1.1 2.1. เพื่อพัฒนาศักยภาพครูผู้สอน ในการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์วิถีใหม่เชิงรุก (Active Learning) ด้วยกระบวนการสืบค้นทางประวัติศาสตร์ (Historical Inquiry
1.2 2.2. เพื่อส่งเสริมให้ครูสามารถสร้างสรรค์สื่อการเรียนรู้ที่น่าสนใจและสอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น ในการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และการสื่อสารในยุคดิจิทัล
1.3 2.3. เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะการคิดวิเคราะห์ การสืบเสาะหาความรู้ การค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ (Historical Inquiry Skills) ที่ใช้กระบวนการ 5 ขั้น และความคิดสร้างสรรค์ ผ่านการลงมือปฏิบัติในแหล่งเรียนรู้ท้องถิ่นจริง
สพท. ได้ดำเนินการกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการโครงการสืบสาน สร้างสรรค์ ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นจังหวัดเพชรบูรณ์ (Phetchabun Local History Heritage Project) วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องประชุมมะขามหวาน ผลการดำเนินการพบว่า ครูผู้สอนวิชาประวัติศาสตร์/สังคมศึกษา จำนวน 107 คน จากทั้งหมด 107 คน คิดเป็นร้อยละ 100 เข้ารับการอบรม ได้รับการพัฒนาศักยภาพและความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมแบบ Active Learning ผ่านโมเดล GPAS 5 Step จากผู้เชี่ยวชาญระดับมหาวิทยาลัยโดยตรง สามารถเชื่อมโยงหลักสูตรประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเข้ากับห้องเรียนวิถีใหม่ได้ ส่งผลให้บรรลุเป้าหมายเชิงผลผลิตข้อที่ 1
ครูผู้สอนวิชาประวัติศาสตร์/สังคมศึกษา จำนวน 107 คน จากทั้งหมด 107 คน คิดเป็นร้อยละ 100 สามารถสร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรมสื่อดิจิทัลประวัติศาสตร์ท้องถิ่นผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ (เช่น Canva, YouTube) ส่งเข้าคลังสื่อและนำไปใช้ประกอบการสอนจริงครบถ้วนทุกสถานศึกษา ส่งผลให้บรรลุเป้าหมายเชิงผลผลิตข้อที่ 2
ศึกษานิเทศก์ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตาม ระหว่างวันที่ 18 - 24 มิถุนายน 2569 จากการนิเทศพบว่า นักเรียน จำนวน 8643 คน จากทั้งหมด 10804 คน คิดเป็นร้อยละ 80 ได้รับการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การสืบเสาะหาความรู้ และมีทักษะการค้นคว้าทางประวัติศาสตร์อย่างเป็นระบบ โดยส่วนใหญ่มีคะแนนการทดสอบทักษะกระบวนการสืบค้นผ่านเกณฑ์ที่กำหนด เป้าหมายเชิงผลผลิตข้อที่ 3
ศึกษานิเทศก์ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตาม ระหว่างวันที่ 18 - 24 มิถุนายน 2569 จากการนิเทศพบว่า ครูผู้สอนวิชาประวัติศาสตร์/สังคมศึกษา จำนวน 107 คน จากทั้งหมด 107 คน คิดเป็นร้อยละ 100 สามารถปรับเปลี่ยนบทบาทและพฤติกรรมการสอนจากรูปแบบบรรยายเดิม มาเป็นผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) ในชั้นเรียนได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยครูมีทักษะในการประยุกต์ใช้กระบวนการทางประวัติศาสตร์ 5 ขั้นตอน ร่วมกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ในห้องเรียนจริง และสามารถสร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรมสื่อดิจิทัลประวัติศาสตร์ท้องถิ่นผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ (เช่น Canva, YouTube) ส่งเข้าคลังสื่อและนำไปใช้ประกอบการสอนจริงครบถ้วนทุกสถานศึกษา ส่งผลให้บรรลุเป้าหมายเชิงผลลัพธ์ข้อที่ 1
ศึกษานิเทศก์ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตาม ระหว่างวันที่ 18 - 24 มิถุนายน 2569 จากการนิเทศพบว่า ครูผู้สอนวิชาประวัติศาสตร์/สังคมศึกษา จำนวน 107 คน จากทั้งหมด 107 คน คิดเป็นร้อยละ 100 สามารถสร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรมสื่อดิจิทัลประวัติศาสตร์ท้องถิ่นผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ (เช่น Canva, YouTube) ส่งเข้าคลังสื่อและนำไปใช้ประกอบการสอนจริงครบถ้วนทุกสถานศึกษา เกิดนวัตกรรมและสื่อการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นในรูปแบบดิจิทัลที่มีคุณภาพ ทันสมัย ยืดหยุ่น และพร้อมใช้งานจริง อย่างน้อย 1 ชิ้นต่อครู 1 คน ส่งผลให้สถานศึกษามีแหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ที่ยั่งยืน ส่งผลให้บรรลุเป้าหมายเชิงผลลัพธ์ข้อที่ 2
ศึกษานิเทศก์ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตาม ระหว่างวันที่ 18 - 24 มิถุนายน 2569 จากการนิเทศพบว่า นักเรียน จำนวน 10587 คน จากทั้งหมด 10804 คน คิดเป็นร้อยละ 98 มีผลการประเมินด้านพฤติกรรม (Behavioral Checklist) และการถอดบทเรียนหลังกิจกรรม (AAR) ผ่านเกณฑ์การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์สะท้อนอัตลักษณ์ "ลูกพ่อขุนผาเมือง" (เสียสละ กล้าหาญ ชาญฉลาด) ในระดับดีขึ้นไป เกิดความภาคภูมิใจในรากเหง้าและจิตสำนึกรักบ้านเกิดอย่างยั่งยืน
| ที่ | ตัวชี้วัด | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|---|
| 1 | ร้อยละของครูผู้สอนที่เข้าร่วมการพัฒนาทักษะการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)ในการประยุกต์ใช้ กระบวนการ 5 ขั้นตอน | สพท. ได้ดำเนินการกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการโครงการสืบสาน สร้างสรรค์ ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นจังหวัดเพชรบูรณ์ (Phetchabun Local History Heritage Project) วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องประชุมมะขามหวาน ผลการดำเนินการพบว่า ครูผู้สอนวิชาประวัติศาสตร์/สังคมศึกษา จำนวน 107 คน จากทั้งหมด 107 คน คิดเป็นร้อยละ 100 เข้ารับการอบรม ได้รับการพัฒนาศักยภาพและความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมแบบ Active Learning ผ่านโมเดล GPAS 5 Step จากผู้เชี่ยวชาญระดับมหาวิทยาลัยโดยตรง สามารถเชื่อมโยงหลักสูตรประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเข้ากับห้องเรียนวิถีใหม่ได้ |
| 2 | ร้อยละของครูมีผลงานนวัตกรรมสื่อดิจิทัลประวัติศาสตร์ท้องถิ่นอย่างน้อย 1 ชิ้น | ศึกษานิเทศก์ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตาม ระหว่างวันที่ 18 - 24 มิถุนายน 2569 จากการนิเทศพบว่า ครูผู้สอนวิชาประวัติศาสตร์/สังคมศึกษา จำนวน 107 คน จากทั้งหมด 107 คน คิดเป็นร้อยละ 100 สามารถสร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรมสื่อดิจิทัลประวัติศาสตร์ท้องถิ่นผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ (เช่น Canva, YouTube) ส่งเข้าคลังสื่อและนำไปใช้ประกอบการสอนจริงครบถ้วนทุกสถานศึกษา เกิดนวัตกรรมและสื่อการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นในรูปแบบดิจิทัลที่มีคุณภาพ ทันสมัย ยืดหยุ่น และพร้อมใช้งานจริง อย่างน้อย 1 ชิ้นต่อครู 1 คน ส่งผลให้สถานศึกษามีแหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ที่ยั่งยืน |
| 3 | ร้อยละของนักเรียนกลุ่มเป้าหมายที่มีคะแนนทดสอบทักษะการสืบค้น 5 ขั้นตอนผ่านเกณฑ์ | ศึกษานิเทศก์ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตาม ระหว่างวันที่ 18 - 24 มิถุนายน 2569 จากการนิเทศพบว่า นักเรียน จำนวน 8643 คน จากทั้งหมด 10804 คน คิดเป็นร้อยละ 80 ได้รับการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การสืบเสาะหาความรู้ และมีทักษะการค้นคว้าทางประวัติศาสตร์อย่างเป็นระบบ โดยส่วนใหญ่มีคะแนนการทดสอบทักษะกระบวนการสืบค้นผ่านเกณฑ์ที่กำหนด เป้าหมายเชิงผลผลิตข้อที่ 3 |
| 4 | ร้อยละของครูที่ผ่านการนิเทศติดตามแล้วพบว่ามีการปรับบทบาทเป็น Facilitator ในชั้นเรียนจริง | ศึกษานิเทศก์ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตาม ระหว่างวันที่ 18 - 24 มิถุนายน 2569 จากการนิเทศพบว่า ครูผู้สอนวิชาประวัติศาสตร์/สังคมศึกษา จำนวน 107 คน จากทั้งหมด 107 คน คิดเป็นร้อยละ 100 สามารถปรับเปลี่ยนบทบาทและพฤติกรรมการสอนจากรูปแบบบรรยายเดิม มาเป็นผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) ในชั้นเรียนได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยครูมีทักษะในการประยุกต์ใช้กระบวนการทางประวัติศาสตร์ 5 ขั้นตอน ร่วมกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ในห้องเรียนจริง |
| 5 | ร้อยละของสถานศึกษาที่มีการนำนวัตกรรม/สื่อดิจิทัลไปใช้ประกอบการเรียนการสอนในชั้นเรียนจริง | สถานศึกษาในสังกัด จำนวน 107 แห่ง จากทั้งหมด 107 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 100 มีการนำนวัตกรรม/สื่อดิจิทัลไปใช้ประกอบการเรียนการสอนในชั้นเรียนจริง |
| 6 | ร้อยละของนักเรียนที่ผ่านการประเมินคุณลักษณะ "ลูกพ่อขุนผาเมือง" (เสียสละ กล้าหาญ ชาญฉลาด) ในระดับ "ดี" ขึ้นไป | ศึกษานิเทศก์ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตาม ระหว่างวันที่ 18 - 24 มิถุนายน 2569 จากการนิเทศพบว่า นักเรียน จำนวน 10587 คน จากทั้งหมด 10804 คน คิดเป็นร้อยละ 98 มีผลการประเมินด้านพฤติกรรม (Behavioral Checklist) และการถอดบทเรียนหลังกิจกรรม (AAR) ผ่านเกณฑ์การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์สะท้อนอัตลักษณ์ "ลูกพ่อขุนผาเมือง" (เสียสละ กล้าหาญ ชาญฉลาด) ในระดับดีขึ้นไป เกิดความภาคภูมิใจในรากเหง้าและจิตสำนึกรักบ้านเกิดอย่างยั่งยืน |
ระยะเวลา: 5 พ.ค. 2569 ถึง 5 พ.ค. 2569
วิธีการดำเนินงาน:จัดประชุมคณะกรรมการ/คณะทำงาน Core Team (ผู้เข้าประชุมรวม 12 คน) เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องประชุมน้ำผึ้ง เพื่อวางแผนงานและเตรียมความพร้อมในการจัดกิจกรรมสำคัญ โดยมีกระบวนการดำเนินงานดังนี้:
1. การวางแผนและจัดสรรงบประมาณ: ที่ประชุมร่วมกันรับทราบการอนุมัติโครงการและงบประมาณสำหรับการดำเนินงานกิจกรรมที่ 1 และ 2 รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 25,704 บาท ตลอดจนตรวจสอบคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการ หนังสือเชิญวิทยากร และหนังสือแจ้งครูในสังกัด 107 โรงเรียนเข้าร่วมอบรม
2. การกำหนดโครงสร้างและเนื้อหาการอบรม: กำหนดจัดอบรมเชิงปฏิบัติการขึ้นในวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องประชุมมะขามหวาน โดยมีกิจกรรมหลักประกอบด้วย:
- การบรรยายและฝึกปฏิบัติหัวข้อ "การจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์วิถีใหม่เชิงรุก (Active Learning) ด้วย GPAS 5 Step" โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยนเรศวร (ผศ.ดร.อนุชา กอนพ่วง และ ดร.นรินทิพย์ กอนพ่วง) พร้อมด้วยนายศุภกรณ์ เพิ่มพูล
- การแบ่งกลุ่มแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการนำหลักสูตรประวัติศาสตร์ท้องถิ่นไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ และการใช้นวัตกรรมสื่อดิจิทัลร่วมกับกระบวนการสืบค้น 5 ขั้นตอนทางประวัติศาสตร์
- การทำแบบทดสอบหลังการฝึกอบรมเพื่อประเมินผล
3. การกำหนดบทบาทคณะทำงาน (Core Team): มอบหมายให้คณะทำงานทำหน้าที่เป็น "พี่เลี้ยง" หรือ "ผู้อำนวยความสะดวก" (Facilitator/FA) ประจำกลุ่มครูผู้เข้ารับการอบรม เพื่อให้คำแนะนำและอธิบายในบริบทการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ได้อย่างใกล้ชิด
4. การวางระบบติดตามและต่อยอดผลงาน: ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแนวทางการขยายผล โดยการจัดประกวดนวัตกรรม/วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ในรูปแบบคลิปวิดีโอสั้น แหล่งเรียนรู้ท้องถิ่น "One Day Trip to Learn My Local History" และการประกวดวาดภาพ "เพชรบูรณ์ในอดีต" ตลอดจนเห็นชอบให้แต่งตั้งคณะดำเนินงานเพื่อจัดทำแพลตฟอร์มและเว็บไซต์รองรับ พร้อมทั้งใช้กระบวนการ PLC ติดตามความเคลื่อนไหวผ่านกลุ่มไลน์
ผลจากการจัดประชุมคณะกรรมการ Core Team ในครั้งนี้ ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายและทิศทางของโครงการทุกประการ โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ในประเด็นสำคัญ ดังนี้:
1. ด้านการเตรียมความพร้อมและการบริหารจัดการ: คณะทำงานสามารถจัดทำกำหนดการอบรมเชิงปฏิบัติการ แผนจัดสรรงบประมาณ และหนังสือประสานงานทุกส่วนเสร็จสิ้นเป็นรูปธรรม พร้อมรองรับครูผู้สอนประวัติศาสตร์/สังคมศึกษาจาก 107 โรงเรียนที่จะเข้าอบรมในวันที่ 11 พฤษภาคม 2569
2. ด้านหลักสูตรและการสร้างนวัตกรรม: ได้รับการยอมรับในเนื้อหาแนวทางการนำหลักสูตรประวัติศาสตร์ท้องถิ่นไปใช้ รวมถึงกรอบนวัตกรรมสื่อดิจิทัลและกระบวนการสืบค้น 5 ขั้นตอน โดยมีผู้เชี่ยวชาญร่วมระลึกและผลักดันในรายละเอียด
3. ด้านระบบการนิเทศและนิเวศการเรียนรู้: เกิดโครงสร้างทีมพี่เลี้ยง (Core Team) ที่พร้อมปฏิบัติหน้าที่ Facilitator ในชั้นเรียนอบรมจริง และเกิดแนวทางการสร้างแพลตฟอร์ม เว็บไซต์ และช่องทาง PLC ทางดิจิทัล เพื่อใช้ในการกำกับติดตาม รวบรวมคลังสื่อ และคัดเลือกผลงานนวัตกรรมดีเด่นของครูและนักเรียน ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและตอบโจทย์คุณลักษณะ "ลูกพ่อขุนผาเมือง" (เสียสละ กล้าหาญ ชาญฉลาด) ได้อย่างสมบูรณ์ตั้งแต่เริ่มต้นโครงการ
งบประมาณเบิกจ่ายตามเอกสาร: 1,600.00 บาท
ระยะเวลา: 11 พ.ค. 2569 ถึง 11 พ.ค. 2569
วิธีการดำเนินงาน:ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการโครงการสืบสาน สร้างสรรค์ ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นจังหวัดเพชรบูรณ์ (Phetchabun Local History Heritage Project) ขึ้นในวันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องประชุมมะขามหวาน โดยมีลำดับขั้นตอนและกระบวนการดำเนินงานตามกำหนดการดังนี้:
1. กระบวนการเปิดการอบรมและชี้แจงเป้าหมาย: เริ่มต้นด้วยการลงทะเบียนผู้เข้ารับการอบรมในเวลา 08.00 - 08.30 น. จากนั้นจัดพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในเวลา 08.30 - 09.00 น. โดยมีนายภพเดชา บุญศรี รอง ผอ.สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1 เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์โครงการ และได้รับเกียรติจาก นายวิทยา เกษาอาจ ผอ.สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1 เป็นประธานในพิธีเปิดและมอบนโยบายการดำเนินงาน
2. กระบวนการเติมเต็มองค์ความรู้ทางวิชาการ (ช่วงเช้า): ในเวลา 09.30 - 12.00 น. เป็นการบรรยายเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ "การจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์วิถีใหม่เชิงรุก (Active Learning) ด้วย GPAS 5 Step" เพื่อปูพื้นฐานการออกแบบการเรียนรู้เชิงรุกให้แก่ผู้เข้าอบรม โดยเชิญคณะวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ ผศ.ดร.อนุชา กอนพ่วง (รองคณบดีฯ ประธานหลักสูตรปริญญาเอกสาขาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวร) ดร.นรินทิพย์ กอนพ่วง (ประธานหลักสูตรวิชาเอกปฐมวัย มหาวิทยาลัยนเรศวร) และนายศุภกรณ์ เพิ่มพูน (ครูโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาภาคเหนือ) เป็นทีมผู้ให้ความรู้
3. กระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และฝึกปฏิบัติเชิงลึก (ช่วงบ่าย): ในเวลา 13.00 - 15.30 น. เป็นกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่เน้นการลงมือปฏิบัติจริง (Workshop) ร่วมกันระหว่างทีมวิทยากรและคณะทำงาน (Core Team) ประจำกลุ่ม มุ่งเน้นใน 2 ประเด็นหลัก คือ การนำหลักสูตรประวัติศาสตร์ท้องถิ่นไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ และการใช้นวัตกรรมสื่อดิจิทัลร่วมกับกระบวนการสืบค้น 5 ขั้นตอนทางประวัติศาสตร์ โดยผู้เข้าอบรมได้เตรียมคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คและอุปกรณ์ต่อพ่วงมาเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อฝึกสร้างสรรค์งานจริง
4. กระบวนการสรุปผลและประเมินหลังการอบรม: ในเวลา 15.30 - 16.30 น. เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการจัดกิจกรรม โดยมีการสรุปเนื้อหา อภิปรายแลกเปลี่ยน ซักถามข้อสงสัย มอบหมายภารกิจในการไปขยายผลในสถานศึกษา พร้อมทั้งให้ผู้เข้าอบรมทำแบบทดสอบหลังการฝึกอบรม (Post-test) เพื่อวัดความรู้ความเข้าใจก่อนทำพิธีปิดการอบรมอย่างเป็นทางการ
ผลจากการดำเนินงานตามกำหนดการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ ประสบผลสำเร็จตามกรอบเวลาและสาระสำคัญของโครงการ โดยสรุปภาพรวมได้ดังนี้:
1. ด้านการบริหารจัดการและการมีส่วนร่วม: การดำเนินงานเป็นไปตามแผนและโครงสร้างเวลาที่กำหนดไว้ชัดเจน ตั้งแต่ระบบการลงทะเบียน พิธีเปิด ไปจนถึงกระบวนการปิดการอบรม โดยผู้เข้าร่วมอบรมให้ความร่วมมือในการเตรียมความพร้อมด้านอุปกรณ์เทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค) และแต่งกายตามระเบียบชุดสุภาพโทนสีดำ ขาว เทา ที่เอื้อต่อการปฏิบัติกิจกรรมเคลื่อนไหวอย่างสะดวก
2. ด้านองค์ความรู้และทักษะที่เพิ่มขึ้น: ครูผู้สอนวิชาประวัติศาสตร์/สังคมศึกษาที่เข้ารับการอบรม ได้รับการพัฒนาศักยภาพและความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมแบบ Active Learning ผ่านโมเดล GPAS 5 Step จากผู้เชี่ยวชาญระดับมหาวิทยาลัยโดยตรง สามารถเชื่อมโยงหลักสูตรประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเข้ากับห้องเรียนวิถีใหม่ได้
3. ด้านผลผลิตและเครื่องมือการสอน: เกิดเครือข่ายความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างวิทยากร คณะทำงาน Core Team และครูผู้สอน ทำให้ครูได้รับแนวทางในการใช้กระบวนการสืบค้น 5 ขั้นตอนทางประวัติศาสตร์ควบคู่กับการประยุกต์ใช้นวัตกรรมสื่อดิจิทัล
งบประมาณเบิกจ่ายตามเอกสาร: 25,704.00 บาท
ระยะเวลา: 18 มิ.ย. 2569 ถึง 24 มิ.ย. 2569
วิธีการดำเนินงาน:การนิเทศได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตาม โดยใช้กระบวนการนิเทศและเครื่องมือประเมินผลการจัดการเรียนรู้ (Observation Form) เป็นกลไกหลักในการเก็บรวบรวมข้อมูลวิธีการดำเนินงานมุ่งเน้นการสังเกตการณ์ชั้นเรียนจริงเพื่อประเมินการปรับบทบาทของครูผู้สอนสู่การเป็นผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) การตรวจสอบร่องรอยการนำกระบวนการสืบค้นทางประวัติศาสตร์ 5 ขั้นตอน (Historical Inquiry) และการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ไปใช้ออกแบบแผนการเรียนรู้ ควบคู่กับการนำสื่อดิจิทัลประวัติศาสตร์ท้องถิ่นมาใช้ในกิจกรรมการเรียนรู้ นอกจากนี้ การนิเทศยังได้ให้คำปรึกษา แนะนำ แลกเปลี่ยนเรียนรู้เชิงวิชาการ เพื่อสนับสนุนให้สถานศึกษาสามารถนำนวัตกรรมสื่อดิจิทัลไปใช้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงตามวัตถุประสงค์ของโครงการ
1. ด้านครูผู้สอนและการจัดการเรียนรู้: ครูผู้สอนวิชาประวัติศาสตร์/สังคมศึกษา ร้อยละ 100 จากทั้ง 10 โ7 รงเรียน สามารถปรับเปลี่ยนบทบาทและพฤติกรรมการสอนจากรูปแบบบรรยายเดิม มาเป็นผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) ในชั้นเรียนได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยครูมีทักษะในการประยุกต์ใช้กระบวนการทางประวัติศาสตร์ 5 ขั้นตอน ร่วมกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ในห้องเรียนจริง และสามารถสร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรมสื่อดิจิทัลประวัติศาสตร์ท้องถิ่นผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ (เช่น Canva, YouTube) ส่งเข้าคลังสื่อและนำไปใช้ประกอบการสอนจริงครบถ้วนทุกสถานศึกษา
2. ด้านคุณภาพและคุณลักษณะของผู้เรียน: นักเรียนกลุ่มเป้าหมายได้รับการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การสืบเสาะหาความรู้ และมีทักษะการค้นคว้าทางประวัติศาสตร์อย่างเป็นระบบ โดยส่วนใหญ่มีคะแนนการทดสอบทักษะกระบวนการสืบค้นผ่านเกณฑ์ที่กำหนด นอกจากนี้ ผลการประเมินด้านพฤติกรรม (Behavioral Checklist) และการถอดบทเรียนหลังกิจกรรม (AAR) พบว่านักเรียนร้อยละ 98 ผ่านเกณฑ์การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์สะท้อนอัตลักษณ์ "ลูกพ่อขุนผาเมือง" (เสียสละ กล้าหาญ ชาญฉลาด) ในระดับดีขึ้นไป เกิดความภาคภูมิใจในรากเหง้าและจิตสำนึกรักบ้านเกิดอย่างยั่งยืน
งบประมาณเบิกจ่ายตามเอกสาร: 0.00 บาท
ระยะเวลา: 1 ก.ค. 2569 ถึง 11 ส.ค. 2569
วิธีการดำเนินงาน:แต่งตั้งและประชุมคณะกรรมการดำเนินงาน จำนวน 10 คน เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และแนวทางการประเมินการประกวดสื่อและนวัตกรรม โดยแบ่งการประกวดออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
1. การประกวดคลิปวิดีโอสั้นแหล่งเรียนรู้ท้องถิ่น ภายใต้หัวข้อ "One Day Trip to Learn My Local History"
2. การประกวดวาดภาพ ภายใต้หัวข้อ "เพชรบูรณ์ในอดีต" จากนั้นดำเนินการดำเนินจัดประกวด รวบรวมผลงาน ตรวจสอบ และตัดสินผลงานตามเกณฑ์ที่กำหนด พร้อมทั้งจัดจ้างและจัดเตรียมโล่รางวัลชนะเลิศสำหรับมอบให้แก่ผู้ชนะการประกวดทั้ง 2 ประเภท (ประเภทละ 1 รางวัล รวม 2 โล่)
คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 10 คน ได้ดำเนินการพิจารณาตัดสินและคัดเลือกผลงานตามเกณฑ์การประกวดเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว โดยได้คัดเลือกนวัตกรรมสื่อดิจิทัล คลิปวิดีโอสั้นแหล่งเรียนรู้ท้องถิ่น "One Day Trip to Learn My Local History" และผลงานวาดภาพ "เพชรบูรณ์ในอดีต" ที่มีความโดดเด่น สะท้อนอัตลักษณ์และประวัติศาสตร์ท้องถิ่นจังหวัดเพชรบูรณ์ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม พร้อมทั้งได้ดำเนินการจัดทำโล่รางวัลชนะเลิศจำนวน 2 โล่ เพื่อมอบให้แก่ผู้ชนะการประกวด ทั้งนี้ ผลงานดังกล่าวได้ถูกรวบรวมเข้าสู่คลังสื่อและทำเนียบแหล่งเรียนรู้ดิจิทัลของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อนำไปเผยแพร่และใช้ประโยชน์ในการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์แนวใหม่ในสถานศึกษาต่อไป
งบประมาณเบิกจ่ายตามเอกสาร: 3,350.00 บาท
จัดกระบวนการเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์ จากการท่องจำแบบเดิมสู่ การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) โดยส่งเสริมให้ครูผู้สอนเปลี่ยนบทบาทเป็น ผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) และพัฒนานักเรียนในสังกัดจำนวน ให้เกิดทักษะการคิดวิเคราะห์ การสืบเสาะหาความรู้ และการแก้ปัญหาที่ซับซ้อนผ่านกระบวนการสืบค้นทางประวัติศาสตร์ 5 ขั้นตอน (Historical Inquiry) ในแหล่งเรียนรู้จริง ส่งผลให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจในรากเหง้า พัฒนาคุณธรรม จริยธรรม และมีความพร้อมในการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 อย่างมีคุณภาพ
ครูผู้สอนร้อยละ 100 ได้รับการพัฒนาทักษะการจัดการเรียนรู้เชิงรุก และสร้างสรรค์ นวัตกรรมสื่อดิจิทัลประวัติศาสตร์ท้องถิ่น (เช่น คลังสื่อดิจิทัล คลิปวิดีโอสั้น แผนที่แหล่งเรียนรู้) ทำให้สถานศึกษาทั้ง 107โรงเรียน มีทรัพยากรการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น ทันสมัย และเข้าถึงง่าย ส่งเสริมให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ของผู้เรียนตามมาตรฐาน
ผลการดำเนินงานได้ผสมผสานเทคโนโลยียุคดิจิทัลเข้ากับเนื้อหาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ผ่านการประกวดคลิปวิดีโอสั้น "One Day Trip to Learn My Local History" ซึ่งเป็นสื่อที่มีชีวิต มีปฏิสัมพันธ์ และดึงดูดการมีส่วนร่วมของผู้เรียน ส่งผลให้นักเรียนร้อยละ 80 มีทักษะการสืบค้น 5 ขั้นตอนผ่านเกณฑ์ ยกระดับความฉลาดรู้ทางประวัติศาสตร์ (Historical Literacy) และปิดช่องว่าง (Gap Closing) ด้านการขาดสื่อการเรียนรู้ที่ทันสมัยในระดับพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม
พัฒนาครูผู้สอนจำนวน 107คน ให้เป็น "นวัตกรด้านการเรียนรู้" เพื่อทำหน้าที่หล่อหลอมและพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนสู่โลกยุคใหม่ ควบคู่กับการปลูกฝังภูมิคุ้มกันทางวัฒนธรรม โดยผลการดำเนินงานพบว่า นักเรียนร้อยละ 98 ผ่านการประเมินคุณลักษณะประจำตัวตามกรอบหลักสูตรท้องถิ่น "อัตลักษณ์ลูกพ่อขุนผาเมือง" (เสียสละ กล้าหาญ ชาญฉลาด) ในระดับ "ดี" ขึ้นไป ถือเป็นการสร้างพลเมืองที่เข้มแข็ง (Active Citizen) ที่มีคุณธรรม จริยธรรม มีความภาคภูมิใจในรากเหง้า และสามารถดำรงชีวิตร่วมกันในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกโฉมได้อย่างมั่นคง