1.1 เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพ ครูปฐมวัยและครูระดับประถมศึกษา ให้มีความรู้ความเข้าใจเรื่องการพัฒนาทักษะสมอง (EF) ในการสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติด และใช้แผนการจัดการเรียนรู้ที่บูรณาการกิจกรรมส่งเสริมสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดให้แก่ผู้เรียน
1.2 เพื่อจัดกิจกรรม แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถอดบทเรียน และเปรียบเทียบผลการดำเนินงาน การจัดการเรียนการสอนที่เน้นการพัฒนาทักษะสมอง (EF) เพื่อป้องกันยาเสพติดในสถานศึกษา
1.3 เพื่อนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการเรียนรู้ฐาน EF ในการสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดและพฤติกรรมเสี่ยงสู่ห้องเรียน
ด้านการพัฒนาครูผู้สอน: ครูผู้สอนในสถานศึกษาที่เปิดการสอนปฐมวัยและระดับประถมศึกษาตอนต้น เข้ารับการพัฒนาทักษะการจัดการเรียนรู้ เพื่อเสริมสร้างทักษะสมอง (Executive Functions : EF) ในการสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติด โดยมีกลุ่มเป้าหมายรวมทั้งสิ้น ดังนี้
ครูระดับปฐมวัย จำนวน 117 คน
ครูระดับประถมศึกษาตอนต้น จำนวน 109 คน
ด้านการจัดทำแผนการเรียนรู้: ครูผู้สอนระดับประถมศึกษาตอนต้น (จำนวน 109 คน) มีแผนการจัดการเรียนรู้ที่บูรณาการชุดความรู้และกิจกรรมเพื่อกระตุ้นทักษะทางสมอง (EF) อย่างน้อยคนละ 1 แผน
ด้านการนำไปใช้กับผู้เรียน: นักเรียนระดับปฐมวัยและประถมศึกษาตอนต้นในสังกัด (เช่น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1) ได้รับการจัดกิจกรรมส่งเสริมทักษะทางสมอง (EF) เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดผ่านกิจกรรมในชั้นเรียนอย่างต่อเนื่อง
รูผู้สอนระดับประถมศึกษาตอนต้นกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 109 คน สามารถจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ที่บูรณาการชุดความรู้และกิจกรรมเพื่อกระตุ้นทักษะทางสมอง (Executive Functions : EF) ในการสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติด เพื่อนำไปจัดกิจกรรมในชั้นเรียนได้อย่างน้อยคนละ 1 แผน
นักเรียนกลุ่มเป้าหมายในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1 รวมทั้งสิ้น 8,188 คน (ประกอบด้วยระดับปฐมวัย จำนวน 2,891 คน และระดับประถมศึกษาตอนต้น จำนวน 5,297 คน) ได้รับการจัดกิจกรรมส่งเสริมทักษะทางสมอง (Executive Functions : EF) ผ่านแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในชั้นเรียนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดจากภายในตัวผู้เรียน
นักเรียนกลุ่มเป้าหมายระดับปฐมวัยและประถมศึกษาตอนต้น รวมทั้งสิ้น 8,188 คน ที่ได้รับการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 มีผลคะแนนการประเมินพฤติกรรมด้านทักษะทางสมอง (Executive Functions: EF) อยู่ในเกณฑ์ระดับ "ดี" ขึ้นไป ส่งผลให้เยาวชนมีภูมิคุ้มกันทางจิตใจที่เข้มแข็ง และลดโอกาสการเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรม
นักเรียนในสถานศึกษาที่เปิดการสอนปฐมวัยและระดับประถมศึกษาตอนต้นที่เข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 มีผลการทดสอบความสามารถในการคิดวิเคราะห์แยกแยะเหตุผล และความตระหนักรู้เกี่ยวกับภัยแฝงของยาเสพติดผ่านเกณฑ์ ที่สถานศึกษากำหนด
ครูผู้สอนระดับประถมศึกษาตอนต้นที่ผ่านการพัฒนา มีสมรรถนะในการออกแบบและจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ที่บูรณาการทักษะทางสมอง (EF) เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดให้แก่ผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีระดับสมรรถนะในการจัดการเรียนรู้และการถอดบทเรียนอยู่ในเกณฑ์ระดับ "ดี"
| ที่ | ตัวชี้วัด | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|---|
| 1 | ร้อยละของครูผู้สอนที่เข้ารับการพัฒนาทักษะการจัดการเรียนรู้ด้าน EF ในการสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติด | ค่าเป้าหมาย: กำหนดไว้ที่ร้อยละ 100 ของครูผู้สอนกลุ่มเป้าหมาย (โดยระบุเป้าหมายระดับปฐมวัย 117 คน และระดับประถมศึกษาตอนต้น 109 คน) สรุปผลการดำเนินงาน บรรลุตัวชี้วัดความสำเร็จและ สูงกว่าค่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ โดยมีครูผู้สอนเข้ารับการพัฒนาทักษะรวมทั้งสิ้น 232 คน คิดเป็น ร้อยละ 102.65 ของค่าเป้าหมายรวมทั้งหมด ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้: ระดับปฐมวัย: มีครูเข้าร่วมการพัฒนารวม 123 คน (จากเป้าหมาย 117 คน) แบ่งเป็นรูปแบบ On-site จำนวน 43 คน และ Online จำนวน 80 คน คิดเป็น ร้อยละ 105.13 ระดับประถมศึกษาตอนต้น: มีครูเข้าร่วมการพัฒนารวม 109 คน (ครบถ้วนจากเป้าหมาย 109 คน) แบ่งเป็นรูปแบบ On-site จำนวน 35 คน และ Online จำนวน 74 คน คิดเป็น ร้อยละ 100.00 วิธีการวัดและประเมินผล: ดำเนินการตรวจสอบผ่านบัญชีลงชื่อเข้ารับการอบรม เครื่องมือการวัดผล: แบบลงทะเบียนเข้ารับการอบรม (โดยตรวจสอบหลักฐานทั้งจากบัญชีลงชื่อในระบบ On-site และข้อมูลระบบการลงทะเบียนออนไลน์) |
| 2 | ร้อยละของครูใช้แผนการจัดการเรียนรู้ที่บูรณาการกิจกรรมส่งเสริม EF เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง และจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ | จากการดำเนินงานกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถอดบทเรียน และการอบรมเชิงปฏิบัติการ "ติดอาวุธทางปัญญา ปักหมุดภูมิคุ้มกัน EF" ปรากฏผลการดำเนินงานดังนี้ ระดับปฐมวัย ค่าเป้าหมาย ครูผู้สอนจำนวน 117 คน ผลการดำเนินงาน มีครูเข้าร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียน รวมทั้งสิ้น 123 คน (On-site 43 คน และ Online 80 คน) ซึ่งสูงกว่าค่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ สถานะความสำเร็จ บรรลุตามตัวชี้วัด คิดเป็น ร้อยละ 100 ของกลุ่มเป้าหมาย โดยครูได้รับองค์ความรู้เพื่อนำไปใช้จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ที่บูรณาการกิจกรรมส่งเสริม EF อย่างต่อเนื่อง ระดับประถมศึกษาตอนต้น ค่าเป้าหมาย ครูผู้สอนจำนวน 109 คน ผลการดำเนินงาน มีครูเข้าร่วมกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ รวมทั้งสิ้น 109 คน (On-site 35 คน และ Online 74 คน) ซึ่งครบถ้วนตามเป้าหมายเชิงผลผลิต สถานะความสำเร็จ บรรลุตามตัวชี้วัด คิดเป็น ร้อยละ 100 ของกลุ่มเป้าหมาย โดยครูมีสมรรถนะในการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ที่บูรณาการชุดความรู้และกิจกรรมเพื่อกระตุ้นทักษะทางสมอง (EF) อย่างน้อยคนละ 1 แผน |
| 3 | ร้อยละของนักเรียนที่ได้รับการจัดกิจกรรมส่งเสริม EF เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง | สำหรับตัวชี้วัดด้านผู้เรียนนี้ จะสามารถดำเนินการประเมินผลได้ในไตรมาสที่ 3 หลังจากที่ครูผู้สอนนำองค์ความรู้ที่ได้รับจากการอบรมไปจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ และนำแผนดังกล่าวลงสู่การจัดกิจกรรมจริงกับนักเรียนในชั้นเรียนอย่างต่อเนื่อง วิธีการวัดและประเมินผล (เมื่อถึงรอบประเมิน): ตรวจสอบจากสรุปรายงานผลการจัดกิจกรรมประจำชั้นเรียน เครื่องมือการวัดผล: แบบสรุปรายงานการจัดกิจกรรม |
ระยะเวลา: 9 มี.ค. 2569 ถึง 30 มี.ค. 2569
วิธีการดำเนินงาน:สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1 ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาศักยภาพครูผู้สอนระดับปฐมวัย ผ่านกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการถอดบทเรียนเชิงปฏิบัติการ โดยมีขั้นตอนดังนี้
รูปแบบการจัดกิจกรรม: ดำเนินการจัดกิจกรรมในรูปแบบ Hybrid โดยจัดแบบออนไซต์ (On-site) ณ ห้องประชุมมะขามหวาน ควบคู่กับการถ่ายทอดผ่านระบบออนไลน์ (Online) เพื่อให้ครูผู้สอนระดับปฐมวัยสามารถเข้าถึงการพัฒนาได้อย่างทั่วถึง
การบรรยายให้ความรู้ ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ (รศ.ดร.สรวงพร กุศลส่ง และ ผศ.วิชญาพร อ่อนปุย) มาบรรยายให้ความรู้ในหัวข้อการขับเคลื่อนการสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันยาเสพติด และความสำคัญของทักษะ EF ในเด็กปฐมวัย
กิจกรรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ครูผู้เข้าร่วมได้ฝึกปฏิบัติผ่านกิจกรรม "เกม นิทาน และฐานการเรียนรู้" เพื่อสร้างความเข้าใจและสามารถนำทักษะ EF ไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนจริง
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเปรียบเทียบผล: จัดเวทีให้ครูปฐมวัยได้นำเสนอ แลกเปลี่ยนเทคนิคการสอน และนำผลการดำเนินงานมาเปรียบเทียบกับแนวทางที่ผ่านมา เพื่อค้นหาแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ในการพัฒนาทักษะชีวิตเด็กปฐมวัย
การสรุปและวางแนวทาง ศึกษานิเทศก์ผู้รับผิดชอบโครงการร่วมสรุปองค์ความรู้ และให้คำแนะนำในการจัดทำ "ห้องเรียนคุณภาพระดับปฐมวัย" ที่เน้นการกำกับตนเองและการยั้งคิดไตร่ตรอง เพื่อต้านภัยยาเสพติดตั้งแต่ปฐมวัย
สรุปผลการดำเนินงาน
เชิงปริมาณ มีครูผู้สอนระดับปฐมวัยเข้าร่วมกิจกรรมรวมทั้งสิ้น 123 คน (แบ่งเป็น On-site 43 คน และ Online 80 คน) ซึ่งบรรลุผลสำเร็จ สูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ (เป้าหมาย 117 คน)
เชิงคุณภาพ ครูผู้สอนระดับปฐมวัยได้รับองค์ความรู้และมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับการพัฒนาทักษะสมอง (EF) มีสมรรถนะในการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ และสามารถนำไปปรับใช้สร้าง "ห้องเรียนคุณภาพ" ที่มีสภาพแวดล้อมปลอดภัย เอื้อต่อการสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดให้แก่เด็กปฐมวัยได้อย่างเป็นรูปธรรม
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1 ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนเชิงปฏิบัติการสำหรับครูผู้สอนระดับปฐมวัย เพื่อขับเคลื่อนการสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดผ่านการพัฒนาทักษะทางสมอง (EF) และทักษะชีวิตอย่างเป็นรูปธรรม
โดยมีผลการดำเนินงานสรุปได้ดังนี้
1. ด้านกระบวนการจัดกิจกรรม (Process)
รูปแบบการจัดงาน: ดำเนินการจัดกิจกรรมในรูปแบบผสมผสาน (Hybrid) เพื่อขยายโอกาสการเรียนรู้และอำนวยความสะดวกให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย โดยจัดแบบออนไซต์ (On-site) ณ ห้องประชุมมะขามหวาน ควบคู่กับการถ่ายทอดผ่านระบบออนไลน์ (Online)
การถ่ายทอดองค์ความรู้: ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ (รศ.ดร.สรวงพร กุศลส่ง และ ผศ.วิชญาพร อ่อนปุย) มาให้ความรู้เกี่ยวกับองค์ประกอบของ EF เช่น ความจำที่นำมาใช้งาน การยั้งคิดไตร่ตรอง และความยืดหยุ่นทางความคิด เพื่อเชื่อมโยงไปสู่การสร้าง "ภูมิคุ้มกันทางชีวภาพ" ให้กับเด็กปฐมวัย
กิจกรรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) และถอดบทเรียน: ครูผู้เข้าร่วมได้ฝึกปฏิบัติการออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ผ่านกระบวนการ เกม นิทาน และฐานการเรียนรู้
พร้อมทั้งจัดเวทีให้ครูได้นำเสนอ แลกเปลี่ยนเทคนิคการสอน และเปรียบเทียบผลการปฏิบัติงาน เพื่อค้นหาแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ในการประยุกต์ใช้ในสถานศึกษาจริง
2. ด้านผลผลิตเชิงปริมาณ (Output)
การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ประสบความสำเร็จสูงกว่าค่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ โดยจากเป้าหมายครูผู้สอนระดับปฐมวัยจำนวน 117 คน มีครูเข้าร่วมกิจกรรมรวมทั้งสิ้น 123 คน คิดเป็นร้อยละ 105.13 ของกลุ่มเป้าหมาย
รายละเอียดผู้เข้าร่วม แบ่งเป็นผู้เข้าร่วมแบบ On-site จำนวน 43 คน และแบบ Online จำนวน 80 คน
มีการเบิกจ่ายงบประมาณสำหรับกิจกรรมที่ 1 จำนวนทั้งสิ้น 15,300 บาท
3. ด้านผลสัมฤทธิ์เชิงคุณภาพ (Outcome)
ครูผู้สอนระดับปฐมวัยร้อยละ 100 ที่เข้ารับการพัฒนา ได้รับองค์ความรู้และสมรรถนะที่พร้อมสำหรับการนำไปใช้จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ที่บูรณาการกิจกรรมส่งเสริม EF
ครูผู้สอนสามารถนำชุดความรู้ไปปรับใช้ในการพัฒนา "ห้องเรียนคุณภาพระดับปฐมวัย" ที่เน้นให้เด็กฝึกทักษะการกำกับตนเอง (Self-Regulation) และการยั้งคิดไตร่ตรอง เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดให้แก่เด็กปฐมวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
งบประมาณเบิกจ่ายตามเอกสาร: 15,300.00 บาท
ระยะเวลา: 18 มี.ค. 2569 ถึง 18 มี.ค. 2569
วิธีการดำเนินงาน:สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1 ได้ดำเนินการจัด กิจกรรมที่ 2 การอบรมเชิงปฏิบัติการ “ติดอาวุธทางปัญญา ปักหมุดภูมิคุ้มกัน EF” สำหรับครูประถมศึกษาตอนต้น เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและพัฒนาทักษะการนำ EF ไปใช้ในการป้องกันยาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีรายละเอียดวิธีการดำเนินงานดังนี้
1. รูปแบบและกลุ่มเป้าหมาย
รูปแบบการจัดกิจกรรม: ดำเนินการในรูปแบบ Hybrid เพื่อให้ครอบคลุมและอำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าร่วม โดยจัดแบบออนไซต์ (On-site) ณ ห้องประชุมมะขามหวาน สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1 ควบคู่ไปกับการถ่ายทอดผ่านระบบออนไลน์ (Online)
กลุ่มเป้าหมาย: มีผู้เข้าร่วมการพัฒนารวมทั้งสิ้น 120 คน ประกอบด้วยครูผู้สอนระดับประถมศึกษาตอนต้น จำนวน 109 คน และคณะทำงานร่วมกับวิทยากร จำนวน 11 คน
2. ขั้นตอนการดำเนินงานและสาระสำคัญของกิจกรรม
พิธีเปิดและมอบนโยบาย (เวลา 08.30 – 09.00 น.): เริ่มต้นกิจกรรมโดยผู้บริหาร สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1 เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมทั้งมอบนโยบายเกี่ยวกับการขับเคลื่อนการสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดในสถานศึกษา
การสร้างความรู้ความเข้าใจพื้นฐาน (ภาคเช้า): ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ คือ รศ.ดร.สรวงพร กุศลส่ง และ ผศ.วิชญาพร อ่อนปุย มาบรรยายให้ความรู้เรื่องการขับเคลื่อนการสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันยาเสพติด เพื่อพัฒนาทักษะชีวิตและทักษะสมอง รวมถึงชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของ Executive Function (EF) ในการเป็นเกราะป้องกันยาเสพติดสำหรับเด็กและเยาวชน
แนวทางการประยุกต์ใช้ในการจัดการศึกษา (ภาคบ่ายช่วงแรก): วิทยากรบรรยายเจาะลึกถึงหลักการนำทักษะ EF ไปประยุกต์ใช้ในบริบทของการจัดการเรียนรู้ระดับสถานศึกษา โดยเน้นการเสริมสร้างทักษะการยั้งคิดไตร่ตรองและการกำกับตนเองของผู้เรียน
การนำ EF ลงสู่แผนการจัดการเรียนรู้ (ภาคบ่ายช่วงหลัง เวลา 14.30 – 16.30 น.): เป็นกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) นำโดย ดร.จิรันธนิน คงจีน ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ ซึ่งมุ่งเน้นกระบวนการให้ครูได้ฝึกออกแบบและเขียนแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ที่บูรณาการกิจกรรมส่งเสริม EF เข้าไป เพื่อนำไปใช้สร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดในชั้นเรียนจริง
การสรุปกิจกรรม (เวลา 16.00 - 16.30 น.): ในช่วงท้ายของการอบรม มีการสรุปสาระสำคัญของการติดอาวุธทางปัญญาและปักหมุดภูมิคุ้มกัน EF โดย ศน.ชวดล ต้นแก้ว ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ
3. สรุปผลการดำเนินงานเชิงปริมาณ จากการจัดกิจกรรมดังกล่าว มีครูผู้สอนระดับประถมศึกษาตอนต้นเข้าร่วมอบรมครบถ้วนตามเป้าหมายจำนวน 109 คน (โดยแบ่งเป็นผู้เข้าร่วมแบบ On-site 35 คน และแบบ Online 74 คน)
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1 ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมที่ 2 เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการพัฒนาทักษะสมอง (EF) และการป้องกันยาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีผลการดำเนินงานสรุปได้ดังนี้
1. ด้านกระบวนการดำเนินงาน (Process)
โครงการได้ดำเนินการจัดอบรมในรูปแบบผสมผสาน (Hybrid) โดยจัดแบบออนไซต์ (On-site) ณ ห้องประชุมมะขามหวาน ควบคู่กับการถ่ายทอดผ่านระบบออนไลน์ (Online) เพื่อขยายโอกาสการเรียนรู้ให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย
ครูผู้เข้ารับการอบรมได้รับองค์ความรู้จากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ (รศ.ดร.สรวงพร กุศลส่ง และ ผศ.วิชญาพร อ่อนปุย) เกี่ยวกับองค์ประกอบของทักษะสมอง EF เช่น ความจำที่นำมาใช้งาน การยั้งคิดไตร่ตรอง และความยืดหยุ่นทางความคิด เพื่อนำไปสู่การสร้าง "ภูมิคุ้มกันทางชีวภาพ" ให้เด็กสามารถคิดวิเคราะห์และปฏิเสธสิ่งเสพติดได้ด้วยตนเอง
ในช่วงบ่าย มีการดำเนินกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) โดย ดร.จิรันธนิน คงจีน ซึ่งมุ่งเน้นให้ครูได้ฝึกปฏิบัติการออกแบบและเขียนแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ที่บูรณาการกิจกรรมส่งเสริม EF เพื่อเตรียมนำไปใช้สร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดในชั้นเรียนจริง
2. ด้านผลผลิตเชิงปริมาณ (Output)
การจัดกิจกรรมมีกลุ่มเป้าหมายรวม 120 คน (ประกอบด้วยครูผู้สอน 109 คน และคณะทำงาน 11 คน)
โดยผลการดำเนินงานพบว่า มีครูผู้สอนระดับประถมศึกษาตอนต้นเข้าร่วมกิจกรรมครบถ้วนตามเป้าหมายจำนวน 109 คน (แบ่งเป็นผู้เข้าร่วมแบบ On-site จำนวน 35 คน และแบบ Online จำนวน 74 คน) คิดเป็นร้อยละ 100 ของเป้าหมายครูผู้สอน
มีการเบิกจ่ายงบประมาณสำหรับกิจกรรมที่ 2 เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 15,600 บาท
3. ด้านผลสัมฤทธิ์เชิงคุณภาพ (Outcome)
ครูผู้สอนระดับประถมศึกษาตอนต้นร้อยละ 100 ที่เข้าร่วมกิจกรรม ได้รับองค์ความรู้และสมรรถนะที่พร้อมสำหรับการนำไปใช้ โดยครูมีความสามารถในการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ที่บูรณาการชุดความรู้และกิจกรรมเพื่อกระตุ้นทักษะทางสมอง (EF) ได้อย่างน้อยคนละ 1 แผน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการลงสู่การปฏิบัติจริงกับผู้เรียนและการรับการนิเทศติดตามในระยะต่อไป
งบประมาณเบิกจ่ายตามเอกสาร: 15,600.00 บาท
ระยะเวลา: 19 พ.ค. 2569 ถึง 15 ส.ค. 2569
วิธีการดำเนินงาน:สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1 ได้ดำเนินการนิเทศติดตามการนำองค์ความรู้ด้านทักษะทางสมอง (Executive Functions: EF) ลงสู่การปฏิบัติจริงในห้องเรียน โดยมีขั้นตอนและวิธีการดำเนินงานดังนี้
1. การมอบหมายพื้นที่และแต่งตั้งคณะทำงาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฯ ได้ดำเนินการออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา โดยกระจายความรับผิดชอบให้ ศึกษานิเทศก์ประจำกลุ่มโรงเรียน เป็นคณะทำงานหลักในการออกนิเทศติดตามสถานศึกษาในเขตพื้นที่รับผิดชอบของตนเองอย่างทั่วถึง
2. การกำหนดและเพิ่มประเด็นการนิเทศแบบบูรณาการ เพื่อให้การประเมินผลการจัดกิจกรรมส่งเสริมทักษะทางสมอง (EF) เป็นไปอย่างเป็นรูปธรรม ได้ดำเนินการนิเทศโดยให้ศึกษานิเทศก์แต่ละพื้นที่ "เพิ่มประเด็นการนิเทศ" ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดและทักษะ EF เพิ่มเติมเข้าไปในเครื่องมือนิเทศติดตามความพร้อมการเปิดภาคเรียน
โดยบูรณาการเข้ากับประเด็นหลัก ได้แก่
ด้านการจัดการเรียนรู้: นิเทศติดตามการนำองค์ความรู้ไปออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ที่ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคล และการจัดสภาพแวดล้อมในชั้นเรียนที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้
ด้านระบบนิเวศการเรียนรู้: ติดตามการจัดทำกิจกรรมที่เน้นการปฏิบัติจริง (Active Learning) เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกฝนทักษะการกำกับตนเอง การยั้งคิดไตร่ตรอง ตลอดจนความชาญฉลาดและความกล้าหาญ ซึ่งเป็นรากฐานของการสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติด
3. การลงพื้นที่นิเทศและให้คำปรึกษาเชิงกัลยาณมิตร ศึกษานิเทศก์ประจำกลุ่มโรงเรียนดำเนินการลงพื้นที่ปฏิบัติการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลสถานศึกษาในกลุ่มที่รับผิดชอบ (ระหว่างวันที่ 4 - 24 มิถุนายน 2569) เพื่อสังเกตการณ์และประเมินสมรรถนะของครูผู้สอนในการจัดการเรียนรู้ฐาน EF ในชั้นเรียนจริง
พร้อมทั้งให้คำชี้แนะทางวิชาการ ให้คำปรึกษาเมื่อพบสภาพปัญหาหรือข้อกังวลใจในการปฏิบัติงาน
4. การสรุปและรายงานผลการนิเทศ เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการลงพื้นที่ ศึกษานิเทศก์แต่ละกลุ่มโรงเรียนจะดำเนินการรวบรวมข้อมูล จุดเด่น และปัญหาอุปสรรค นำมาจัดทำเป็นรายงานสรุปผลการนิเทศภาพรวมของกลุ่มโรงเรียน ส่งให้ผู้รับผิดชอบโครงการส่วนกลาง เพื่อนำข้อมูลไปประเมินผลสัมฤทธิ์ของโครงการในไตรมาสต่อไป
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1 ได้ดำเนินการขับเคลื่อนกิจกรรมที่ 3 โดยบูรณาการการประเมินผลทักษะทางสมอง (EF) เข้ากับการนิเทศ ติดตามและประเมินผลความพร้อมการเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569
เพื่อลดความซ้ำซ้อนและให้การปฏิบัติงานเกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีรายละเอียดผลการดำเนินงานดังนี้
1. การมอบหมายศึกษานิเทศก์ประจำพื้นที่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฯ ได้ดำเนินการออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการนิเทศ ติดตาม โดยกระจายความรับผิดชอบให้ ศึกษานิเทศก์ประจำกลุ่มโรงเรียนในแต่ละพื้นที่ เป็นแกนหลักในการออกปฏิบัติการนิเทศและติดตามสถานศึกษาในเขตพื้นที่รับผิดชอบของตนเอง
2. การเพิ่มประเด็นการนิเทศเพื่อประเมิน EF และการจัดการเรียนรู้ เพื่อให้การติดตามผลเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ ได้ดำเนินการ เพิ่มประเด็นการนิเทศให้กับศึกษานิเทศก์เพิ่มเติม โดยระบุลงในแบบสรุปผลการนิเทศและติดตามความพร้อมฯ
ซึ่งมุ่งเน้นในประเด็นสำคัญ ดังนี้
ด้านการจัดการเรียนรู้: นิเทศติดตามการวิเคราะห์ผู้เรียน และการนำองค์ความรู้ไปออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ที่ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคล รวมถึงการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้
ด้านระบบนิเวศการเรียนรู้: ติดตามกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นการปฏิบัติจริง เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกฝนทักษะความชาญฉลาด ความกล้าหาญ และความเสียสละ ซึ่งเป็นรากฐานของการกำกับตนเองเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติด
3. การลงพื้นที่นิเทศและการรายงานผล
ระยะเวลาลงพื้นที่: ศึกษานิเทศก์แต่ละพื้นที่ได้ดำเนินการลงพื้นที่ (On-site) ไปยังโรงเรียนเป้าหมาย อย่างน้อย 2 โรงเรียนต่อวัน ในระหว่างวันที่ 4 – 24 มิถุนายน 2569
การให้คำชี้แนะและการสรุปผล: ศึกษานิเทศก์ได้ทำการบันทึกจุดเด่นระดับปฏิบัติการ สภาพปัญหา อุปสรรค และความต้องการรับการสนับสนุนของครูผู้สอน พร้อมให้คำชี้แนะเชิงกัลยาณมิตรทางวิชาการ
การประเมินผลภาพรวม: ศึกษานิเทศก์แต่ละกลุ่มโรงเรียนได้รวบรวมข้อมูล จัดทำเป็น "สรุปผลการนิเทศภาพรวมของกลุ่มโรงเรียน" ส่งให้ผู้รับผิดชอบส่วนกลางผ่านระบบ My office ภายในวันที่ 26 มิถุนายน 2569 เพื่อนำสารสนเทศที่ได้มาประเมินผลสัมฤทธิ์ของโครงการในระยะต่อไป
งบประมาณเบิกจ่ายตามเอกสาร: 0.00 บาท
ระยะเวลา: 17 ส.ค. 2569 ถึง 30 ก.ย. 2569
วิธีการดำเนินงาน:งบประมาณเบิกจ่ายตามเอกสาร: 0.00 บาท
ระยะเวลา: 1 ก.ย. 2569 ถึง 30 ก.ย. 2569
วิธีการดำเนินงาน:งบประมาณเบิกจ่ายตามเอกสาร: 0.00 บาท
จากการดำเนินงานโครงการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1 ได้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่ตอบสนองต่อเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคงอย่างเป็นรูปธรรม ใน 3 มิติหลัก ดังนี้
การสร้างภูมิคุ้มกันจากภายใน โครงการประสบความสำเร็จในการ "ติดอาวุธทางปัญญา" ให้แก่ครูผู้สอนระดับปฐมวัยและประถมศึกษาตอนต้นที่เข้ารับการพัฒนารวมทั้งสิ้น 232 คน เพื่อนำองค์ความรู้ด้านทักษะสมอง (Executive Functions: EF) ไปปลูกฝังและบูรณาการลงสู่แผนการจัดการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียน ซึ่งถือเป็นการสร้างกลไกการป้องกันยาเสพติดจากภายในตัวบุคคลได้อย่างแท้จริง
การป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ผลจากการอบรมเชิงปฏิบัติการและการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ช่วยให้สถานศึกษามีความพร้อมและเกิดความเข้มแข็งในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของสังคม โดยมุ่งเน้นกระบวนการที่ทำให้เด็กและเยาวชนได้รับการพัฒนาทักษะการยั้งคิดไตร่ตรอง และการกำกับตนเอง
การสนับสนุนเป้าหมายระดับชาติ การผลักดันให้นักเรียนระดับปฐมวัยและประถมศึกษาตอนต้นกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งสิ้น 8,188 คน ได้รับการพัฒนาทักษะ EF อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เยาวชนมีภูมิคุ้มกันทางจิตใจและเกราะป้องกันทางชีวภาพที่เข้มแข็ง ช่วยลดโอกาสการเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งเป็นการสนับสนุนเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติในการทำให้สังคมไทยมีความสงบสุข ปลอดภัย และทำให้ประเทศชาติมีความมั่นคงในทุกมิติอย่างยั่งยืนในระยะยาว
จากการดำเนินกิจกรรมที่ 1 และ 2 ในรูปแบบผสมผสาน (Hybrid) ทั้งระบบ On-site และ Online ซึ่งมีครูผู้สอนระดับปฐมวัยและประถมศึกษาตอนต้นเข้าร่วมรวมทั้งสิ้น 232 คน โครงการได้ส่งผลต่อการบรรลุเป้าหมายของแผนแม่บทประเด็นความมั่นคงอย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้
การสร้างภูมิคุ้มกันทางปัญญา: ครูที่เข้ารับการพัฒนาได้รับความรู้เรื่องทักษะทางสมอง (Executive Functions: EF) ซึ่งเป็นกลไกพื้นฐานในการสร้าง "ภูมิคุ้มกันทางชีวภาพ" ให้แก่เด็กและเยาวชน ทำให้ผู้เรียนมีความสามารถในการกำกับตนเอง และการยั้งคิดไตร่ตรอง
การป้องกันยาเสพติดเชิงรุก: ผลการดำเนินงานช่วยผลักดันให้เกิดการปรับนิเวศการเรียนรู้ในโรงเรียนสังกัด สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1 ให้เป็นกลไกการป้องกันยาเสพติดจากภายในตัวผู้เรียน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนา "ต้นน้ำ" ในการตัดวงจรนักเสพหน้าใหม่
ความมั่นคงในมิติสังคม: การที่ครูจำนวน 109 คน ในระดับประถมศึกษาตอนต้นเริ่มนำ EF ลงสู่แผนการจัดการเรียนรู้ ถือเป็นการสร้างพลเมืองรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพและมีทักษะการตัดสินใจเชิงวิเคราะห์ ช่วยลดปัจจัยเสี่ยงที่กระทบต่อความมั่นคงของชุมชนและสังคมในระยะยาว
การบรรลุเป้าหมายแผนย่อย:ในการพัฒนาสมรรถนะครูยุคใหม่ให้มีความเชี่ยวชาญในการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ส่งผลให้ปัญหาความมั่นคงด้านยาเสพติดได้รับการแก้ไขตั้งแต่ระดับพื้นฐาน ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการบริหารและพัฒนาประเทศตามเป้าหมายของแผนแม่บทฯ อย่างยั่งยืน
จากการดำเนินงานโครงการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1 ได้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่สอดคล้องและสนับสนุนเป้าหมายของแผนย่อย 0102 (การป้องกันและแก้ไขปัญหาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคง) อย่างเป็นรูปธรรม ใน 4 มิติหลัก ดังนี้
การสร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่ต้นน้ำ: โครงการได้ดำเนินการเชิงรุกด้วยการพัฒนาทักษะทางสมอง (Executive Functions: EF) ให้แก่เด็กปฐมวัยและประถมศึกษาตอนต้น ซึ่งเป็นการสร้าง "ภูมิคุ้มกันทางชีวภาพ" และทักษะการกำกับตนเอง (Self-Regulation) เพื่อให้เยาวชนรู้จักยั้งคิดไตร่ตรองและสามารถปฏิเสธสิ่งเสพติดได้ด้วยตนเอง
การปรับระบบนิเวศในสถานศึกษา: ผ่านกิจกรรมการอบรมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ครูผู้สอนทั้งระดับปฐมวัย (123 คน) และประถมศึกษาตอนต้น (109 คน) ได้รับการพัฒนาสมรรถนะในการออกแบบการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ที่บูรณาการ EF เพื่อเปลี่ยนห้องเรียนให้เป็นนิเวศการเรียนรู้ที่ปลอดภัยและเข้มแข็งในการป้องกันปัญหายาเสพติด
การตัดวงจรปัญหาความมั่นคง: ผลจากการเตรียมความพร้อมและฝึกฝนทักษะ EF อย่างต่อเนื่อง ช่วยลดโอกาสที่เยาวชนจะกลายเป็นนักเสพหน้าใหม่ ซึ่งเป็นการลดปัจจัยเสี่ยงที่กระทบต่อความมั่นคงของสังคมและลดภาระปัญหาสังคมในระยะยาว สอดคล้องกับแนวทางการป้องกันยาเสพติดในกลุ่มเป้าหมายอย่างเหมาะสมและเป็นรูปธรรม
ความสำเร็จเชิงประจักษ์: การดำเนินงานครอบคลุมครูและบุคลากรในสังกัด สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1 รวม 232 คน (รูปแบบ On-site 78 คน และ Online 154 คน) ทำให้เกิดการขับเคลื่อนองค์ความรู้ลงสู่แผนการจัดการเรียนรู้ที่ใช้จริงในสถานศึกษา เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายที่กำหนดให้นักเรียนร้อยละ 98 มีความรู้และทักษะรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จากการดำเนินงานโครงการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1 ได้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่สอดคล้องและสนับสนุนเป้าหมายและตัวชี้วัดในภาพรวมของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 อย่างเป็นรูปธรรมใน 3 มิติสำคัญ ดังนี้
การพัฒนาคนไทยให้เป็นผู้ที่มีทักษะและสมรรถนะสูง: โครงการได้ผลักดันให้ครูผู้สอนรวมทั้งสิ้น 232 คน (ประกอบด้วยครูปฐมวัย 123 คน และครูประถมศึกษาตอนต้น 109 คน) เข้ารับการพัฒนาทักษะการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขีดความสามารถและสมรรถนะของบุคลากรทางการศึกษาให้พร้อมและก้าวทันต่อการจัดการศึกษาในโลกศตวรรษที่ 21
การสร้างสังคมแห่งความปลอดภัย: การเตรียมความพร้อมและปักหมุดภูมิคุ้มกันด้วยทักษะทางสมอง (EF) ให้แก่เด็กและเยาวชน เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการเข้าสู่วงจรยาเสพติด ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของแผน 13 ในเรื่องการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเอื้อต่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดี
การยกระดับคุณภาพการเรียนรู้: ผลจากการนำองค์ความรู้ด้านทักษะทางสมอง (EF) ลงสู่การปฏิบัติผ่านการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ (นำโดย ดร.จิรันธนิน คงจีน) ช่วยให้สถานศึกษาสามารถจัดการเรียนการสอนที่ตอบโจทย์สมรรถนะของผู้เรียนได้อย่างแท้จริง ซึ่งการยกระดับคุณภาพการเรียนรู้นี้ ถือเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่สำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ด้านการเดินทางของผู้เข้าร่วมอบรม: เกิดภาวะวิกฤตขาดแคลนน้ำมันจากภาวะสงคราม ส่งผลให้ผู้เข้ารับการอบรมบางส่วนไม่สามารถเดินทางมาเข้าร่วมกิจกรรม ณ สถานที่จัดอบรมได้
ด้านการบริหารจัดการรูปแบบกิจกรรม: จากข้อจำกัดด้านการเดินทาง คณะทำงานจึงต้องแก้ปัญหาเพื่อรักษาผลประโยชน์ของกลุ่มเป้าหมาย โดยการปรับเปลี่ยนรูปแบบการอบรมอย่างเร่งด่วน (เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569) ให้เป็นรูปแบบผสมผสาน (Hybrid) คือมีทั้งระบบออนไซต์ (On-site) และระบบออนไลน์ (Online) ควบคู่กัน
ด้านงบประมาณและการเบิกจ่าย: การเปลี่ยนแปลงรูปแบบกิจกรรมอย่างเร่งด่วนส่งผลกระทบต่อการจัดเลี้ยง เนื่องจากคณะทำงานได้ดำเนินการสั่งจองอาหารว่าง เครื่องดื่ม และอาหารกลางวันล่วงหน้าไปแล้ว และผู้ประกอบการได้จัดซื้อวัตถุดิบไว้เรียบร้อยแล้ว จึงไม่สามารถยกเลิกการสั่งซื้อได้ ทำให้โครงการจำเป็นต้องเบิกจ่ายค่าอาหารเต็มจำนวนตามที่ได้รับจัดสรรงบประมาณจาก สพฐ.
การวางแผนสำรอง (Contingency Plan): ในการจัดกิจกรรมครั้งต่อไป ควรมีการกำหนดรูปแบบการประชุมหรือการอบรมแบบผสมผสาน (Hybrid) ไว้เป็นมาตรฐานรองรับล่วงหน้า เพื่อให้มีความยืดหยุ่นและพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินหรือเหตุสุดวิสัยที่อาจกระทบต่อการเดินทางของผู้เข้าร่วม
การบริหารจัดการงบประมาณ: อาจพิจารณาเพิ่มเงื่อนไขความยืดหยุ่นในการทำข้อตกลงกับผู้ประกอบการร้านอาหาร/จัดเลี้ยง ให้สามารถปรับลดจำนวนชุดอาหารหรือแจ้งยกเลิกล่วงหน้าได้ในระยะเวลาที่เหมาะสม หากเกิดกรณีฉุกเฉินที่ทำให้จำนวนผู้เข้าร่วมแบบ On-site ลดลงอย่างกะทันหัน