2) เพื่อให้มีทักษะในการค้นหาข้อมูลหรือสารสนเทศ ประเมิน จัดการ วิเคราะห์สังเคราะห์ และนำสารสนเทศไปใช้ในการแก้ปัญหา 3) เพื่อประยุกต์ใช้ความรู้ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ สื่อดิจิทัล เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร ในการแก้ปัญหาในชีวิตจริง การทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์เพื่อประโยชน์ ต่อตนเองหรือสังคม 4) เพื่อใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอย่างปลอดภัย รู้เท่าทัน มีความรับผิดชอบ มีจริยธรรม

3. ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 -6 เป็นหลักสูตรที่ให้ความรู้ ความเข้าใจในสาระการเรียนรู้ และแนวทางการจัดการเรียนรู้รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) สำหรับครูผู้สอนระดับประถมศึกษาตอนปลาย ซึ่งเน้นการคิด วิเคราะห์ แก้ปัญหา การใช้เหตุผลเชิงตรรกะ การนำความรู้ไปแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน สอดคล้องตามตัวชี้วัดของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560)

4. ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 - 3 มุ่งเน้นให้นักเรียนสามารถออกแบบอัลกอริทึมและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงได้อย่างเป็นขั้นตอนและเป็นระบบ สิ่งที่เน้นในระดับ ม.ต้น: ฝึกทักษะการแยกแยะปัญหา การมองหารูปแบบ การคิดเชิงนามธรรม เพื่อนำไปสู่การวางขั้นตอนวิธี (Algorithm) ในการประมวลผลหรือแก้ไขสถานการณ์ต่างๆ อย่างมีตรรกะ พัฒนาความสามารถในการออกแบบและเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์อย่างง่าย (เช่น ภาษา Python หรือภาษาบล็อก เช่น Scratch) มุ่งส่งเสริมให้นักเรียนเป็นพลเมืองดิจิทัลที่มีความรับผิดชอบและปลอดภัย (Digital Citizenship) เรียนรู้การรวบรวมข้อมูล ประมวลผล และใช้วิทยาการข้อมูลเบื้องต้นเพื่อช่วยในการตัดสินใจ สามารถประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล วิเคราะห์สื่อ และรู้เท่าทันผลกระทบจากข่าวสารที่บิดเบือน เข้าใจเรื่องการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล กฎหมายคอมพิวเตอร์ และทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อให้สามารถใช้งานเทคโนโลยีได้อย่างปลอดภัยและเคารพสิทธิผู้อื่น

5. การออกแบบและเทคโนโลยี เป็นหลักสูตรที่สร้างผู้เรียนให้เป็นนักออกแบบ และ นวัตกร ในโลกศตวรรษที่ 21

ซึ่งแพลตฟอร์มดังกล่าวทั้ง 5 หลักสูตร คณะทำงานได้ดำเนินการจัดทำและพร้อมให้คณะครูได้เข้าไปดำเนินการเรียนรู้และนำสื่อต่าง ๆ ในแพลตฟอร์มไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

งบประมาณเบิกจ่ายตามเอกสาร: 6,400.00 บาท

4.2 กิจกรรม: กิจกรรมที่ 2 อบรมพัฒนาครูผู้สอน ด้านการจัดการเรียนรู้ Coding ผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้

ระยะเวลา: 1 มิ.ย. 2569 ถึง 31 ก.ค. 2569

วิธีการดำเนินงาน:

กิจกรรมที่ 2 ซึ่งเป็นการอบรมพัฒนาครูผู้สอนด้านการจัดการเรียนรู้ Coding ผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาสมรรถนะครูผู้สอนในสังกัดในรูปแบบการเรียนรู้ดิจิทัล ส่งเสริมการสร้างเครือข่ายครูผู้สอนและการนิเทศติดตามอย่างเป็นระบบ เพื่อช่วยให้ครูสามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาการคำนวณและการออกแบบเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ และสามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ได้ประชาสัมพันธ์และเชิญชวนครูผู้สอนในสังกัดเข้ารับการอบรมผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลภายใต้ชื่อ "Coding PBN1" ผ่านทางเว็บไซต์ https://gqr.sh/Tn3X โดยได้เปิดระบบให้เข้าใช้งานตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม เป็นต้นไป

การอบรมครั้งนี้ได้รับการออกแบบมาอย่างครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย โดยแบ่งออกเป็น 5 หลักสูตรหลัก ได้แก่ 1) หลักสูตรการอบรมออนไลน์การจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณ ระดับปฐมวัย 2) ระดับประถมศึกษาปีที่ 1–3 3) ระดับประถมศึกษาปีที่ 4–6 4) ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1–3 และ 5) หลักสูตรการจัดการเรียนรู้การออกแบบและเทคโนโลยี ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1–3 ทั้งนี้ โครงสร้างของเนื้อหาในแต่ละหลักสูตรได้รับการจัดหมวดหมู่ ได้แก่ เป้าหมายหลักสูตร กิจกรรมหลักสูตร การวัดและประเมินผล และสื่อการเรียนรู้ ครอบคลุมสาระความรู้เฉพาะทางทั้งในด้านแนวคิดเชิงคำนวณ การเขียนโปรแกรม การรู้ดิจิทัล และการใช้เทคโนโลยีอย่างปลอดภัย โดยมีการจัดเตรียมสื่อทั้งในรูปแบบปกติและ รูปแบบ Unplug (ไม่ใช้คอมพิวเตอร์) เพื่อความยืดหยุ่นในการนำไปประยุกต์ใช้ในทุกสถานการณ์ของโรงเรียนในสังกัด จุดเด่นที่ทำให้การอบรมในกิจกรรมนี้มีความเป็นรูปธรรมและส่งผลต่อสัมฤทธิผลในชั้นเรียน คือกระบวนการพัฒนาครูที่ออกแบบมาอย่างต่อเนื่อง แพลตฟอร์มยังมีระบบแบบสอบถามเพื่อรับฟังข้อมูลป้อนกลับ (Feedback) จากครูผู้ใช้งานจริง เพื่อนำมาปรับปรุงเนื้อหาและระบบให้ตอบโจทย์การใช้งานอย่างสม่ำเสมอ

ผลการดำเนินงานโดยสังเขป:

ในการวัดสัมฤทธิผลของการฝึกอบรม หลังเรียนในทุกระดับหลักสูตรอย่างเป็นมาตรฐานเพื่อประเมินความก้าวหน้าของผู้เรียน เมื่อครูผู้สอนเข้าศึกษาเนื้อหาและทำกิจกรรมครบถ้วนจนผ่านเกณฑ์การประเมินที่กำหนด ระบบจะดำเนินการจัดส่ง วุฒิบัตรอิเล็กทรอนิกส์รับรองการพัฒนาวิชาชีพหลักสูตรละ 3 ชั่วโมงให้โดยอัตโนมัติผ่านทาง E-mail ที่ใช้ในการลงทะเบียนทันที สามารถพัฒนาสมรรถนะครูผู้สอนด้านการจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ครูผู้สอนมีความพร้อม มีทักษะและความมั่นใจในการนำความรู้และนวัตกรรมเหล่านี้ไปจุดประกายและเสริมสร้างทักษะการคิดเชิงคำนวณรวมถึงการคิดสร้างสรรค์ในชั้นเรียนให้แก่ผู้เรียนได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีครูผู้สอนเข้ารับการอบรม จำนวน 171 คน และเข้าชม แพลตฟอร์มมากถึง 8927 ครั้ง

งบประมาณเบิกจ่ายตามเอกสาร: 0.00 บาท

4.3 กิจกรรม: กิจกรรมที่ 3 คัดเลือกวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) คณะกรรมการ 10 คน 1 วัน

ระยะเวลา: 5 มิ.ย. 2569 ถึง 5 มิ.ย. 2569

วิธีการดำเนินงาน:

1. ประชาสัมพันธ์และดำเนินการคัดเลือกผลงานดีเด่นด้าน Coding “CODING Achievement Awards” ครั้งที่ ๔

2. โรงเรียนส่งผลงานเพื่อเข้ารับการคัดเลือก

3. แต่งตั้งคณะกรรมการการคัดเลือก

4. ดำเนินการคัดเลือก

5. ประกาศผลการคัดเลือก

ผลการดำเนินงานโดยสังเขป:

รายชื่อผู้ส่งผลงานดังนี้

ประเภทรายการผลงานผู้บริหารดีเด่น

นายสุกิจ เมฆประยูร โรงเรียนเมืองเพชรบูรณ์

นายนิพนธ์ ตะปะโจทย์ โรงเรียนบ้านสามแยกวังชมภู

ประเภทรายการผลงานศึกษานิเทศก์ดีเด่น

นางภิญญาพัชญ์ เหมือนโพธิ์ สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1

ประเภทรายการผลงานครูดีเด่น

Unplugged Coding ระดับปฐมวัย

นางสาววิภาวดี บังสูงเนิน โรงเรียนชุมชนบ้านวังกระดาษเงิน

นางสาวกิ่งกาญจน์ เพื่อภูเขียว โรงเรียนบ้านผาทอง

Unplugged Coding ระดับประถมศึกษา

นางสาวกุสุมา แก้วกองทรัพย์ โรงเรียนบ้าน กม.2

นางสาวปรียาภรณ์ พูลทอง โรงเรียนบ้านโพธิ์ทอง

นางสาวสุภนิดา อิ่นมะโน โรงเรียนชุมชนบ้านวังกระดาษเงิน

Plugged Coding ระดับประถมศึกษา

นายพงศธรณ์ ปรางค์ทอง โรงเรียนเมืองเพชรบูรณ์

นางสาวศุภาวรรณ นวลหยวก โรงเรียนบ้านน้ำลัด

นายณรงค์ สิงห์พา โรงเรียนชุมชนบ้านวังกระดาษเงิน

งบประมาณเบิกจ่ายตามเอกสาร: 0.00 บาท

4.4 กิจกรรม: กิจกรรมที่ 4 สรุปและรายงานผลการดำเนินโครงการ

ระยะเวลา: 1 ก.ค. 2569 ถึง 30 ก.ย. 2569

วิธีการดำเนินงาน:

การดำเนินโครงการพัฒนาสมรรถนะครูด้านการสอนวิทยาการคำนวณ และออกแบบเทคโนโลยี ประจำปีการศึกษา 2569 ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1 มีขั้นตอนการขับเคลื่อนงานอย่างเป็นระบบตามแนวทางวงจรคุณภาพ (PDCA) โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 4 กิจกรรมหลัก ดังนี้ :

การเตรียมการและการแต่งตั้งคณะทำงาน: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฯ ได้จัดทำโครงการเพื่อขออนุมัติงบประมาณและลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานอย่างเป็นทางการ

ประกอบด้วย คณะกรรมการอำนวยการ คณะกรรมการดำเนินการโครงการ คณะกรรมการฝ่ายสถานที่ และคณะกรรมการฝ่ายการเงิน เพื่อมอบหมายบทบาทหน้าที่ในการขับเคลื่อนแผนงานให้สำเร็จลุล่วงอย่างเป็นรูปธรรม

กิจกรรมที่ 1: การประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล: คณะทำงานและศึกษานิเทศก์รวมจำนวน 20 คน ได้เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการในวันที่ 26 – 27 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องประชุมประกายทอง

โดยมี ดร.วิทยา เกษาอาจ ผู้อำนวยการ สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1 เป็นประธานในพิธีและมอบนโยบายการทำงาน

ซึ่งคณะทำงานได้ร่วมกันออกแบบ พัฒนา และปรับปรุงระบบหลักสูตรออนไลน์ 5 หลักสูตร พร้อมจัดทำคลังสื่อการสอนและระบบทดสอบบนแพลตฟอร์ม "Coding PBN1" จนพร้อมใช้งานได้สมบูรณ์

กิจกรรมที่ 2: การพัฒนาครูผู้สอนผ่านระบบออนไลน์: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฯ ออกหนังสือราชการประชาสัมพันธ์และเชิญชวนครูในสังกัดเข้ารับการอบรมผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลทางเว็บไซต์ https://gqr.sh/Tn3X ตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม เป็นต้นไป

โดยให้ครูเข้าศึกษาเนื้อหาใน 5 หลักสูตร ทำกิจกรรมบทเรียน และทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียน-หลังเรียนด้วยตนเอง (Self-Paced Learning)

กิจกรรมที่ 3: การส่งเสริมและคัดเลือกวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice): ดำเนินการนิเทศติดตามการนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้จริงในชั้นเรียน โดยกำหนดให้ครูผู้สอนส่งแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสลับ (AL Coding) และส่งคลิปวิดีโอการสอนเข้ามายังระบบเพื่อรับการประเมินและถอดบทเรียนร่วมกัน

จากนั้นคณะกรรมการได้จัดกิจกรรมคัดเลือกผลงานครูที่มีกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่เป็นเลิศเพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติ

กิจกรรมที่ 4: การสรุปและรายงานผลการดำเนินโครงการ: รวบรวมข้อมูลสถิติผู้ใช้งาน ผลการตอบแบบสอบถามความคิดเห็น (Feedback) จากระบบแพลตฟอร์ม

และสรุปผลสัมฤทธิ์ตลอดโครงการเทียบกับตัวชี้วัดความสำเร็จที่ตั้งไว้ เพื่อจัดทำเอกสารรายงานผลเสนอต่อผู้บริหารและเผยแพร่ต่อสาธารณชนต่อไป

ผลการดำเนินงานโดยสังเขป:

ผลการดำเนินโครงการประสบความสำเร็จบรรลุเป้าหมายตามตัวชี้วัดเชิงผลผลิตและเชิงผลลัพธ์ของแผนงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีผลการดำเนินงานที่สำคัญดังนี้ :

1. การพัฒนาแพลตฟอร์มและคลังสื่อออนไลน์ "Coding PBN1" สำเร็จสมบูรณ์: ได้แพลตฟอร์มการเรียนรู้ดิจิทัล (https://gqr.sh/Tn3X) ที่เปิดโอกาสให้เข้าศึกษาเรียนรู้ได้ครอบคลุมผู้เรียนตั้งแต่ระดับปฐมวัย ประถมศึกษา ไปจนถึงมัธยมศึกษาตอนต้น โครงสร้างหลักสูตรถูกออกแบบ (เป้าหมายหลักสูตร, กิจกรรมหลักสูตร, การวัดและประเมินผล และสื่อการเรียนรู้)

2. การลดความเหลื่อมล้ำทางทรัพยากรการศึกษา : คณะทำงานได้พัฒนาและจัดหมวดหมู่คลังสื่อการจัดกิจกรรมทั้งในรูปแบบใช้คอมพิวเตอร์ (Plugged) และรูปแบบ Unplug (ไม่ใช้คอมพิวเตอร์) ไว้อย่างชัดเจน

ช่วยให้โรงเรียนขนาดเล็กที่ขาดแคลนห้องเรียนเฉพาะทางหรืออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ สามารถนำไปประยุกต์จัดกิจกรรมพัฒนาทักษะการคิดเชิงคำนวณและการแก้ปัญหาให้แก่ผู้เรียนได้อย่างเท่าเทียม อำนวยความสะดวกในการจัดส่งวุฒิบัตรอิเล็กทรอนิกส์ยืนยันการพัฒนาตนเองหลักสูตรละ 3 ชั่วโมงให้แก่ครูผู้สอนโดยอัตโนมัติทาง E-mail

3. การสร้างชุมชนเครือข่ายครูผู้สอน และการแบ่งปันความรู้ บทเรียนผลงาน "Best Practice Coding" เพื่อแสดงเป็นตัวอย่างแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศบนหน้าแพลตฟอร์มสำหรับการเรียนรู้และพัฒนาสมรรถนะของครูร่วมกันต่อไปอย่างยั่งยืน

งบประมาณเบิกจ่ายตามเอกสาร: 0.00 บาท

5. ความเชื่อมโยงกับแผนระดับต่างๆ
5.1 ยุทธศาสตร์ชาติ
ด้าน: ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพมนุษย์
เป้าหมาย: 1. คนไทยเป็นคนดี คนเก่ง มีคุณภาพ พร้อมสำหรับวิถีชีวิตในศตวรรษที่ 21
ประเด็น: 3. ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21
ประเด็นย่อย: 3.1 การปรับเปลี่ยนระบบการเรียนรู้ให้เอื้อต่อการพัฒนาทักษะสำหรับศตวรรษที่ 21
ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ (ตามแผน):
โครงการนี้เน้นการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาสมรรถนะครูให้มีความรู้ด้าน Coding, AI และการออกแบบการเรียนรู้ยุคใหม่ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนโฉมบทบาทครูให้สามารถจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผู้เรียนเป็นคนเก่ง มีคุณภาพ และพร้อมสำหรับวิถีชีวิตในศตวรรษที่ 21 ตามเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ

ผลการดำเนินงานต่อเป้าหมาย:

การดำเนินงานกิจกรรมภายใต้โครงการพัฒนาสมรรถนะครูด้านการสอนวิทยาการคำนวณ และออกแบบเทคโนโลยี ประจำปีการศึกษา 2569 ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1 ถือเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็น "การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21" และการปรับเปลี่ยนระบบการเรียนรู้ให้เอื้อต่อการพัฒนาทักษะแห่งอนาคต ผ่านการพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้รูปแบบดิจิทัลอย่างแพลตฟอร์ม "Coding PBN1" (https://gqr.sh/Tn3X)

ซึ่งผลการดำเนินงานสามารถสะท้อนความสำเร็จต่อเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติได้อย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้

การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 (Active Learning) โครงการนี้ประสบความสำเร็จในการปรับเปลี่ยนบทบาทของครูผู้สอนให้สามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)

และการจัดการเรียนรู้ที่เน้นการแก้ปัญหาตามสถานการณ์จริง (Problem-Based Learning)

ผ่านการพัฒนาหลักสูตรอบรมออนไลน์ที่ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่ระดับปฐมวัย ประถมศึกษาปีที่ 1–3 ประถมศึกษาปีที่ 4–6 มัธยมศึกษาปีที่ 1–3 ไปจนถึงวิชาการออกแบบและเทคโนโลยี ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1–3

เนื้อหาภายในหลักสูตรได้รับการจัดหมวดหมู่ผ่าน 4 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ เป้าหมายหลักสูตร กิจกรรมหลักสูตร การวัดและประเมินผล และสื่อการเรียนรู้

มุ่งเน้นการเสริมสร้างสมรรถนะเฉพาะทางด้านแนวคิดเชิงคำนวณ การเขียนโปรแกรม การรู้ดิจิทัล และการใช้เทคโนโลยีอย่างปลอดภัย

ซึ่งเป็นทักษะพื้นฐานที่จำเป็นของประชากรในยุคศตวรรษที่ 21 เพื่อส่งผลโดยตรงให้ผู้เรียนในสังกัดมีความพร้อมในวิถีชีวิตดิจิทัล เป็นคนเก่ง และมีคุณภาพตามเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติ

การลดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยีและส่งเสริมนวัตกรรมการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทที่หลากหลายของโรงเรียนในสังกัด แพลตฟอร์มได้จัดทำคลังสื่อการเรียนรู้ที่หลากหลายทั้งในรูปแบบปกติและ รูปแบบ Unplug (ไม่ใช้คอมพิวเตอร์)

เพื่อช่วยลดข้อจำกัดด้านความขาดแคลนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ในโรงเรียนขนาดเล็ก

ช่วยให้ครูผู้สอนสามารถออกแบบแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสลับ (AL Coding)

นำไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

และส่งเสริมการมีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้ของนักเรียนทุกคนอย่างยืดหยุ่นและเท่าเทียมกัน ส่งผลให้กระบวนการเรียนรู้มีประสิทธิภาพสูงสุดและสอดรับกับความต้องการของผู้เรียนยุคใหม่

การพัฒนาสมรรถนะวิชาชีพครูและการสร้างเครือข่ายความร่วมมืออย่างยั่งยืน แพลตฟอร์ม Coding PBN1 ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางดิจิทัลในการขับเคลื่อนระบบการพัฒนาครูอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง

มีระบบการเรียนรู้แบบประเมินผลอย่างละเอียดผ่านแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน

เมื่อครูผู้สอนพัฒนาตนเองผ่านระบบจนผ่านเกณฑ์ จะได้รับ วุฒิบัตรอิเล็กทรอนิกส์การพัฒนาหลักสูตรละ 3 ชั่วโมงโดยอัตโนมัติผ่านระบบ E-mail พร้อมระบบสืบค้นวุฒิบัตร

5.2 แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ
แผนแม่บท: 12 ประเด็น การพัฒนาการเรียนรู้
เป้าหมาย: 1.คนไทยมีการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากลเพิ่มขึ้น มีทักษะที่จำเป็นของโลกศตวรรษที่ 21 สามารถในการแก้ปัญหา ปรับตัว สื่อสาร และทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิผลเพิ่มขึ้น มีนิสัยใฝ่เรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต

ผลการดำเนินงานต่อเป้าหมาย:

การดำเนินงานพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ดิจิทัล "Coding PBN1" และกระบวนการอบรมพัฒนาสมรรถนะครูด้านการสอนวิทยาการคำนวณและการออกแบบเทคโนโลยี ประจำปีการศึกษา 2569 ประสบผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมในการสร้างระบบและกลไกการพัฒนาครูที่ยั่งยืน ซึ่งส่งผลสัมฤทธิ์โดยตรงต่อเป้าหมายของแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นการพัฒนาการเรียนรู้ ที่มุ่งเน้นให้คนไทยได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ มีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 และมีนิสัยใฝ่เรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ดังนี้:

1. การยกระดับคุณภาพการศึกษาและเสริมสร้างทักษะแห่งอนาคตแก่ผู้เรียน ด้วยการพัฒนาหลักสูตรอบรมออนไลน์ที่ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่ระดับปฐมวัย ประถมศึกษา ไปจนถึงมัธยมศึกษาตอนต้น

ส่งผลให้ครูผู้สอนในสังกัดสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ คลังสื่อการสอน และกิจกรรมการจัดหมวดหมู่ที่เฉพาะเจาะจง เช่น แนวคิดเชิงคำนวณ การเขียนโปรแกรม วิทยาการคอมพิวเตอร์ และการรู้ดิจิทัล

ครูผู้สอนจึงสามารถเปลี่ยนบทบาทจากการบรรยายแบบเดิมมาเป็นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และการจัดการเรียนรู้เพื่อแก้ปัญหาจริงในชั้นเรียน

ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการกระตุ้นและเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ การคิดสร้างสรรค์ ตลอดจนทักษะการปรับตัว การสื่อสาร และการทำงานร่วมกันในโลกยุคใหม่ให้แก่ผู้เรียนตามมาตรฐานการศึกษาสากล

2. การสร้างระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ที่ยั่งยืนและมีส่วนร่วม (Dynamic Learning Ecosystem) โครงการนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะการอบรมในรูปแบบบรรยายทั่วไป แต่ได้ริเริ่มกลไกการพัฒนาอย่างต่อเนื่องแบบ 2 ระยะ โดยระยะที่ 1 เป็นการศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านแพลตฟอร์ม และระยะที่ 2 เป็นการนำความรู้ไปปฏิบัติจริงในชั้นเรียนผ่านการส่งคลิปวิดีโอและออกแบบแผนการสอน (AL Coding)

ทั้งยังมีการจัดพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านเมนู "Best Practice Coding" เพื่อถอดบทเรียนแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศและคัดเลือกผลงานครูผู้สอนมาเผยแพร่ร่วมกัน

สิ่งนี้ทำให้ครูในสังกัดเกิดชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ที่เกื้อหนุนกันอย่างเป็นระบบ และในขณะเดียวกัน แพลตฟอร์มยังลดความเหลื่อมล้ำทางทรัพยากรด้วยการนำเสนอสื่อการจัดกิจกรรมแบบ Unplugged coding (ไม่ใช้คอมพิวเตอร์) ที่สามารถนำไปปรับใช้ในโรงเรียนขนาดเล็กได้อย่างยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพเท่าเทียมกัน

3. การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการรับรองวิทยฐานะที่เป็นระบบ แพลตฟอร์ม Coding PBN1 (https://gqr.sh/Tn3X) ทำหน้าที่เป็นแหล่งเรียนรู้ดิจิทัลที่ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงเพื่อศึกษาและพัฒนาตนเองได้อย่างอิสระและต่อเนื่องตลอดชีวิต มีระบบการวัดและประเมินผลผ่านแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนในทุกระดับชั้นเพื่อวัดความก้าวหน้าของผู้เรียน

ยิ่งไปกว่านั้น ระบบยังช่วยสร้างแรงจูงใจในการแสวงหาความรู้ด้วยระบบอำนวยความสะดวกในการจัดส่ง วุฒิบัตรอิเล็กทรอนิกส์การพัฒนาหลักสูตรละ 3 ชั่วโมงให้โดยอัตโนมัติผ่านทาง E-mail พร้อมระบบสืบค้นวุฒิบัตรการอบรมในตัว

เพื่อให้ครูผู้สอนสามารถรวบรวมหลักฐานและร่องรอยการเรียนรู้ไปใช้ประโยชน์ในการเลื่อนวิทยฐานะและการรายงานผลการปฏิบัติงานต่อไปอย่างสะดวกและเป็นระบบ

5.3 แผนย่อยของแผนแม่บทฯ
แผนย่อย: 1201 แผนย่อยการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21
เป้าหมาย: คนไทยได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน มีทักษะการเรียนรู้ และทักษะที่จำเป็นของโลกศตวรรษที่ 21 สามารถเข้าถึงการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตดีขึ้น

ผลการดำเนินงานต่อเป้าหมาย:

การดำเนินกิจกรรมพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ดิจิทัล "Coding PBN1" และการจัดกิจกรรมการอบรมพัฒนาครูในสังกัดของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1 ส่งผลสัมฤทธิ์โดยตรงต่อเป้าหมายของแผนย่อยการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 (แผนย่อย 1201) โดยสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ที่เท่าเทียมและลดช่องว่างด้านการศึกษาเทคโนโลยีอย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้:

การปฏิรูปและปรับเปลี่ยนระบบการเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยีที่มีชีวิตและยืดหยุ่น: โครงการนี้ประสบความสำเร็จในการนำเทคโนโลยีมาสนับสนุนทฤษฎีการเรียนรู้แบบใหม่ โดยเปลี่ยนผ่านกระบวนการเรียนรู้ของครูผู้สอนผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีปฏิสัมพันธ์ มีพลวัต และเชื่อมโยงการมีส่วนร่วม ผ่านเนื้อหาหลักสูตรการอบรมออนไลน์ 5 หลักสูตรที่ครอบคลุมตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงมัธยมศึกษาตอนต้น อีกทั้งระบบยังมีกลไกกระตุ้นการใฝ่เรียนรู้ด้วยกระบวนการวัดผลสัมฤทธิ์ผ่านแบบทดสอบก่อน-หลังเรียน พร้อมระบบจัดส่งวุฒิบัตรอิเล็กทรอนิกส์การพัฒนาหลักสูตรละ 3 ชั่วโมงให้โดยอัตโนมัติผ่านทาง E-mail เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของครูอย่างเป็นระบบ

การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางทรัพยากรในโรงเรียนขนาดเล็กอย่างเป็นรูปธรรม: จากข้อเท็จจริงที่ว่าโรงเรียนขนาดเล็กในสังกัดมักเผชิญปัญหาความขาดแคลนห้องเรียนเฉพาะทาง ตลอดจนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีที่ไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้เรียน แพลตฟอร์มจึงได้รับการออกแบบเพื่อขจัดข้อจำกัดนี้โดยตรง โดยจัดเตรียมคลังสื่อการเรียนรู้ทั้งในรูปแบบใช้คอมพิวเตอร์ (Plugged) และรูปแบบ Unplug (ไม่ใช้คอมพิวเตอร์) ที่เหมาะสมและยืดหยุ่นตามบริบทโรงเรียน

ช่วยลดภาระทางงบประมาณและส่งเสริมให้โรงเรียนที่มีทรัพยากรจำกัดสามารถเข้าถึงการจัดการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีที่มีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียม

การพัฒนากระบวนการเรียนรู้และทักษะศตวรรษที่ 21 ของผู้เรียนทุกระดับ: ผลการดำเนินงานช่วยให้ครูผู้สอนในสังกัดสพป.เพชรบูรณ์ เขต 1 ทุก โรงเรียน

ได้รับการพัฒนาสมรรถนะการสอนวิทยาการคำนวณและเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมด้านแนวคิดเชิงคำนวณ การเขียนโปรแกรม การรู้ดิจิทัล และการใช้เทคโนโลยีอย่างปลอดภัย

ซึ่งครูสามารถนำแผนการสอนแบบสลับ (AL Coding) และสื่อการเรียนรู้ที่ดาวน์โหลดจากแพลตฟอร์มไปจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เพื่อสร้างสรรค์ให้ผู้เรียนมีทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และทักษะชีวิตที่จำเป็นในโลกศตวรรษที่ 21 ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

5.4 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13
หมุดหมาย: M12 ไทยมีกำลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์การพัฒนาแห่งอนาคต
เป้าหมายหลัก: 2. การพัฒนาคนสู่โลกยุคใหม่
เป้าหมายระดับหมุดหมาย: คนไทยได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพในทุกช่วงวัย มีสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับโลกยุคใหม่ มีคุณลักษณะตามบรรทัดฐานที่ดีของสังคม มีคุณธรรม จริยธรรม และมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกโฉมฉับพลันของโลก สามารถดำรงชีวิตร่วมกันในสังคมได้อย่างสงบสุข

ผลการดำเนินงานต่อเป้าหมาย:

การดำเนินกิจกรรมการพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ดิจิทัลและการอบรมพัฒนาครูผู้สอนของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1 เป็นรูปธรรมสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 หมุดหมายที่ 12 เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้ก้าวสู่การเป็นกำลังคนสมรรถนะสูงที่พร้อมเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตและก้าวทันโลกยุคใหม่

โดยผลการดำเนินงานมีรายละเอียดความสอดคล้องเชิงนโยบายที่บรรลุเป้าหมายดังนี้:

การสร้างกำลังคนสมรรถนะสูงและการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง (Lifelong Learning): การเปิดใช้งานแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ "Coding PBN1" (https://gqr.sh/Tn3X)

ถือเป็นการปฏิรูปการยกระดับสมรรถนะของครูผู้สอนในสังกัดให้มีทักษะดิจิทัลที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 ผ่านระบบหลักสูตรออนไลน์ 5 หลักสูตรหลักที่ครอบคลุมตั้งแต่ระดับปฐมวัยไปจนถึงมัธยมศึกษาตอนต้น

ซึ่งเปิดโอกาสให้ครูสามารถเข้ามาเรียนรู้และพัฒนาสมรรถนะของตนเองได้จากทุกที่ทุกเวลาอย่างมีพลวัต

ส่งเสริมระบบการรับรองวิทยฐานะผ่านระบบออกวุฒิบัตรอิเล็กทรอนิกส์การพัฒนาหลักสูตรละ 3 ชั่วโมงโดยอัตโนมัติผ่านทาง E-mail

ซึ่งช่วยสร้างแรงจูงใจในการศึกษาค้นคว้าและขับเคลื่อนกลไกการใฝ่เรียนรู้ตลอดชีวิตให้เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบและยั่งยืนตามเป้าหมายของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

การพัฒนาสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับโลกยุคใหม่: แพลตฟอร์มนี้ทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมโยงในการเตรียมความพร้อมครูผู้สอนด้านวิทยาการคำนวณและเทคโนโลยี

เพื่อให้ครูนำองค์ความรู้และคลังสื่อการเรียนรู้ที่ผ่านการจัดหมวดหมู่อย่างเป็นระบบ (ครอบคลุมทั้งแนวคิดเชิงคำนวณ การเขียนโปรแกรม และการรู้ดิจิทัล)

ไปจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ที่เน้นทักษะการคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหาจริงในชั้นเรียน

ซึ่งส่งผลสัมฤทธิ์โดยตรงต่อการบ่มเพาะนักเรียนให้เติบโตขึ้นเป็นผู้เรียนที่มีสมรรถนะการคิดวิเคราะห์ ทักษะคิดสร้างสรรค์ และมีภูมิคุ้มกันในการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกโฉมฉับพลันของโลกดิจิทัล

การสร้างภูมิคุ้มกันและการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน: นอกเหนือจากทักษะทางเทคนิคแล้ว แพลตฟอร์มยังมีบทเรียนเฉพาะที่เน้นเรื่อง "การใช้เทคโนโลยีอย่างปลอดภัย"

เพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน คุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่ดีในการใช้งานเทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์แก่ผู้เรียน

นอกจากนี้ กระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านชุมชนวิชาชีพ (PLC) และการส่งเสริมการถอดบทเรียนผ่านพื้นที่กิจกรรม "Best Practice Coding" บนแพลตฟอร์ม

ยังสร้างระบบและกลไกความร่วมมือของเครือข่ายครูผู้สอนในสังกัดที่จะร่วมกันขับเคลื่อนการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพและสงบสุข

6. ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ
ปัญหาและอุปสรรค

1. ความเหลื่อมล้ำทางทรัพยากรและอุปกรณ์เทคโนโลยีในโรงเรียนขนาดเล็ก : โรงเรียนขนาดเล็กจำนวนมากในสังกัดยังคงประสบปัญหาขาดแคลนห้องเรียนเฉพาะทาง ตลอดจนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่ไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้เรียน ส่งผลให้นักเรียนขาดโอกาสในการลงมือปฏิบัติจริงด้วยตนเองอย่างทั่วถึง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเรียนวิทยาการคำนวณ

2. ข้อจำกัดเรื่องครูผู้สอนไม่ตรงสาย/ไม่ตรงสาขาวิชาเอกคอมพิวเตอร์ : จากข้อมูลทางสถิติพบว่า ครูผู้รับผิดชอบการจัดการเรียนรู้ Coding ในระดับประถมศึกษาปีที่ 1–3 เป็นครูประจำชั้นเข้ามาสอนถึงร้อยละ 51.50 และในระดับประถมศึกษาปีที่ 4–6 เป็นครูประจำชั้นสอนถึงร้อยละ 35.00 ซึ่งครูผู้สอนส่วนใหญ่ไม่ได้จบการศึกษาทางด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์หรือเทคโนโลยีโดยตรง ทำให้ยังขาดความมั่นใจ ขาดความรู้ความเข้าใจที่ลึกซึ้ง และยังขาดความพร้อม ในการบูรณาการเนื้อหา Coding เข้ากับรายวิชาอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. ความรวดเร็วในการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี : เทคโนโลยีด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ดิจิทัล และ AI มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้องค์ความรู้เดิมที่ครูเคยได้รับจากการอบรมอาจเกิดการล้าสมัยไปอย่างรวดเร็ว ครูจึงมีความต้องการระบบสนับสนุนและแผนการพัฒนาที่ชัดเจนและต่อเนื่องตลอดเวลา

ข้อเสนอแนะ

1. ส่งเสริมและพัฒนาคลังสื่อกิจกรรมในรูปแบบ Unplugged Coding อย่างต่อเนื่อง : เพื่อแก้ไขปัญหาความขาดแคลนด้านงบประมาณและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ในโรงเรียนขนาดเล็ก ควรเน้นย้ำและส่งเสริมการพัฒนาคลังสื่อกิจกรรมการเรียนรู้รูปแบบ Unplug (ไม่ใช้คอมพิวเตอร์) บนแพลตฟอร์มอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้โรงเรียนที่มีข้อจำกัดสามารถจัดการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและพัฒนาทักษะการคิดเชิงคำนวณให้แก่ผู้เรียนได้อย่างเท่าเทียมและลดภาระทางงบประมาณ

2. พัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Hybrid / Blended Learning) : ควรขับเคลื่อนระบบการอบรมของแพลตฟอร์มให้ครอบคลุมทั้งรูปแบบการใช้คอมพิวเตอร์ (Plugged) และไม่ใช้คอมพิวเตอร์ (Unplugged) เพื่อให้ครูสามารถเลือกนำไปปรับใช้ให้ยืดหยุ่นและเหมาะสมกับบริบทเฉพาะและทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดในแต่ละโรงเรียน

3. สร้างระบบเครือข่ายและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านชุมชนวิชาชีพ (PLC) : มุ่งเน้นการคัดเลือกและเผยแพร่วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice Coding) ของครูผู้สอนในสังกัด เพื่อนำมาถอดบทเรียนร่วมกันผ่านกลไกชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ซึ่งจะช่วยให้ครูที่ไม่ตรงสายสามารถศึกษาเรียนรู้จากครูแกนนำ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเกื้อหนุนช่วยเหลือกันในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

4. วางแผนและติดตามผลการพัฒนาสมรรถนะครูอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง : ควรบูรณาการการเรียนรู้ออนไลน์บนแพลตฟอร์มร่วมกับการนิเทศติดตามอย่างสม่ำเสมอ และมีการปรับปรุงหลักสูตรการเรียนรู้บนแพลตฟอร์มให้ทันสมัยอยู่เสมอ เพื่อกระตุ้นให้ครูเกิดความมั่นใจในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ไปใช้จัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ให้กับผู้เรียนได้อย่างแท้จริง

สาเหตุที่เบิกจ่ายไม่ตามแผน (กรณีพับงบ/เงินเหลือ)
- ไม่ได้รายงานผล -