1.1 เพื่อส่งเสริมความสามารถในการจัดการเรียนรู้ STEM Education และ TPACK สำหรับครูผู้สอนวิทยาศาสตร์
1.2 เพื่อส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และ STEM Education เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ PISA
1.3 เพื่อสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ผ่านเครือข่ายออนไลน์ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้นวัตกรรมครูต้นแบบ
ครูวิทยาศาสตร์กลุ่มที่มีผลการนิเทศและประเมิน 16 คน ได้รับการพัฒนาสมรรถนะ TPACK คิดเป็นร้อยละ 10.67 ของเป้าหมายโครงการ 150 คน คะแนนเฉลี่ยเพิ่มจาก 3.42 (S.D. 0.68) เป็น 4.58 (S.D. 0.52) ระดับดีเยี่ยม เพื่อเชื่อมโยงผลการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะและการส่งเสริมความฉลาดรู้ตามแนวทาง PISA กับวัตถุประสงค์ของโครงการ จึงนำผลการอบรม PISA ที่ดำเนินการไว้แล้ว
มาใช้เป็นข้อมูลประกอบการรายงานผลในประเด็นที่สอดคล้องกัน โดยหลักสูตรวิทยาศาสตร์มีผู้ผ่าน 55 จาก 59 คน ด้วยอยู่ระหว่างการพัฒนาหลักสูตร ที่จะใช้จริงภาค 1/2569
มีนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ 16 ชุด ครูละ 1 ชุด ประกอบด้วยแผนเรื่องย่อย 3 แผนและแผนวัดผล 1 แผน รวม 64 แผน/สื่อ ผ่านเกณฑ์การประเมินแบบรูบริก (Rubric) ระดับดีขึ้นไป จำนวนชุดนวัตกรรมและจำนวนแผน/สื่อแยกกันเพื่อเทียบกับเป้าหมาย 50 ชิ้นงาน
ครูกลุ่มที่ประเมิน 16 คนสามารถออกแบบและปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก บูรณาการเนื้อหา วิธีสอน และเทคโนโลยีตามกรอบ TPACK ใช้การสืบเสาะ 5E และกิจกรรมสะเต็มศึกษา เลือกสื่อดิจิทัลให้เหมาะกับปัญหาผู้เรียน และนำแผนไปทดลองใช้ในชั้นเรียน มีการชี้แนะ สะท้อนคิด และปรับปรุงการสอนอย่างต่อเนื่อง
นักเรียนในชั้นเรียนของครูกลุ่มที่ประเมินผ่านเกณฑ์ผลสัมฤทธิ์วิทยาศาสตร์ร้อยละ 85.50
จากเดิมร้อยละ 54.50 คะแนนทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เฉลี่ยเพิ่มจาก 11.45 เป็น 17.80
จากคะแนนเต็ม 20 คะแนน คะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01
| ที่ | ตัวชี้วัด | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|---|
| 1 | ร้อยละของครูผู้สอนกลุ่มเป้าหมาย ผ่านเกณฑ์การประเมินสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ (STEM/TPACK) หลังการอบรม | ครูวิทยาศาสตร์กลุ่มที่มีผลการนิเทศและประเมิน 16 คน ได้รับการพัฒนาสมรรถนะ TPACK คิดเป็นร้อยละ 10.67 ของเป้าหมายโครงการ 150 คน คะแนนเฉลี่ยเพิ่มจาก 3.42 (S.D. 0.68) เป็น 4.58 (S.D. 0.52) ระดับดีเยี่ยม เพื่อเชื่อมโยงผลการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะและการส่งเสริมความฉลาดรู้ตามแนวทาง PISA กับวัตถุประสงค์ของโครงการ จึงนำผลการอบรม PISA ที่ดำเนินการไว้แล้ว มาใช้เป็นข้อมูลประกอบการรายงานผลในประเด็นที่สอดคล้องกัน โดยหลักสูตรวิทยาศาสตร์มีผู้ผ่าน 55 จาก 59 คน ด้วยอยู่ระหว่างการพัฒนาหลักสูตร ที่จะใช้จริงภาค 1/2569 |
| 2 | จำนวนนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ต้นแบบ ที่ผ่านเกณฑ์คุณภาพและนำไปทดลองใช้กับผู้เรียนจริง | มีนวัตกรรม 16 ชุด รวม 64 แผน/สื่อ ผ่านเกณฑ์การประเมินแบบรูบริก (Rubric) ระดับดีขึ้นไป และนำแผนการจัดการเรียนรู้ไปทดลองใช้กับผู้เรียนจริงในชั้นเรียนของครูกลุ่มเป้าหมาย 16 คน โดยรายงานแยกจำนวนชุดนวัตกรรมออกจากจำนวนแผน/สื่อ |
| 3 | ร้อยละของนักเรียน ในชั้นเรียนเป้าหมายมีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์สูงขึ้นหลังการใช้นวัตกรรม | คะแนนทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เฉลี่ยเพิ่มจาก 11.45 เป็น 17.80 จาก 20 คะแนน และสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.01 |
| 4 | ร้อยละของสถานศึกษา ในกลุ่มเป้าหมายมีการเข้าถึงและนำนวัตกรรมจากคลังสื่อ (PBN1 Hub) ไปประยุกต์ใช้ | อยู่ระหว่างการใช้กลุ่มนำร่อง มีการเผยแพร่และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่าน ระบบ PISA และเครือข่าย PLC รวมทั้งมีบันทึกการจัดเตรียมเครือข่ายครูแกนนำ 14 เครือข่าย |
ระยะเวลา: 31 ส.ค. 2569 ถึง 30 ก.ย. 2569
วิธีการดำเนินงาน:บูรณาการผลการพัฒนาครูให้เชื่อมโยงกับวัตถุประสงค์ของโครงการด้านการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะและการส่งเสริมความฉลาดรู้ของผู้เรียน มีการพัฒนาครูผ่านระบบศูนย์พัฒนาความฉลาดรู้ สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1 ผลอนุมัติผ่านอบรมเป็นหลักฐานประกอบ เป็นการใช้ผลการอบรมเดิม
ผลการอบรม PISA ที่ดำเนินการไว้แล้วและนำมาประกอบการรายงานผลโครงการ อ้างอิงทะเบียนผู้เรียนและข้อมูลสรุปรายหลักสูตร ณ วันที่ 25 กันยายน 2569 การจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมความฉลาดรู้ (วิทยาศาสตร์) ลงทะเบียน 59 คน ได้รับอนุมัติให้ผ่านการอบรม 55 คน
หลักสูตร STEM/STEAM–TPACK–AI ในระบบยังเป็นแบบร่าง มีผู้ลงทะเบียน 0 คน และผู้ผ่าน 0 คน จึงแยกผลการอบรม PISA ที่จัดไว้แล้วออกจากผลของหลักสูตรร่างดังกล่าว
แหล่งข้อมูล https//jsuperpbn.com/pisapbn1/admin_certificates.php
งบประมาณเบิกจ่ายตามเอกสาร: 0.00 บาท
ระยะเวลา: 31 ส.ค. 2569 ถึง 4 ก.ย. 2569
วิธีการดำเนินงาน:พัฒนาร่างหลักสูตรการจัดการเรียนรู้ STEM/STEAM โดยบูรณาการ TPACK และประยุกต์ใช้ AI สำหรับการเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านระบบ LMS จำนวน 5 โมดูล รวม 300 นาที จัดทำบทอ่าน กรณีศึกษา ใบงานออกแบบหน่วยการเรียนรู้ แนวทางการเขียนคำสั่งสำหรับ AI เกณฑ์การประเมินแบบรูบริก (Rubric) และแบบทดสอบก่อนเรียน ระหว่างเรียน และหลังเรียน พร้อมจัดเตรียมเอกสารประกอบการประชุมเครือข่ายครูวิชาการและครูแกนนำวันที่ 8 กันยายน 2569 เพื่อร่วมพิจารณาร่างหลักสูตรและแนวทางขยายผล
วันที่ 25 กันยายน 2569 มีร่างหลักสูตร STEM/STEAM–TPACK–AI จำนวน 1 หลักสูตร โครงสร้าง 5 โมดูล ระยะเวลา 5 ชั่วโมง ตามบันทึกการพัฒนาระบบวันที่ 6 กันยายน 2569 มีบทเรียน 11 บท รวมบทแนวคำตอบและข้อมูลย้อนกลับ และแบบทดสอบรวม 25 ข้อ (ก่อนเรียน 5 ข้อ ระหว่างเรียน 10 ข้อ หลังเรียน 10 ข้อ) พร้อมใบงานและเกณฑ์การประเมินแบบรูบริก (Rubric) หลักฐานดังกล่าวระบุสถานะหลักสูตรเป็นฉบับร่าง จึงรายงานเป็นผลการพัฒนาสื่อและเครื่องมือต้นแบบ ยังไม่สรุปว่าเผยแพร่หลักสูตรหรืออบรมเสร็จสิ้น ระบบสนับสนุนการพัฒนาครู มีระบบศูนย์พัฒนาความฉลาดรู้ (PISA) สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1 ที่เปิดใช้งานผ่าน https//jsuperpbn.com/pisapbn1/index.php?page=home
งบประมาณเบิกจ่ายตามเอกสาร: 4,600.00 บาท
ระยะเวลา: 31 ส.ค. 2569 ถึง 16 ก.ย. 2569
วิธีการดำเนินงาน:ดำเนินการนิเทศแบบชี้แนะและสะท้อนคิด บูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลตามกรอบ TPACK โดยสำรวจสมรรถนะพื้นฐาน วางเป้าหมายร่วมกับครู พัฒนาและวิพากษ์แผน สังเกตการนำไปใช้ในชั้นเรียน ให้ข้อมูลย้อนกลับ และติดตามการปรับปรุงแผนอย่างต่อเนื่อง ใช้ระบบออนไลน์และ PLC สนับสนุนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยดำเนินการนิเทศผ่านระบบออนไลน์ตามรูปแบบกิจกรรมที่ระบุไว้ในระบบ
ครูวิทยาศาสตร์กลุ่มที่ประเมิน 16 คนมีสมรรถนะ TPACK สูงขึ้นครบทุกคน คะแนนเฉลี่ยเพิ่มจาก 3.42 เป็น 4.58 จากคะแนนเต็ม 5.00 มีนวัตกรรม 16 ชุด รวม 64 แผน/สื่อ ผ่านเกณฑ์ระดับดีขึ้นไปและนำแผนไปทดลองใช้จริง นักเรียนกลุ่มที่ประเมินผ่านเกณฑ์ผลสัมฤทธิ์ร้อยละ 85.50 จากเดิมร้อยละ 54.50 คะแนนทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เฉลี่ยเพิ่มจาก 11.45 เป็น 17.80 จาก 20 คะแนน รายงานระบุความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.01 มีการสะท้อนคิดและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่าน PLC และแพลตฟอร์มดิจิทัล ผลดังกล่าวเป็นผลของกลุ่มที่มีหลักฐานประเมิน ส่วนการติดตามและรวบรวมผลระดับโครงการยังอยู่ระหว่างดำเนินการ
งบประมาณเบิกจ่ายตามเอกสาร: 0.00 บาท
ระยะเวลา: 31 ส.ค. 2569 ถึง 8 ก.ย. 2569
วิธีการดำเนินงาน:รวบรวมและสังเคราะห์ผลการพัฒนาครู ผลการนิเทศ แผนและสื่อการเรียนรู้ และผลประเมินผู้เรียน ควบคู่กับการนำผลการอบรม PISA ที่ดำเนินการไว้แล้วมาประกอบเฉพาะประเด็นที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์โครงการ จำแนกผลการพัฒนาสมรรถนะ STEM/TPACK ออกจากผลการผ่านหลักสูตร PISA และจัดทำข้อมูลอ้างอิงจากระบบศูนย์พัฒนาความฉลาดรู้ ใช้การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่าน PLC และแพลตฟอร์มดิจิทัลเป็นช่องทางเผยแพร่แนวปฏิบัติ สะท้อนผลการดำเนินงาน และวางแนวทางติดตามการนำความรู้ไปใช้ในชั้นเรียน จะมีการดำเนินการในภาคเรียนที่ 2/2569
ผลการสังเคราะห์ข้อมูลประกอบรายงาน ณ วันที่ 25 กันยายน 2569 มีดังนี้
1. การพัฒนาครูกลุ่มที่ประเมิน 16 คน นวัตกรรม 16 ชุด รวม 64 แผน/สื่อ และนักเรียนกลุ่มที่ประเมินผ่านเกณฑ์ผลสัมฤทธิ์ร้อยละ 85.50
2. ผลการอบรม PISA จากระบบศูนย์พัฒนาความฉลาดรู้ มีผู้ผ่านด้านวิทยาศาสตร์ 55 คน
3. ข้อสังเคราะห์เพื่อพัฒนาต่อเนื่อง ได้แก่ การเชื่อมโยงความรู้จากการอบรมกับการออกแบบแผนและการใช้จริงในชั้นเรียน การติดตามผ่าน PLC และการจัดเก็บหลักฐานรายบุคคลเพื่อประเมินผลตามตัวชี้วัด
4. มีร่างหลักสูตร STEM/STEAM–TPACK–AI และระบบออนไลน์สนับสนุนการพัฒนาครู ซึ่งอยู่ระหว่างพัฒนาและติดตามการขยายผล
แผนดำเนินงานต่อเนื่อง กำหนดดำเนินการคัดเลือก Best Practice และการเชิดชูเกียรติในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2569 โดยไม่ใช้งบประมาณ เพื่อเปิดโอกาสให้ครูนำความรู้ไปประยุกต์ใช้และรวบรวมหลักฐานผลการจัดการเรียนรู้ก่อนการนำเสนอผลงาน การคัดเลือกดังกล่าวเป็นแผนดำเนินงานระยะต่อไป และจะรายงานผลเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ
งบประมาณเบิกจ่ายตามเอกสาร: 0.00 บาท
โครงการสนับสนุนการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ผ่านการพัฒนาครูวิทยาศาสตร์ด้าน STEM และ TPACK ครูกลุ่มที่ประเมินจำนวน 16 คนมีคะแนนสมรรถนะเฉลี่ยเพิ่มจาก 3.42 เป็น 4.58 และสามารถออกแบบการเรียนรู้เชิงรุกบูรณาการเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาทักษะการคิดและแก้ปัญหาของผู้เรียน
เกิดนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ 16 ชุด รวม 64 แผน/สื่อ ผ่านเกณฑ์คุณภาพระดับดีขึ้นไป ครูนำแผนไปใช้ในชั้นเรียนและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่าน PLC และ PBN1 Learning Hub สนับสนุนการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้และการเรียนรู้ต่อเนื่อง นักเรียนในกลุ่มที่ประเมินผ่านเกณฑ์ผลสัมฤทธิ์ร้อยละ 85.50
พัฒนาร่างหลักสูตรออนไลน์ STEM/STEAM–TPACK–AI จำนวน 5 โมดูล รวม 5 ชั่วโมง พร้อมบทอ่าน กรณีศึกษา ใบงาน และ เกณฑ์การประเมินแบบรูบริก (Rubric) เพื่อสนับสนุนการออกแบบการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ ควบคู่การนิเทศแบบชี้แนะ สะท้อนคิด และปรับปรุงแผนการสอนจากหลักฐานในชั้นเรียน เป็นกลไกสนับสนุนการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 โดยการขยายผลหลักสูตรยังอยู่ระหว่างดำเนินการ
การพัฒนาครูให้บูรณาการเนื้อหา วิธีสอน และเทคโนโลยี ตลอดจนการจัดทำสื่อและหลักสูตรออนไลน์ สนับสนุนหมุดหมายที่ 12 ด้านกำลังคนสมรรถนะสูงและการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ผลที่มีหลักฐานในกลุ่มประเมิน ได้แก่ ครู 16 คนมีสมรรถนะ TPACK สูงขึ้น และคะแนนทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนเฉลี่ยเพิ่มจาก 11.45 เป็น 17.80 จากคะแนนเต็ม 20 คะแนน
1. ข้อมูลการพัฒนาครูมาจากหลายแหล่ง ทั้งผลการนิเทศตามกรอบ STEM/TPACK และผลการอบรม PISA ที่ดำเนินการไว้แล้ว ซึ่งมีขอบเขตการประเมินแตกต่างกัน จึงต้องตรวจสอบความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และกลุ่มเป้าหมายก่อนสรุปผลระดับโครงการ
2. ผู้เข้ารับการอบรม PISA สามารถเข้าร่วมได้มากกว่าหนึ่งหลักสูตร ทำให้ยอดผู้ผ่านรายหลักสูตรอาจมีบุคคลซ้ำกัน จึงยังไม่สามารถใช้ยอดรวมดังกล่าวแทนจำนวนครูที่ได้รับการพัฒนาโดยไม่นับซ้ำได้
3. หลักฐานเชิงปริมาณเกี่ยวกับจำนวนผู้เรียนที่มีทักษะสูงขึ้นและจำนวนสถานศึกษาที่นำนวัตกรรมไปใช้จริงยังอยู่ระหว่างรวบรวม ส่งผลให้การคำนวณผลสำเร็จตามตัวชี้วัดบางรายการยังไม่ครบถ้วน
4. หลักสูตร STEM/STEAM–TPACK–AI ยังอยู่ระหว่างพัฒนา จึงต้องติดตามความพร้อมของเนื้อหา เครื่องมือประเมิน และผลการนำไปใช้ก่อนสรุปผลการขยายหลักสูตร ทั้งนี้ การคัดเลือก Best Practice เป็นแผนดำเนินงานต่อเนื่องในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2569 โดยไม่ใช้งบประมาณ จึงยังไม่มีผลการคัดเลือก ณ วันที่รายงาน
1. จัดทำทะเบียนผู้ได้รับการพัฒนารายบุคคล โดยตรวจสอบรายชื่อข้ามหลักสูตรและเชื่อมโยงกับกลุ่มเป้าหมายโครงการ เพื่อสรุปจำนวนผู้เข้าร่วมและผู้ผ่านเกณฑ์โดยไม่นับซ้ำ
2. จัดทำตารางเชื่อมโยงวัตถุประสงค์ ตัวชี้วัด กิจกรรม และหลักฐาน โดยแยกผลการนิเทศ STEM/TPACK ออกจากผลการอบรม PISA ที่จัดไว้แล้ว พร้อมระบุวันดำเนินการและแหล่งข้อมูลให้ตรวจสอบได้
3. ใช้แบบติดตามผลร่วมกันเพื่อรวบรวมแผนการจัดการเรียนรู้ ชิ้นงาน หลักฐานการใช้จริง และผลประเมินผู้เรียนก่อนและหลังการจัดกิจกรรม รวมทั้งจำนวนผู้เรียนและสถานศึกษาที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้คำนวณผลตามตัวชี้วัดได้ครบถ้วน
4. พัฒนาและทบทวนหลักสูตร STEM/STEAM–TPACK–AI อย่างต่อเนื่อง พร้อมใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะและชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) สนับสนุนการนำความรู้ไปใช้ในชั้นเรียนและแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติ
5. ดำเนินการคัดเลือก Best Practice และการเชิดชูเกียรติในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2569 โดยไม่ใช้งบประมาณ กำหนดเกณฑ์และแนวทางรวบรวมผลงานให้ชัดเจน และจัดทำรายงานผลเพิ่มเติมเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ
การนิเทศ การอบรม และการคัดเลือก Best Practice และการเชิดชูเกียรติกำหนดดำเนินการในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2569 โดยไม่ใช้งบประมาณ ปรับกิจกรรมเป็นรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบ PISA