1.1 เพื่อจัดตั้งศูนย์พัฒนาศักยภาพภาษาไทยในการขับเคลื่อนเครือข่ายภาษาไทยสร้างสรรค์
1.2 เพื่อพัฒนาครูให้มีเทคนิคการสอนภาษาไทยเชิงสร้างสรรค์ ผ่านการใช้ภาพเล่าเรื่องและการตั้งคำถาม
1.3 เพื่อยกระดับทักษะการสื่อสาร สมรรถนะการอ่าน (O-NET/PISA) และสร้างวัฒนธรรมการอ่านในโรงเรียน
จัดตั้ง "ศูนย์พัฒนาศักยภาพภาษาไทย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1" สำเร็จตามเป้าหมาย โดยมีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานภาคีเครือข่ายระดับเขตพื้นที่ จำนวน 1 ศูนย์ เพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนงานวิชาการภาษาไทยอย่างเป็นรูปธรรม
ครูผู้สอนวิชาภาษาไทยระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จากโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา เข้ารับการอบรมเชิงปฏิบัติการเทคนิคการสอนภาษาไทยเชิงสร้างสรรค์ จำนวน 41 คน จาก 41 โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ 100 ของเป้าหมาย โดยครูทุกคนได้รับความรู้และฝึกปฏิบัติการใช้เทคนิค Visual Storytelling และ Dialogic Teaching
จัดทำและเผยแพร่คลังสื่อดิจิทัล เทคนิคภาษาไทยสร้างสรรค์ สำเร็จจำนวน 1 ชุด เพื่อให้ครูในสังกัดเข้าถึงและนำไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ได้อย่างสะดวก
ครูผู้สอนวิชาภาษาไทยที่ผ่านการอบรมร้อยละ 100 สามารถออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และนำเทคนิค Visual Storytelling ร่วมกับ Dialogic Teaching ไปทดลองใช้จัดกิจกรรมในห้องเรียนจริง จากการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลพบว่า ครูสามารถเปลี่ยนบทบาทเป็นผู้อำนวยการเรียนรู้ (Facilitator) มีเครื่องมือในการกระตุ้นให้ผู้เรียนคิดวิเคราะห์ และสามารถใช้นวัตกรรมส่งเสริมทักษะการอ่านจับใจความและการเขียนเรียบเรียงของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาทั้ง 41 แห่ง มีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทยอย่างกระตือรือร้นและมีความสุขมากขึ้น บรรยากาศในห้องเรียนเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ฝึกคิดวิเคราะห์ เล่าเรื่องจากภาพ และตอบคำถามปลายเปิด ผลการประเมินพบว่า นักเรียนมากกว่าร้อยละ 80 มีพัฒนาการด้านการอ่านจับใจความและการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ดีขึ้น มีความมั่นใจและกล้าแสดงความคิดเห็น ตลอดจนเกิดทัศนคติที่ดีและมีนิสัยรักการอ่านเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เกิดเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ (PLC) ของครูผู้สอนวิชาภาษาไทยระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1 โดยมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สะท้อนคิดผลการจัดกิจกรรม (AAR) ร่วมกันผ่านกลุ่มเครือข่ายออนไลน์ และมีการร่วมกันพัฒนา แลกเปลี่ยนสื่อการสอน ตลอดจนแบบฝึกทักษะในคลังสื่อดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาการที่เข้มแข็งและเกื้อกูลกันในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอย่างยั่งยืน
| ที่ | ตัวชี้วัด | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|---|
| 1 | มีศูนย์พัฒนาศักยภาพภาษาไทย | โดยได้ดำเนินการจัดตั้ง "ศูนย์พัฒนาศักยภาพภาษาไทย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1" จำนวน 1 ศูนย์ พร้อมแต่งตั้งคณะทำงานภาคีเครือข่ายและจัดทำระบบคลังสื่อดิจิทัล (Digital Toolkit) เพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนงานวิชาการและส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยในระดับเขตพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม |
| 2 | ร้อยละของครูที่สามารถออกแบบและจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ด้วยเทคนิคภาษาไทยสร้างสรรค์ได้ | โดยครูผู้สอนวิชาภาษาไทยระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จากโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา จำนวน 41 คน จาก 41 โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ 100 ผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการและสามารถออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ด้วยเทคนิค "เรื่องเล่าจากภาพ" (Visual Storytelling) และ "การตั้งคำถามกระตุ้นคิด" (Dialogic Teaching) พร้อมนำไปจัดกิจกรรมในห้องเรียนได้จริง |
| 3 | ร้อยละของนักเรียนในโรงเรียนได้รับการส่งเสริมพัฒนาการด้านการอ่าน | โดยนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1 - ม.3) ในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัด สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1 ทั้ง 41 โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ 100 ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาทักษะด้านการอ่านผ่านกิจกรรมภาษาไทยสร้างสรรค์ในชั้นเรียน และการใช้สื่อจากคลังสื่อดิจิทัลของโครงการอย่างทั่วถึง |
| 4 | ร้อยละของนักเรียนมีพัฒนาการด้านการอ่านวิเคราะห์และการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ | จากการทดสอบ การประเมินชิ้นงาน/ผลงานนักเรียนด้วยแบบประเมิน Rubric Score และการสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ พบว่า นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษามีพัฒนาการด้านการอ่านจับใจความ การคิดวิเคราะห์ และการเขียนสื่อความเชิงสร้างสรรค์สูงขึ้น บรรลุตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ |
ระยะเวลา: 2 มี.ค. 2569 ถึง 31 มี.ค. 2569
วิธีการดำเนินงาน:ประชุมวางแผนร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อกำหนดโครงสร้าง บทบาทหน้าที่ และกรอบการดำเนินงานของศูนย์พัฒนาศักยภาพภาษาไทย จากนั้นดำเนินการยกร่างคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานฯ และเสนอผู้บริหารพิจารณาลงนาม พร้อมทั้งจัดส่งคำสั่งแต่งตั้งให้คณะทำงานรับทราบเพื่อเตรียมความพร้อมในการขับเคลื่อนงานต่อไป
1.ได้รับอนุมัติและลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานศูนย์พัฒนาศักยภาพภาษาไทยอย่างเป็นทางการ
2.คณะทำงานรับทราบบทบาท หน้าที่ความรับผิดชอบ และแนวทางการขับเคลื่อนงานร่วมกันอย่างชัดเจน
3.มีกลไกและโครงสร้างการดำเนินงานของศูนย์ฯ ที่มีความพร้อมสำหรับการดำเนินกิจกรรมตามแผนงานในขั้นตอนถัดไป
งบประมาณเบิกจ่ายตามเอกสาร: 0.00 บาท
ระยะเวลา: 20 มิ.ย. 2569 ถึง 20 มิ.ย. 2569
วิธีการดำเนินงาน:จัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ "ภาษาไทยสร้างสรรค์" ระยะเวลา 1 วัน โดยมีครูแกนนำและคณะทำงานเข้าร่วมรวม 45 คน เน้นกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม (Active Learning) ให้ครูฝึกทักษะการออกแบบกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน การเล่านิทาน และเทคนิคการสื่อสารเพื่อสร้างบรรยากาศและวัฒนธรรมการอ่านที่ยั่งยืนในสถานศึกษา พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนเรียนรู้และจัดทำแนวทางการนำไปประยุกต์ใช้ในห้องเรียน
1.ครูแกนนำและคณะทำงานรวม 45 คน ได้รับการพัฒนาทักษะการสื่อสารและการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านเชิงสร้างสรรค์ครบตามเป้าหมาย
2.ผู้เข้าร่วมอบรมมีความรู้ ความเข้าใจ และเกิดเจตคติที่ดีในการสร้างสรรค์วัฒนธรรมการอ่านในโรงเรียน
3.ได้ต้นแบบแนวทางการจัดกิจกรรม "ภาษาไทยสร้างสรรค์" ที่สามารถนำไปขยายผลและประยุกต์ใช้จริงในระดับชั้นเรียนและสถานศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
งบประมาณเบิกจ่ายตามเอกสาร: 9,600.00 บาท
ระยะเวลา: 1 ส.ค. 2569 ถึง 31 ส.ค. 2569
วิธีการดำเนินงาน:ขั้นเตรียมการ (Plan): สร้างความเข้าใจและชี้แจงแนวทางการขยายผลนวัตกรรมการอ่าน (เทคนิค "ภาพเล่าเรื่อง" และ "การตั้งคำถามกระตุ้นคิด") ให้แก่ครูผู้สอนวิชาภาษาไทยระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่ผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการ พร้อมทั้งจัดเตรียมสื่อดิจิทัล (Digital Toolkit) และเครื่องมือสำหรับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เพื่อให้ครูนำไปใช้เป็นแนวทางในการออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ในระดับสถานศึกษา
ขั้นปฏิบัติการ (Do): ครูผู้สอนที่เข้ารับการอบรมนำความรู้ ทักษะ และชุดเครื่องมือดิจิทัลไปประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจริงในห้องเรียน โดยเน้นการสร้างบรรยากาศห้องเรียนให้เป็นพื้นที่แห่งการฝึกฝนทักษะการคิดวิเคราะห์ การสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ และการส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่านให้กับนักเรียน
ขั้นตรวจสอบ (Check): ติดตามและตรวจสอบการนำนวัตกรรมไปใช้จริงในสถานศึกษา ผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ระดับโรงเรียน และการตรวจสอบร่องรอยหลักฐาน เช่น แผนการจัดการเรียนรู้ ชิ้นงาน หรือผลงานของนักเรียนที่สะท้อนถึงพัฒนาการด้านความฉลาดรู้ทางภาษา
ขั้นปรับปรุง (Act): รวบรวมข้อมูลปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะจากการนำนวัตกรรมไปใช้ในห้องเรียน นำมาสะท้อนผลร่วมกันเพื่อปรับปรุงและพัฒนาเทคนิคการจัดการเรียนรู้ให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับบริบทของแต่ละโรงเรียนมากยิ่งขึ้น
ด้านกระบวนการ: เกิดการขับเคลื่อนการขยายผลนวัตกรรมการอ่านลงสู่ระดับห้องเรียนได้อย่างเป็นระบบ ครูผู้สอนมีความเข้าใจและมีความมั่นใจในการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ที่สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21
ด้านตัวนวัตกรรม: ครูผู้สอนสามารถนำเทคนิค "ภาพเล่าเรื่อง (Visual Storytelling)" และ "การตั้งคำถามกระตุ้นคิด (Dialogic Teaching)" รวมถึงสื่อดิจิทัลไปประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจริงได้อย่างหลากหลาย ส่งผลให้บรรยากาศการเรียนวิชาภาษาไทยมีความน่าสนใจและกระตุ้นการมีส่วนร่วมของนักเรียนได้เป็นอย่างดี
ด้านผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน: นักเรียนในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาได้รับการพัฒนาทักษะการอ่าน การคิดวิเคราะห์ และการสื่อสารอย่างเป็นรูปธรรม มีความกล้าแสดงออกในการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ และมีแนวโน้มของวัฒนธรรมการอ่านและการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น
งบประมาณเบิกจ่ายตามเอกสาร: 0.00 บาท
ระยะเวลา: 27 มิ.ย. 2569 ถึง 27 มิ.ย. 2569
วิธีการดำเนินงาน:วางแผนและดำเนินการจัดกิจกรรมการแข่งขันทักษะภาษาไทย ตามโครงการรักษ์ภาษาไทย ระดับประเทศ โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรม คณะกรรมการ และคณะทำงานรวมทั้งสิ้น 20 คน ดำเนินการคัดเลือกและประเมินทักษะภาษาไทยของผู้เรียนในแต่ละประเภทการแข่งขันตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดอย่างเป็นธรรมและโปร่งใส พร้อมทั้งสรุปผลการแข่งขันและมอบรางวัลเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ผู้เรียนและครูผู้ฝึกสอน
1.การจัดกิจกรรมการแข่งขันทักษะภาษาไทย โครงการรักษ์ภาษาไทย สำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมและคณะทำงานรวม 20 คน
2.ได้ตัวแทนนักเรียนที่มีความสามารถโดดเด่นในแต่ละทักษะภาษาไทย เพื่อเป็นตัวแทนของเขตพื้นที่การศึกษาในการเข้าร่วมการแข่งขันในระดับที่สูงขึ้นต่อไป
3.เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างครูผู้สอนในการพัฒนาทักษะภาษาไทยของผู้เรียน และช่วยกระตุ้นให้ผู้เรียนตระหนักถึงความสำคัญและเกิดความภาคภูมิใจในการใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง
งบประมาณเบิกจ่ายตามเอกสาร: 1,800.00 บาท
ระยะเวลา: 1 ส.ค. 2569 ถึง 14 ก.ย. 2569
วิธีการดำเนินงาน:ขั้นเตรียมการ (Plan): กำหนดปฏิทินและวางแผนการขับเคลื่อนการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลทางระบบออนไลน์ให้สอดคล้องกับกรอบระยะเวลาการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569 (ครั้งที่ 2) ระหว่างวันที่ 13 สิงหาคม 2569 - 14 กันยายน 2569 พร้อมทั้งจัดเตรียมเครื่องมือ เครื่องแบบประเมิน และระบบสารสนเทศออนไลน์ สำหรับใช้ในการติดตามความก้าวหน้าการใช้นวัตกรรมและการประเมินทักษะการอ่านของนักเรียน
ขั้นปฏิบัติการ (Do): ดำเนินการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลทางระบบออนไลน์ (Online Coaching) ควบคู่กับการลงพื้นที่ เพื่อขับเคลื่อนให้นำนวัตกรรมส่งเสริมการอ่านไปใช้จัดกิจกรรมการเรียนรู้จริงในสถานศึกษา พร้อมทั้งให้คำปรึกษา แนะนำ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับครูผู้สอน ในช่วงระหว่างวันที่ 13 สิงหาคม 2569 - 14 กันยายน 2569 เพื่อช่วยแก้ปัญหาและปรับปรุงการใช้นวัตกรรมให้เหมาะสมกับบริบทของผู้เรียน
ขั้นตรวจสอบ (Check): ติดตามความก้าวหน้า ตรวจสอบร่องรอยหลักฐานการใช้นวัตกรรม และประเมินผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นกับทักษะการอ่านของนักเรียนอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านระบบรายงานออนไลน์และข้อมูลสารสนเทศตามกรอบเวลาการนิเทศ
ขั้นปรับปรุง (Act): สรุปผลการดำเนินงานตามกรอบระยะเวลาการนิเทศ ประชุมสะท้อนผลการปฏิบัติงาน (AAR) เพื่อนำข้อมูลสารสนเทศที่ได้มาปรับปรุง พัฒนา และต่อยอดนวัตกรรมต่อไป
ด้านกระบวนการ: ได้รับการบูรณาการระบบและรูปแบบการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569 (ครั้งที่ 2) ระหว่างวันที่ 13 สิงหาคม 2569 - 14 กันยายน 2569 อย่างเป็นระบบ ครูผู้สอนทุกกลุ่มเป้าหมายสามารถเข้าถึงคำปรึกษาและปรับประยุกต์ใช้นวัตกรรมได้อย่างสอดคล้องกับบริบทจริงของห้องเรียนในช่วงระยะเวลาการนิเทศที่กำหนด
ด้านตัวนวัตกรรม: เกิดการนำนวัตกรรมส่งเสริมการอ่านไปปฏิบัติจริงในสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง มีร่องรอยหลักฐานการจัดกิจกรรม สื่อ และเครื่องมือวัดผลที่ได้รับการพัฒนาให้ทันสมัยและใช้งานได้จริง
ด้านผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน: นักเรียนได้รับการพัฒนาทักษะการอ่านและการสื่อสารภาษาไทยอย่างเป็นรูปธรรม ผลการประเมินแสดงให้เห็นพัฒนาการเชิงบวก ทั้งด้านความถูกต้องในการอ่านออกเสียง ความคล่องแคล่ว และความเข้าใจในการอ่านที่สูงขึ้นตามเป้าหมายของโครงการ
งบประมาณเบิกจ่ายตามเอกสาร: 0.00 บาท
ระยะเวลา: 1 ก.ย. 2569 ถึง 7 ก.ย. 2569
วิธีการดำเนินงาน:ขั้นเตรียมการ (Plan): รวบรวม วิเคราะห์ และสังเคราะห์ข้อมูลผลการดำเนินงานทั้งหมดของโครงการ ตั้งแต่การแต่งตั้งคณะทำงานศูนย์พัฒนาศักยภาพภาษาไทย การอบรมเชิงปฏิบัติการ การขยายผลสู่สถานศึกษา ตลอดจนผลจากการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลทางระบบออนไลน์ เพื่อเตรียมจัดทำรูปเล่มรายงานสรุปผลการดำเนินโครงการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
ขั้นปฏิบัติการ (Do): จัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินโครงการตามแบบฟอร์มและตัวชี้วัดความสำเร็จที่กำหนดไว้ในโครงการ โดยเรียบเรียงข้อมูลผลการดำเนินงานในแต่ละกิจกรรม ปัญหา อุปสรรค ข้อเสนอแนะ และร่องรอยหลักฐานเชิงประจักษ์
ขั้นตรวจสอบ (Check): ตรวจความถูกต้องและความสอดคล้องของข้อมูล ผลสัมฤทธิ์ของโครงการเทียบกับวัตถุประสงค์และตัวชี้วัด (KPIs) รวมถึงการเบิกจ่ายงบประมาณ พร้อมทั้งนำเสนอผู้บริหารเพื่อรับทราบและพิจารณาให้ความเห็นชอบ
ขั้นปรับปรุง (Act): เผยแพร่รายงานสรุปผลการดำเนินโครงการ พร้อมทั้งนำผลการประเมินและข้อเสนอแนะมาใช้เป็นแนวทางในการวางแผนพัฒนาและต่อยอดโครงการในรอบปีงบประมาณถัดไป
ด้านกระบวนการ: การดำเนินโครงการเป็นไปตามปฏิทินและขั้นตอนที่กำหนด ส่งผลให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1 มี "ศูนย์พัฒนาศักยภาพภาษาไทย" และเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ (PLC) ที่เข้มแข็งในการขับเคลื่อนงานวิชาการ
ด้านตัวนวัตกรรม: เกิดคลังสื่อดิจิทัล (Digital Toolkit) และรูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ด้วยเทคนิค "ภาพเล่าเรื่อง (Visual Storytelling)" และ "การตั้งคำถามกระตุ้นคิด (Dialogic Teaching)" ที่ครูผู้สอนสามารถนำไปใช้ปฏิบัติจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้านผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน: นักเรียนในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาได้รับการพัฒนาทักษะการอ่าน การคิดวิเคราะห์ และการสื่อสารอย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและสมรรถนะความฉลาดรู้ (Reading Literacy) สูงขึ้น สอดคล้องตามเป้าหมายและจุดเน้นของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
งบประมาณเบิกจ่ายตามเอกสาร: 0.00 บาท
การดำเนินงานของโครงการภาษาไทยสร้างสรรค์เพื่อยกระดับการสื่อสารและสร้างวัฒนธรรมการอ่านที่ยั่งยืน ส่งผลลัพธ์เชิงประจักษ์ที่สอดคล้องและขับเคลื่อนเป้าหมายตาม ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ในประเด็นการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 โดยสามารถสรุปผลการดำเนินงานเทียบเคียงกับเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติได้ดังนี้: การยกระดับคุณภาพผู้เรียนสู่ความฉลาดรู้ (Reading Literacy): โครงการได้มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะกระบวนการคิดวิเคราะห์และการสื่อสารผ่านเทคนิค "ภาพเล่าเรื่อง (Visual Storytelling)" และ "การตั้งคำถามกระตุ้นคิด (Dialogic Teaching)" ซึ่งช่วยแก้ปัญหาด้านการอ่านจับใจความและการเขียนเรียบเรียงความคิดของผู้เรียน ทำให้ผู้เรียนมีความฉลาดรู้ทางภาษา สามารถเข้าถึง วิเคราะห์ และสังเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำไปใช้ในการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) อันตอบโจทย์เป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติที่ต้องการสร้าง "คนไทยให้เป็นคนดี คนเก่ง มีคุณภาพ พร้อมสำหรับวิถีชีวิตในศตวรรษที่ 21" การปรับเปลี่ยนบทบาทและพัฒนาสมรรถนะครูผู้สอน (Active Learning): ผ่านกิจกรรมการอบรมเชิงปฏิบัติการและการนิเทศ ติดตามเชิงรุก ส่งผลให้ครูผู้สอนวิชาภาษาไทยในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น สามารถปรับเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ (Transmitter) สู่การเป็นผู้อำนวยความสะดวกและผู้ให้คำแนะนำ (Facilitator / Coach) สามารถออกแบบและจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ที่กระตุ้นการคิดขั้นสูงของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาการจัดการเรียนรู้เพื่อเตรียมความพร้อมรับการประเมินระดับนานาชาติ (PISA) และยกระดับคุณภาพการศึกษาในภาพรวมของประเทศอย่างยั่งยืน
การดำเนินงานของโครงการภาษาไทยสร้างสรรค์เพื่อยกระดับการสื่อสารและสร้างวัฒนธรรมการอ่านที่ยั่งยืน ส่งผลลัพธ์สอดคล้องและขับเคลื่อนเป้าหมายตาม แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นที่ 12 การพัฒนาการเรียนรู้ (แผนย่อยการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21) โดยสามารถสรุปผลการดำเนินงานเทียบเคียงกับเป้าหมายของแผนแม่บทประเด็นได้ดังนี้: ด้านการพัฒนาทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 (21st Century Skills): โครงการได้ขับเคลื่อนผ่านนวัตกรรมการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ด้วยเทคนิค "ภาพเล่าเรื่อง (Visual Storytelling)" และ "การตั้งคำถามกระตุ้นคิด (Dialogic Teaching)" ซึ่งช่วยเปลี่ยนห้องเรียนจากการท่องจำมาเป็นการฝึกกระบวนการคิดวิเคราะห์ (Critical Thinking) และการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ (Creative Communication) ทำให้ผู้เรียนมีสมรรถนะและทักษะที่จำเป็นในการดำรงชีวิตในยุคปัจจุบันอย่างแท้จริง ด้านการส่งเสริมความฉลาดรู้ (Literacy) และการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning): การยกระดับทักษะการอ่านออกเสียง การอ่านจับใจความ และการเขียนสื่อความ ถือเป็นการวางรากฐาน "ความฉลาดรู้ทางภาษา (Reading Literacy)" ที่สำคัญยิ่ง ส่งผลให้ผู้เรียนสามารถใช้ภาษาเป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ ต่อยอดการเรียนรู้ได้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง และนำไปสู่การสร้าง "วัฒนธรรมการอ่านที่เข้มแข็ง" ในสถานศึกษา ซึ่งตอบโจทย์เป้าหมายของแผนแม่บทประเด็นที่มุ่งให้คนไทยมีการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่มีคุณภาพ
การดำเนินงานของโครงการภาษาไทยสร้างสรรค์เพื่อยกระดับการสื่อสารและสร้างวัฒนธรรมการอ่านที่ยั่งยืน ส่งผลลัพธ์สอดคล้องและขับเคลื่อนเป้าหมายตาม แผนย่อยการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 (ภายใต้แผนแม่บทประเด็นการพัฒนาการเรียนรู้) โดยสามารถสรุปผลการดำเนินงานเทียบเคียงกับแนวทางการพัฒนาและเป้าหมายของแผนย่อยได้ดังนี้: ด้านการปรับเปลี่ยนระบบการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะที่จำเป็น: โครงการได้ขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ผ่านนวัตกรรม "ภาพเล่าเรื่อง (Visual Storytelling)" และ "การตั้งคำถามกระตุ้นคิด (Dialogic Teaching)" ซึ่งมุ่งเน้นกระบวนการลงมือปฏิบัติจริง การฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ (Critical Thinking) และทักษะการสื่อสาร ทำให้ผู้เรียนมีความพร้อมในการดำรงชีวิต มีคุณลักษณะของความเป็นพลเมืองตื่นรู้ และมีทักษะที่จำเป็นในโลกยุคใหม่ตามเป้าหมายของแผนย่อย ด้านการปรับเปลี่ยนบทบาทของครูผู้สอน: การพัฒนาสมรรถนะครูผู้สอนวิชาภาษาไทยระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นผ่านกระบวนการอบรมและการนิเทศ ติดตามเชิงรุก ส่งผลให้ครูสามารถปรับเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ เป็นผู้อำนวยการความสะดวกในการเรียนรู้ (Facilitator) และผู้ให้คำแนะนำ (Coach) ซึ่งช่วยกระตุ้นและดึงศักยภาพของผู้เรียนให้ออกมาเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่ ด้านการสร้างนิสัยรักการเรียนรู้และความฉลาดรู้ (Literacy): โครงการได้วางรากฐานความฉลาดรู้ทางภาษาและการอ่าน ตลอดจนการสร้าง "วัฒนธรรมการอ่านที่เข้มแข็ง" ในสถานศึกษา ส่งผลให้ผู้เรียนมีนิสัยรักการอ่าน มีความสามารถในการเข้าถึง วิเคราะห์ และสังเคราะห์ข้อมูลข่าวสาร ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเรียนรู้ต่อเนื่องตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ตามเจตนารมณ์ของแผนย่อยอย่างเป็นรูปธรรม
การดำเนินงานของโครงการภาษาไทยสร้างสรรค์เพื่อยกระดับการสื่อสารและสร้างวัฒนธรรมการอ่านที่ยั่งยืน ส่งผลลัพธ์สอดคล้องและขับเคลื่อนเป้าหมายตาม แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (หมุดหมายที่ 12: ไทยมีกำลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์การพัฒนาแห่งอนาคต) โดยสามารถสรุปผลการดำเนินงานเทียบเคียงกับเป้าหมายของแผนฯ 13 ได้ดังนี้: ด้านการพัฒนาคนสู่โลกยุคใหม่และเสริมสร้างสมรรถนะสูง: โครงการได้มุ่งเน้นการพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับโลกยุคใหม่ ผ่านการยกระดับทักษะการอ่าน การคิดวิเคราะห์ และการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ มีภูมิคุ้มกัน และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตได้อย่างเหมาะสม ด้านการส่งเสริมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง: การสร้างวัฒนธรรมการอ่านที่เข้มแข็ง และการวางรากฐานความฉลาดรู้ทางภาษา ช่วยปลูกฝังให้ผู้เรียนมีนิสัยรักการอ่านและการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ซึ่งเป็นกำลังสำคัญที่มีสมรรถนะสูงพร้อมขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามเป้าหมายหลักของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 อย่างยั่งยืน
การขับเคลื่อนโครงการและการนิเทศ ติดตามผ่านระบบออนไลน์ในช่วงระหว่างรอบการนิเทศอาจมีข้อจำกัดด้านเวลาของครูผู้สอนที่มีภาระงานสอนและงานด่วนอื่นๆ ในสถานศึกษา ทำให้การนัดหมายเข้ารับคำปรึกษา (Online Coaching) หรือการส่งรายงานความก้าวหน้าบางส่วนต้องมีการปรับยืดหยุ่นตามความเหมาะสม
-
-