ปีงบประมาณ 2569

โครงการส่งเสริมความสามารถการจัดการเรียนรู้ STEM Education และ TPACK สำหรับครูวิทยาศาสตร์ สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569

นางจิรันธนิน คงจีน
กลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา
PRJ-69-0018
งบจัดสรรสุทธิ
10,850.00 ฿
เบิกจ่ายจริง
4,600.00 ฿
คงเหลือ
6,250.00 ฿
1. วัตถุประสงค์ของโครงการ

1.1 เพื่อส่งเสริมความสามารถในการจัดการเรียนรู้ STEM Education และ TPACK สำหรับครูผู้สอนวิทยาศาสตร์

1.2 เพื่อส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และ STEM Education เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ PISA

1.3 เพื่อสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ผ่านเครือข่ายออนไลน์ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้นวัตกรรมครูต้นแบบ

2. เป้าหมายที่ดำเนินการได้จริง
2.1 เชิงผลผลิต (Output)
เป้าหมาย: ครูผู้สอนวิทยาศาสตร์กลุ่มเป้าหมายได้รับการพัฒนาสมรรถนะด้าน STEM และ TPACK จำนวน 150 คน

ครูวิทยาศาสตร์กลุ่มที่มีผลการนิเทศและประเมิน 16 คน ได้รับการพัฒนาสมรรถนะ TPACK คิดเป็นร้อยละ 10.67 ของเป้าหมายโครงการ 150 คน คะแนนเฉลี่ยเพิ่มจาก 3.42 (S.D. 0.68) เป็น 4.58 (S.D. 0.52) ระดับดีเยี่ยม เพื่อเชื่อมโยงผลการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะและการส่งเสริมความฉลาดรู้ตามแนวทาง PISA กับวัตถุประสงค์ของโครงการ จึงนำผลการอบรม PISA ที่ดำเนินการไว้แล้ว

มาใช้เป็นข้อมูลประกอบการรายงานผลในประเด็นที่สอดคล้องกัน โดยหลักสูตรวิทยาศาสตร์มีผู้ผ่าน 55 จาก 59 คน ด้วยอยู่ระหว่างการพัฒนาหลักสูตร ที่จะใช้จริงภาค 1/2569

เป้าหมาย: มีนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ต้นแบบ อย่างน้อย 50 ชิ้นงาน

มีนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ 16 ชุด ครูละ 1 ชุด ประกอบด้วยแผนเรื่องย่อย 3 แผนและแผนวัดผล 1 แผน รวม 64 แผน/สื่อ ผ่านเกณฑ์การประเมินแบบรูบริก (Rubric) ระดับดีขึ้นไป จำนวนชุดนวัตกรรมและจำนวนแผน/สื่อแยกกันเพื่อเทียบกับเป้าหมาย 50 ชิ้นงาน

2.2 เชิงผลลัพธ์ (Outcome)
เป้าหมาย: ครูสามารถใช้นวัตกรรมที่ตนเองสร้างขึ้นไปแก้ปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและสมรรถนะทางวิทยาศาสตร์ตามแนวทาง PISA ได้ตรงจุด

ครูกลุ่มที่ประเมิน 16 คนสามารถออกแบบและปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก บูรณาการเนื้อหา วิธีสอน และเทคโนโลยีตามกรอบ TPACK ใช้การสืบเสาะ 5E และกิจกรรมสะเต็มศึกษา เลือกสื่อดิจิทัลให้เหมาะกับปัญหาผู้เรียน และนำแผนไปทดลองใช้ในชั้นเรียน มีการชี้แนะ สะท้อนคิด และปรับปรุงการสอนอย่างต่อเนื่อง

เป้าหมาย: นักเรียนในชั้นเรียนของครูผู้ร่วมโครงการมีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และสมรรถนะตามแนว PISA สูงขึ้น

นักเรียนในชั้นเรียนของครูกลุ่มที่ประเมินผ่านเกณฑ์ผลสัมฤทธิ์วิทยาศาสตร์ร้อยละ 85.50

จากเดิมร้อยละ 54.50 คะแนนทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เฉลี่ยเพิ่มจาก 11.45 เป็น 17.80

จากคะแนนเต็ม 20 คะแนน คะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01

3. ตัวชี้วัดความสำเร็จ (KPIs)
ที่ตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน
1 ร้อยละของครูผู้สอนกลุ่มเป้าหมาย ผ่านเกณฑ์การประเมินสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ (STEM/TPACK) หลังการอบรม

ครูวิทยาศาสตร์กลุ่มที่มีผลการนิเทศและประเมิน 16 คน ได้รับการพัฒนาสมรรถนะ TPACK คิดเป็นร้อยละ 10.67 ของเป้าหมายโครงการ 150 คน คะแนนเฉลี่ยเพิ่มจาก 3.42 (S.D. 0.68) เป็น 4.58 (S.D. 0.52) ระดับดีเยี่ยม เพื่อเชื่อมโยงผลการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะและการส่งเสริมความฉลาดรู้ตามแนวทาง PISA กับวัตถุประสงค์ของโครงการ จึงนำผลการอบรม PISA ที่ดำเนินการไว้แล้ว

มาใช้เป็นข้อมูลประกอบการรายงานผลในประเด็นที่สอดคล้องกัน โดยหลักสูตรวิทยาศาสตร์มีผู้ผ่าน 55 จาก 59 คน ด้วยอยู่ระหว่างการพัฒนาหลักสูตร ที่จะใช้จริงภาค 1/2569

2 จำนวนนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ต้นแบบ ที่ผ่านเกณฑ์คุณภาพและนำไปทดลองใช้กับผู้เรียนจริง

มีนวัตกรรม 16 ชุด รวม 64 แผน/สื่อ ผ่านเกณฑ์การประเมินแบบรูบริก (Rubric) ระดับดีขึ้นไป และนำแผนการจัดการเรียนรู้ไปทดลองใช้กับผู้เรียนจริงในชั้นเรียนของครูกลุ่มเป้าหมาย 16 คน โดยรายงานแยกจำนวนชุดนวัตกรรมออกจากจำนวนแผน/สื่อ

3 ร้อยละของนักเรียน ในชั้นเรียนเป้าหมายมีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์สูงขึ้นหลังการใช้นวัตกรรม

คะแนนทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เฉลี่ยเพิ่มจาก 11.45 เป็น 17.80 จาก 20 คะแนน และสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.01

4 ร้อยละของสถานศึกษา ในกลุ่มเป้าหมายมีการเข้าถึงและนำนวัตกรรมจากคลังสื่อ (PBN1 Hub) ไปประยุกต์ใช้

อยู่ระหว่างการใช้กลุ่มนำร่อง มีการเผยแพร่และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่าน ระบบ PISA และเครือข่าย PLC รวมทั้งมีบันทึกการจัดเตรียมเครือข่ายครูแกนนำ 14 เครือข่าย

4. การดำเนินงานกิจกรรม และงบประมาณ
4.1 กิจกรรม: กิจกรรมที่ 2 อบรมเชิงปฏิบัติการ "Science Innovator Bootcamp” ผ่านหลักสูตรออนไลน์ STEAM Education : ออกแบบห้องเรียนวิทย์พิชิตสมรรถนะ (ระบบ LMS Google Classroom)

ระยะเวลา: 31 ส.ค. 2569 ถึง 30 ก.ย. 2569

วิธีการดำเนินงาน:

บูรณาการผลการพัฒนาครูให้เชื่อมโยงกับวัตถุประสงค์ของโครงการด้านการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะและการส่งเสริมความฉลาดรู้ของผู้เรียน มีการพัฒนาครูผ่านระบบศูนย์พัฒนาความฉลาดรู้ สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1 ผลอนุมัติผ่านอบรมเป็นหลักฐานประกอบ เป็นการใช้ผลการอบรมเดิม

ผลการดำเนินงานโดยสังเขป:

ผลการอบรม PISA ที่ดำเนินการไว้แล้วและนำมาประกอบการรายงานผลโครงการ อ้างอิงทะเบียนผู้เรียนและข้อมูลสรุปรายหลักสูตร ณ วันที่ 25 กันยายน 2569 การจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมความฉลาดรู้ (วิทยาศาสตร์) ลงทะเบียน 59 คน ได้รับอนุมัติให้ผ่านการอบรม 55 คน

หลักสูตร STEM/STEAM–TPACK–AI ในระบบยังเป็นแบบร่าง มีผู้ลงทะเบียน 0 คน และผู้ผ่าน 0 คน จึงแยกผลการอบรม PISA ที่จัดไว้แล้วออกจากผลของหลักสูตรร่างดังกล่าว

แหล่งข้อมูล https//jsuperpbn.com/pisapbn1/admin_certificates.php

งบประมาณเบิกจ่ายตามเอกสาร: 0.00 บาท

4.2 กิจกรรม: กิจกรรมที่ 1 พัฒนาหลักสูตรและเครื่องมือต้นแบบ 1) ประชุมปฏิบัติการจัดทำหลักสูตรและสื่อวีดิทัศน์ 2) จัดทำคู่มือ e-Book และแบบทดสอบออนไลน์

ระยะเวลา: 31 ส.ค. 2569 ถึง 4 ก.ย. 2569

วิธีการดำเนินงาน:

พัฒนาร่างหลักสูตรการจัดการเรียนรู้ STEM/STEAM โดยบูรณาการ TPACK และประยุกต์ใช้ AI สำหรับการเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านระบบ LMS จำนวน 5 โมดูล รวม 300 นาที จัดทำบทอ่าน กรณีศึกษา ใบงานออกแบบหน่วยการเรียนรู้ แนวทางการเขียนคำสั่งสำหรับ AI เกณฑ์การประเมินแบบรูบริก (Rubric) และแบบทดสอบก่อนเรียน ระหว่างเรียน และหลังเรียน พร้อมจัดเตรียมเอกสารประกอบการประชุมเครือข่ายครูวิชาการและครูแกนนำวันที่ 8 กันยายน 2569 เพื่อร่วมพิจารณาร่างหลักสูตรและแนวทางขยายผล

ผลการดำเนินงานโดยสังเขป:

วันที่ 25 กันยายน 2569 มีร่างหลักสูตร STEM/STEAM–TPACK–AI จำนวน 1 หลักสูตร โครงสร้าง 5 โมดูล ระยะเวลา 5 ชั่วโมง ตามบันทึกการพัฒนาระบบวันที่ 6 กันยายน 2569 มีบทเรียน 11 บท รวมบทแนวคำตอบและข้อมูลย้อนกลับ และแบบทดสอบรวม 25 ข้อ (ก่อนเรียน 5 ข้อ ระหว่างเรียน 10 ข้อ หลังเรียน 10 ข้อ) พร้อมใบงานและเกณฑ์การประเมินแบบรูบริก (Rubric) หลักฐานดังกล่าวระบุสถานะหลักสูตรเป็นฉบับร่าง จึงรายงานเป็นผลการพัฒนาสื่อและเครื่องมือต้นแบบ ยังไม่สรุปว่าเผยแพร่หลักสูตรหรืออบรมเสร็จสิ้น ระบบสนับสนุนการพัฒนาครู มีระบบศูนย์พัฒนาความฉลาดรู้ (PISA) สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1 ที่เปิดใช้งานผ่าน https//jsuperpbn.com/pisapbn1/index.php?page=home

งบประมาณเบิกจ่ายตามเอกสาร: 4,600.00 บาท

4.3 กิจกรรม: กิจกรรมที่ 3 นิเทศแบบ Coaching ผสมผสานระหว่างการลงพื้นที่/สุ่มนิเทศและติดตามผ่านระบบออนไลน์ /ขับเคลื่อนชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพออนไลน์ / จัดนิทรรศการนำเสนอออนไลน์

ระยะเวลา: 31 ส.ค. 2569 ถึง 16 ก.ย. 2569

วิธีการดำเนินงาน:

ดำเนินการนิเทศแบบชี้แนะและสะท้อนคิด บูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลตามกรอบ TPACK โดยสำรวจสมรรถนะพื้นฐาน วางเป้าหมายร่วมกับครู พัฒนาและวิพากษ์แผน สังเกตการนำไปใช้ในชั้นเรียน ให้ข้อมูลย้อนกลับ และติดตามการปรับปรุงแผนอย่างต่อเนื่อง ใช้ระบบออนไลน์และ PLC สนับสนุนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยดำเนินการนิเทศผ่านระบบออนไลน์ตามรูปแบบกิจกรรมที่ระบุไว้ในระบบ

ผลการดำเนินงานโดยสังเขป:

ครูวิทยาศาสตร์กลุ่มที่ประเมิน 16 คนมีสมรรถนะ TPACK สูงขึ้นครบทุกคน คะแนนเฉลี่ยเพิ่มจาก 3.42 เป็น 4.58 จากคะแนนเต็ม 5.00 มีนวัตกรรม 16 ชุด รวม 64 แผน/สื่อ ผ่านเกณฑ์ระดับดีขึ้นไปและนำแผนไปทดลองใช้จริง นักเรียนกลุ่มที่ประเมินผ่านเกณฑ์ผลสัมฤทธิ์ร้อยละ 85.50 จากเดิมร้อยละ 54.50 คะแนนทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เฉลี่ยเพิ่มจาก 11.45 เป็น 17.80 จาก 20 คะแนน รายงานระบุความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.01 มีการสะท้อนคิดและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่าน PLC และแพลตฟอร์มดิจิทัล ผลดังกล่าวเป็นผลของกลุ่มที่มีหลักฐานประเมิน ส่วนการติดตามและรวบรวมผลระดับโครงการยังอยู่ระหว่างดำเนินการ

งบประมาณเบิกจ่ายตามเอกสาร: 0.00 บาท

4.4 กิจกรรม: กิจกรรมที่ 4 สรุปผลและเชิดชูเกียรตินวัตกร (ประชุมคณะกรรมการคัดเลือก Best Practice และถอดบทเรียน และสรุปรายงานผลการดำเนินงาน) ออนไลน์

ระยะเวลา: 31 ส.ค. 2569 ถึง 8 ก.ย. 2569

วิธีการดำเนินงาน:

รวบรวมและสังเคราะห์ผลการพัฒนาครู ผลการนิเทศ แผนและสื่อการเรียนรู้ และผลประเมินผู้เรียน ควบคู่กับการนำผลการอบรม PISA ที่ดำเนินการไว้แล้วมาประกอบเฉพาะประเด็นที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์โครงการ จำแนกผลการพัฒนาสมรรถนะ STEM/TPACK ออกจากผลการผ่านหลักสูตร PISA และจัดทำข้อมูลอ้างอิงจากระบบศูนย์พัฒนาความฉลาดรู้ ใช้การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่าน PLC และแพลตฟอร์มดิจิทัลเป็นช่องทางเผยแพร่แนวปฏิบัติ สะท้อนผลการดำเนินงาน และวางแนวทางติดตามการนำความรู้ไปใช้ในชั้นเรียน จะมีการดำเนินการในภาคเรียนที่ 2/2569

ผลการดำเนินงานโดยสังเขป:

ผลการสังเคราะห์ข้อมูลประกอบรายงาน ณ วันที่ 25 กันยายน 2569 มีดังนี้

1. การพัฒนาครูกลุ่มที่ประเมิน 16 คน นวัตกรรม 16 ชุด รวม 64 แผน/สื่อ และนักเรียนกลุ่มที่ประเมินผ่านเกณฑ์ผลสัมฤทธิ์ร้อยละ 85.50

2. ผลการอบรม PISA จากระบบศูนย์พัฒนาความฉลาดรู้ มีผู้ผ่านด้านวิทยาศาสตร์ 55 คน

3. ข้อสังเคราะห์เพื่อพัฒนาต่อเนื่อง ได้แก่ การเชื่อมโยงความรู้จากการอบรมกับการออกแบบแผนและการใช้จริงในชั้นเรียน การติดตามผ่าน PLC และการจัดเก็บหลักฐานรายบุคคลเพื่อประเมินผลตามตัวชี้วัด

4. มีร่างหลักสูตร STEM/STEAM–TPACK–AI และระบบออนไลน์สนับสนุนการพัฒนาครู ซึ่งอยู่ระหว่างพัฒนาและติดตามการขยายผล

แผนดำเนินงานต่อเนื่อง กำหนดดำเนินการคัดเลือก Best Practice และการเชิดชูเกียรติในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2569 โดยไม่ใช้งบประมาณ เพื่อเปิดโอกาสให้ครูนำความรู้ไปประยุกต์ใช้และรวบรวมหลักฐานผลการจัดการเรียนรู้ก่อนการนำเสนอผลงาน การคัดเลือกดังกล่าวเป็นแผนดำเนินงานระยะต่อไป และจะรายงานผลเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ

งบประมาณเบิกจ่ายตามเอกสาร: 0.00 บาท

5. ความเชื่อมโยงกับแผนระดับต่างๆ
5.1 ยุทธศาสตร์ชาติ
ด้าน: ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพมนุษย์
เป้าหมาย: 1. คนไทยเป็นคนดี คนเก่ง มีคุณภาพ พร้อมสำหรับวิถีชีวิตในศตวรรษที่ 21
ประเด็น: 3. ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21
ประเด็นย่อย: 3.1 การปรับเปลี่ยนระบบการเรียนรู้ให้เอื้อต่อการพัฒนาทักษะสำหรับศตวรรษที่ 21
ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ (ตามแผน):
โครงการนี้สนับสนุนยุทธศาสตร์การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์โดยตรง ผ่านการยกระดับสมรรถนะครูวิทยาศาสตร์ให้มีความเชี่ยวชาญด้าน STEM Education และเทคโนโลยี (TPACK) โดยนำ AI มาเป็นเครื่องมือช่วยสอน ซึ่งเป็นการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 ช่วยให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหาที่ซับซ้อนตามแนวทาง PISA เตรียมความพร้อมคนไทยให้เป็นคนเก่งและมีคุณภาพในยุคดิจิทัล

ผลการดำเนินงานต่อเป้าหมาย:

โครงการสนับสนุนการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ผ่านการพัฒนาครูวิทยาศาสตร์ด้าน STEM และ TPACK ครูกลุ่มที่ประเมินจำนวน 16 คนมีคะแนนสมรรถนะเฉลี่ยเพิ่มจาก 3.42 เป็น 4.58 และสามารถออกแบบการเรียนรู้เชิงรุกบูรณาการเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาทักษะการคิดและแก้ปัญหาของผู้เรียน

5.2 แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ
แผนแม่บท: 12 ประเด็น การพัฒนาการเรียนรู้
เป้าหมาย: 1.คนไทยมีการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากลเพิ่มขึ้น มีทักษะที่จำเป็นของโลกศตวรรษที่ 21 สามารถในการแก้ปัญหา ปรับตัว สื่อสาร และทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิผลเพิ่มขึ้น มีนิสัยใฝ่เรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต

ผลการดำเนินงานต่อเป้าหมาย:

เกิดนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ 16 ชุด รวม 64 แผน/สื่อ ผ่านเกณฑ์คุณภาพระดับดีขึ้นไป ครูนำแผนไปใช้ในชั้นเรียนและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่าน PLC และ PBN1 Learning Hub สนับสนุนการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้และการเรียนรู้ต่อเนื่อง นักเรียนในกลุ่มที่ประเมินผ่านเกณฑ์ผลสัมฤทธิ์ร้อยละ 85.50

5.3 แผนย่อยของแผนแม่บทฯ
แผนย่อย: 1201 แผนย่อยการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21
เป้าหมาย: คนไทยได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน มีทักษะการเรียนรู้ และทักษะที่จำเป็นของโลกศตวรรษที่ 21 สามารถเข้าถึงการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตดีขึ้น

ผลการดำเนินงานต่อเป้าหมาย:

พัฒนาร่างหลักสูตรออนไลน์ STEM/STEAM–TPACK–AI จำนวน 5 โมดูล รวม 5 ชั่วโมง พร้อมบทอ่าน กรณีศึกษา ใบงาน และ เกณฑ์การประเมินแบบรูบริก (Rubric) เพื่อสนับสนุนการออกแบบการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ ควบคู่การนิเทศแบบชี้แนะ สะท้อนคิด และปรับปรุงแผนการสอนจากหลักฐานในชั้นเรียน เป็นกลไกสนับสนุนการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 โดยการขยายผลหลักสูตรยังอยู่ระหว่างดำเนินการ

5.4 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13
หมุดหมาย: M12 ไทยมีกำลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์การพัฒนาแห่งอนาคต
เป้าหมายหลัก: 2. การพัฒนาคนสู่โลกยุคใหม่
เป้าหมายระดับหมุดหมาย: คนไทยได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพในทุกช่วงวัย มีสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับโลกยุคใหม่ มีคุณลักษณะตามบรรทัดฐานที่ดีของสังคม มีคุณธรรม จริยธรรม และมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกโฉมฉับพลันของโลก สามารถดำรงชีวิตร่วมกันในสังคมได้อย่างสงบสุข

ผลการดำเนินงานต่อเป้าหมาย:

การพัฒนาครูให้บูรณาการเนื้อหา วิธีสอน และเทคโนโลยี ตลอดจนการจัดทำสื่อและหลักสูตรออนไลน์ สนับสนุนหมุดหมายที่ 12 ด้านกำลังคนสมรรถนะสูงและการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ผลที่มีหลักฐานในกลุ่มประเมิน ได้แก่ ครู 16 คนมีสมรรถนะ TPACK สูงขึ้น และคะแนนทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนเฉลี่ยเพิ่มจาก 11.45 เป็น 17.80 จากคะแนนเต็ม 20 คะแนน

6. ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ
ปัญหาและอุปสรรค

1. ข้อมูลการพัฒนาครูมาจากหลายแหล่ง ทั้งผลการนิเทศตามกรอบ STEM/TPACK และผลการอบรม PISA ที่ดำเนินการไว้แล้ว ซึ่งมีขอบเขตการประเมินแตกต่างกัน จึงต้องตรวจสอบความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และกลุ่มเป้าหมายก่อนสรุปผลระดับโครงการ

2. ผู้เข้ารับการอบรม PISA สามารถเข้าร่วมได้มากกว่าหนึ่งหลักสูตร ทำให้ยอดผู้ผ่านรายหลักสูตรอาจมีบุคคลซ้ำกัน จึงยังไม่สามารถใช้ยอดรวมดังกล่าวแทนจำนวนครูที่ได้รับการพัฒนาโดยไม่นับซ้ำได้

3. หลักฐานเชิงปริมาณเกี่ยวกับจำนวนผู้เรียนที่มีทักษะสูงขึ้นและจำนวนสถานศึกษาที่นำนวัตกรรมไปใช้จริงยังอยู่ระหว่างรวบรวม ส่งผลให้การคำนวณผลสำเร็จตามตัวชี้วัดบางรายการยังไม่ครบถ้วน

4. หลักสูตร STEM/STEAM–TPACK–AI ยังอยู่ระหว่างพัฒนา จึงต้องติดตามความพร้อมของเนื้อหา เครื่องมือประเมิน และผลการนำไปใช้ก่อนสรุปผลการขยายหลักสูตร ทั้งนี้ การคัดเลือก Best Practice เป็นแผนดำเนินงานต่อเนื่องในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2569 โดยไม่ใช้งบประมาณ จึงยังไม่มีผลการคัดเลือก ณ วันที่รายงาน

ข้อเสนอแนะ

1. จัดทำทะเบียนผู้ได้รับการพัฒนารายบุคคล โดยตรวจสอบรายชื่อข้ามหลักสูตรและเชื่อมโยงกับกลุ่มเป้าหมายโครงการ เพื่อสรุปจำนวนผู้เข้าร่วมและผู้ผ่านเกณฑ์โดยไม่นับซ้ำ

2. จัดทำตารางเชื่อมโยงวัตถุประสงค์ ตัวชี้วัด กิจกรรม และหลักฐาน โดยแยกผลการนิเทศ STEM/TPACK ออกจากผลการอบรม PISA ที่จัดไว้แล้ว พร้อมระบุวันดำเนินการและแหล่งข้อมูลให้ตรวจสอบได้

3. ใช้แบบติดตามผลร่วมกันเพื่อรวบรวมแผนการจัดการเรียนรู้ ชิ้นงาน หลักฐานการใช้จริง และผลประเมินผู้เรียนก่อนและหลังการจัดกิจกรรม รวมทั้งจำนวนผู้เรียนและสถานศึกษาที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้คำนวณผลตามตัวชี้วัดได้ครบถ้วน

4. พัฒนาและทบทวนหลักสูตร STEM/STEAM–TPACK–AI อย่างต่อเนื่อง พร้อมใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะและชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) สนับสนุนการนำความรู้ไปใช้ในชั้นเรียนและแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติ

5. ดำเนินการคัดเลือก Best Practice และการเชิดชูเกียรติในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2569 โดยไม่ใช้งบประมาณ กำหนดเกณฑ์และแนวทางรวบรวมผลงานให้ชัดเจน และจัดทำรายงานผลเพิ่มเติมเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ

สาเหตุที่เบิกจ่ายไม่ตามแผน (กรณีพับงบ/เงินเหลือ)

การนิเทศ การอบรม และการคัดเลือก Best Practice และการเชิดชูเกียรติกำหนดดำเนินการในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2569 โดยไม่ใช้งบประมาณ ปรับกิจกรรมเป็นรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบ PISA