1.1 เพื่อศึกษาและถอดบทเรียนแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ ด้านการบริหารจัดการและการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน (ITA) จากหน่วยงานต้นแบบ
1.2 เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กระบวนการทำงานเชิงลึก และนำนวัตกรรมการบริหารจัดการของหน่วยงานต้นแบบมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานจริงของหน่วยงาน
1.3 เพื่อให้บุคลากรนำองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับ มาจัดทำแนวทางหรือนวัตกรรมในการปรับปรุงกระบวนการปฏิบัติงานของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม
1.4 เพื่อยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการขององค์กร สู่การเป็นสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่มีความโปร่งใส มีธรรมาภิบาล และมีประสิทธิภาพการให้บริการที่เป็นเลิศ
จำนวนบุคลากรที่เข้าร่วม: บุคลากรของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1 จากทุกกลุ่มงาน เข้าร่วมกิจกรรมศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ณ หน่วยงานต้นแบบ (สพป.ตาก เขต 1) จำนวนรวมทั้งสิ้น 48 คน
ประกอบด้วย ผู้บริหารระดับสูง ผู้อำนวยการกลุ่มงาน ศึกษานิเทศก์ นักวิชาการ และเจ้าหน้าที่จากทุกกลุ่มงาน เช่น กลุ่มนิเทศฯ, กลุ่มนโยบายและแผน, กลุ่มบริหารงานการเงินฯ, กลุ่มบริหารงานบุคคล และกลุ่มอำนวยการ การจัดทำรายงาน มีการจัดทำ รายงานการถอดบทเรียน (After Action Review: AAR) และข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ เพื่อนำแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) จากหน่วยงานต้นแบบมาประยุกต์ใช้ในการประเมิน ITA และการบริหารงานทั้ง 4 ด้านขององค์กรอย่างเป็นรูปธรรม การสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ เกิดการจัดตั้ง กลุ่มชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ทั้งภายในหน่วยงานเองและเป็นเครือข่ายระหว่างหน่วยงาน เพื่อทำหน้าที่ขับเคลื่อนและติดตามผลการนำความรู้ที่ได้จากการดูงานไปใช้จริงในแต่ละกลุ่มหรือหน่วยย่อย
เป้าหมายเกี่ยวกับ รายงานการถอดบทเรียน (After Action Review: AAR) และข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ ของโครงการนี้ มีรายละเอียดการดำเนินงานและตัวชี้วัดที่ชัดเจน ดังนี้
1. ลักษณะของเป้าหมายและเนื้อหา
เป็นเป้าหมายเชิงผลผลิต (Output 3.1.2) โครงการกำหนดให้ต้องมีรายงานการถอดบทเรียน (AAR) และข้อเสนอแนะเพื่อนำ แนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) จากหน่วยงานต้นแบบ (สพป.ตาก เขต 1) มาปรับใช้กับการประเมิน ITA และการบริหารงานทั้ง 4 ด้านของ สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1
เนื้อหาที่จะถูกถอดบทเรียน (อ้างอิงจากหน่วยงานต้นแบบ): จะมุ่งเน้นที่ความสำเร็จของ สพป.ตาก เขต 1 ที่ได้คะแนน ITA สูงถึง 99.96 เช่น
วงจร 7 ขั้นตอนความโปร่งใส ตั้งแต่การเตรียมความพร้อมไปจนถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
การบริหารจัดการ 3 มิติ (IIT, EIT, OIT)
The OIT Digital Vault: ระบบการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะที่ครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน
2. กำหนดการและกระบวนการจัดทำ
การเก็บข้อมูล ผู้เข้าร่วมต้องตอบ ใบงาน เกี่ยวกับการศึกษาดูงาน ภายในวันที่ 10 เมษายน 2569 ผ่าน Google Form
การสร้างเครือข่ายการเรียนรู้: เกิดการจัดตั้ง กลุ่มชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ทั้งภายในหน่วยงานเองและเป็นเครือข่ายระหว่างหน่วยงาน เพื่อทำหน้าที่ขับเคลื่อนและติดตามผลการนำความรู้ที่ได้จากการดูงานไปใช้จริงในแต่ละกลุ่มหรือหน่วยย่อย
การพัฒนาและยกระดับสมรรถนะบุคลากร (Competency Enhancement)
การเรียนรู้เชิงประสบการณ์ (Experiential Learning): บุคลากร สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1 รวม 48 คน จากทุกกลุ่มงาน ได้รับการพัฒนาทักษะ วิสัยทัศน์ และสมรรถนะการบริหารจัดการยุคใหม่ ผ่านการศึกษาดูงานและถอดบทเรียนจากหน่วยงานต้นแบบ (สพป.ตาก เขต 1) การถ่ายทอดองค์ความรู้ (Knowledge Transfer): เกิดการขยายผลและถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับเกณฑ์การประเมิน ITA ทั้ง 3 มิติ (IIT, EIT, OIT) ให้แก่บุคลากรทุกคนในสังกัด ทำให้เกิดความเข้าใจในกรอบการทำงานตรงกันทั้งองค์กร การนำองค์ความรู้และนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้จริง (Application of Best Practices) นำแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศมาปรับใช้: บุคลากรไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วม สามารถนำองค์ความรู้ เช่น "วงจร 7 ขั้นตอนความโปร่งใส" และรูปแบบการจัดรูปเล่ม/คลังข้อมูลดิจิทัล "The OIT Digital Vault" มาประยุกต์ใช้ในการจัดเก็บและเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ เกิดแนวทาง/นวัตกรรมปรับปรุงงาน 10 กลุ่มงาน: แต่ละกลุ่มงาน (รวม 10 กลุ่มงาน) มีการพัฒนากระบวนงานหรือสร้างแนวทางนวัตกรรมใหม่ เพื่อใช้ในการปรับปรุงการทำงานและการประเมิน ITA ของกลุ่มตนเอง
การเพิ่มประสิทธิภาพและลดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อน (Work Process Optimization) ลดขั้นตอนด้วยระบบดิจิทัล: ปรับเปลี่ยนกระบวนการจัดเก็บเอกสารและการเปิดเผยข้อมูลผ่านเว็บไซต์ให้เป็นระบบและเป็นปัจจุบันมากขึ้น ช่วยลดความยุ่งยาก ซ้ำซ้อน และลดระยะเวลาในการค้นหาหรือส่งมอบเอกสาร
การขับเคลื่อนผ่านกลุ่ม PLC: มีการจัดตั้งและดำเนินกิจกรรม ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ทั้งภายในหน่วยงานและระหว่างเครือข่าย เพื่อติดตามการนำความรู้ไปปรับใช้จริง แก้ไขปัญหาการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง การสร้างวัฒนธรรมองค์กรและการยกระดับการบริการ (Organizational Culture & Service Quality) เกิดวัฒนธรรมองค์กรที่เน้นความโปร่งใส ตรวจสอบได้ มีธรรมาภิบาล และมุ่งเน้นการเรียนรู้ร่วมกัน
ส่งผลให้คุณภาพการบริหารจัดการและการให้บริการแก่สถานศึกษา ครู ผู้เรียน และประชาชนมีความสะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้รับบริการ
1. ผู้เข้าร่วมได้รับความรู้และความเข้าใจ ในรูปแบบแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศด้าน ITA และการบริหารจัดการทั้ง 4 ด้านจากหน่วยงานต้นแบบ
2. มีรายงานการถอดบทเรียน (AAR) และข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการที่สามารถนำไปใช้ปรับปรุงกระบวนการทำงานได้จริง เกิดเครือข่ายความร่วมมือ (Networking) และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่าง สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1 และ สพป.ตาก เขต 1 อย่างต่อเนื่อง
3. บุคลากรมีสมรรถนะสูงขึ้น สามารถนำนวัตกรรมมาพัฒนากระบวนการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพและลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน
4. ในระยะยาว (ผลกระทบ) โครงการนี้คาดหวังจะเห็นผลการประเมิน ITA ที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานและอยู่ในระดับที่สูงขึ้นอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่มุ่งเน้นความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับสถานศึกษา ครู และประชาชนผู้รับบริการ
จากการดำเนินโครงการศึกษาดูงานหน่วยงานต้นแบบและการถอดบทเรียน (AAR) ร่วมกัน
ได้ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมและยกระดับวัฒนธรรมองค์กรของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1 ใน 3 ด้านหลัก ดังนี้
1. ด้านการยึดมั่นในธรรมาภิบาลและความโปร่งใส (Integrity & Governance Culture) บุคลากรทุกระดับมีการปลูกจิตสำนึกและฝังวัฒนธรรมความโปร่งใสลงใน DNA ขององค์กร ผ่านการประเมินแบบ 360 องศา (IIT, EIT และ OIT)
เกิดการบริหารจัดการคลังข้อมูลดิจิทัล (The OIT Digital Vault) เพื่อเปิดเผยข้อมูลสาธารณะเชิงรุก ทั้งด้านแผนงาน งบประมาณ และการจัดซื้อจัดจ้างที่เข้าถึงได้ง่ายวางระบบการกลั่นกรองและตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลหลักฐานเชิงประจักษ์ (Quality Control) ก่อนเปิดเผยสู่สาธารณะ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้รับบริการและชุมชนอย่างยั่งยืน
2. ด้านการเรียนรู้ร่วมกันและการสร้างเครือข่าย (Collaborative Learning & Network) เกิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) และชุมชนนักปฏิบัติ (Community of Practice: CoP) ภายในหน่วยงาน ครอบคลุมบุคลากรทั้ง 10 กลุ่มงาน บุคลากรได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้เชิงประจักษ์ นำแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) จากหน่วยงานต้นแบบมาถอดบทเรียนร่วมกัน เกิดความร่วมมือและการทำงานเป็นทีมที่เป็นหนึ่งเดียวเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายขององค์กร
3. ด้านการปรับปรุงงานอย่างต่อเนื่องและขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Continuous Improvement & Innovation)
องค์กรยึดหลักการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง โดยนำผลการประเมินและข้อเสนอแนะมาปรับปรุงกระบวนงานอย่างเป็นระบบเกิดการรื้อปรับกระบวนงานด้วยแนวคิด "Data-Driven & Lean Management" นำเทคโนโลย็ดิจิทัลและ AI เข้ามาช่วยลดขั้นตอนงานเอกสารที่ซ้ำซ้อนสามารถ "คืนเวลา" ให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้ทุ่มเทกับการจัดการเรียนการสอนและการพัฒนาผู้เรียนได้อย่างเต็มศักยภาพเกิดแนวทาง/นวัตกรรมใหม่ คือ "สถาปัตยกรรมแห่งความโปร่งใสผ่านวงจร 7 ขั้นตอน" ในการยกระดับมาตรฐานสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและการประเมิน ITA อย่างเป็นรูปธรรม
1. การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่มุ่งเน้นธรรมาภิบาลและความโปร่งใส ปลูกฝังธรรมาภิบาลในระดับปฏิบัติงาน: องค์กรเปลี่ยนผ่านเข้าสู่การเป็น "องค์กรแห่งความโปร่งใสที่ตรวจสอบได้" โดยนำหลักเกณฑ์การประเมิน ITA ทั้ง 3 มิติ (IIT, EIT, OIT) มาบูรณาการเข้ากับกระบวนการทำงานประจำวัน
ปรับเปลี่ยนเจตจำนงและค่านิยมร่วม บุคลากรเกิดความตระหนักและยึดมั่นในความโปร่งใส ปราศจากการทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยมุ่งเน้นการปฏิบัติตามกฎระเบียบและการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะที่ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน
2. การขับเคลื่อนองค์กรแห่งการเรียนรู้ร่วมกัน (Learning Organization & Collaborative Culture) การเรียนรู้เชิงประสบการณ์ (Experiential Learning): ปรับเปลี่ยนรูปแบบการพัฒนาบุคลากรจากการอบรมแบบเดิม มาเป็นการเรียนรู้จากหน่วยงานต้นแบบที่ประสบความสำเร็จจริง การถอดบทเรียน และการเปรียบเทียบกระบวนการทำงาน (Benchmarking)
การจัดตั้งกลุ่ม PLC และเครือข่ายความร่วมมือ เกิดการจัดตั้ง กลุ่มชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ภายในหน่วยงาน เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกลุ่มงานและติดตามการนำความรู้ไปปรับใช้จริง เกิด เครือข่ายความร่วมมือ (Networking) และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่าง สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1 และ สพป.ตาก เขต 1 อย่างต่อเนื่อง
3. กระบวนการปรับปรุงงานอย่างต่อเนื่อง (Continuous Improvement / Kaizen) การใช้ประโยชน์จากผลการประเมิน (AAR & Feedback Loop): ไม่หยุดอยู่แค่การรับทราบผลคะแนนประเมิน แต่นำผลการถอดบทเรียน (AAR) ข้อเสนอแนะ และจุดที่ต้องแก้ไข มาเป็นข้อมูลฐานในการวางแผนปรับปรุงกระบวนการทำงานและการบริหารจัดการทั้ง 4 ด้านอย่างไม่หยุดยั้ง ลดขั้นตอนและพัฒนานวัตกรรม: บุคลากรสามารถนำองค์ความรู้และนวัตกรรมดิจิทัล (เช่น การจัดทำคลังข้อมูล OIT Digital Vault) มาปรับปรุงกระบวนงาน ช่วยลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ
4. ตัวชี้วัดและผลงานเชิงรูปธรรมที่ได้จริง มีแนวทาง/นวัตกรรมใหม่ 1 เรื่อง: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีแนวทางหรือนวัตกรรมใหม่ในการยกระดับการดำเนินงานตามมาตรฐานเขตพื้นที่การศึกษา พ.ศ. 2568 และการประเมิน ITA ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
ระบบติดตามผลชัดเจน มีการติดตามความก้าวหน้าและการนำไปใช้จริงผ่าน รายงานการประชุม PLC และ รายงานผลการดำเนินงาน ITA อย่างเป็นระบบ
| ที่ | ตัวชี้วัด | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|---|
| 1 | ร้อยละของกลุ่มเป้าหมาย (บุคลากร สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1) เข้าร่วมกิจกรรมศึกษาดูงานและถอดบทเรียน (ARR)/การปฏิบัติที่เป็นเลิศครบถ้วนตามกำหนดการ | ร้อยละ 100 ของกลุ่มเป้าหมาย (บุคลากร 48 คน) จะต้องเข้าร่วมกิจกรรมศึกษาดูงานและทำการถอดบทเรียน (AAR) ตามที่กำหนด ร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วม ต้องสามารถนำองค์ความรู้และนวัตกรรมที่ได้จากการถอดบทเรียนมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานได้จริง ผลลัพธ์ที่คาดหวัง รายงานฉบับนี้จะเป็นคู่มือสำคัญที่ทำให้สำนักงานเขตฯ มีข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการที่พร้อมนำมาปรับปรุงกระบวนการทำงานได้ทันที |
| 2 | ร้อยละของผู้เข้าร่วมศึกษาดูงาน นำองค์ความรู้และนวัตกรรมจากหน่วยงานต้นแบบ มาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงาน | ค่าเป้าหมาย ร้อยละ80 หน่วยนับ 48 คน (คิดเป็นร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด) วิธีการวัดและประเมินผล การตรวจรับรายงาน จากผู้เข้าร่วมหรือจากแต่ละกลุ่มงาน เครื่องมือวัดและประเมินผล แบบฟอร์มรายงานสรุปผลการศึกษาดูงาน (After Action Review: AAR) สาระสำคัญและการนำไปประยุกต์ใช้ ตัวชี้วัด นี้เป็นตัวชี้วัดสะท้อน ผลลัพธ์ (Outcome) เพื่อรับประกันว่าผู้เข้าร่วมศึกษาดูงาน (เป้าหมายรวม 48 คน) ไม่เพียงแต่เข้าร่วมกิจกรรมตามกำหนดการเท่านั้น แต่ต้องสามารถนำองค์ความรู้ เช่น "วงจร 7 ขั้นตอนความโปร่งใส" หรือระบบคลังข้อมูล "The OIT Digital Vault" จาก สพป.ตาก เขต 1 มาจัดทำเป็นข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการและนำมาปรับใช้จริงในกระบวนงานของตนเองอย่างน้อยร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วมทั้งหมด |
| 3 | จำนวนของแนวทาง/นวัตกรรมในการปรับปรุงกระบวนงานของหน่วยงาน | หน่วยนับ กลุ่มงาน จำนวน 10 กลุ่มงาน (มุ่งเน้นให้ทุกกลุ่มงานในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มีแนวทางหรือนวัตกรรมในการปรับปรุงกระบวนงานของตนเอง) วิธีการวัดและประเมินผล การสำรวจความคิดเห็น และประเมินความรู้หลังจบกิจกรรม เครื่องมือวัดและประเมินผล แบบประเมินความพึงพอใจและความรู้หลังการศึกษาดูงาน ตัวชี้วัดนี้มีเป้าหมายเพื่อให้แต่ละกลุ่มงาน (รวม 10 กลุ่มงาน ของ สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1) นำความรู้และนวัตกรรมที่ได้จากการดูงาน ณ สพป.ตาก เขต 1 เช่น วงจร 7 ขั้นตอนความโปร่งใส หรือ ระบบคลังข้อมูลดิจิทัล (The OIT Digital Vault) มาคิดค้นและจัดทำเป็น แนวทางหรือนวัตกรรมประจำกลุ่มงาน เพื่อลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อนและยกระดับประสิทธิภาพการปฏิบัติงานจริง |
| 4 | สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีแนวทาง หรือนวัตกรรมใหม่ เพื่อยกระดับการดำเนินงานตามมาตรฐานสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา พ.ศ. 2568 และผลการประเมิน ITA ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 | ตัวชี้วัด "สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีแนวทาง หรือนวัตกรรมใหม่ เพื่อยกระดับการดำเนินงานตามมาตรฐานสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา พ.ศ. 2568 และผลการประเมิน ITA ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569" ตามที่ระบุไว้ในตารางดัชนีชี้วัดความสำเร็จ (KPIs) ของโครงการ มีรายละเอียดดังนี้ ค่าเป้าหมาย: 1 เรื่องวิธีการวัดและประเมินผล การติดตามความก้าวหน้า และการนำไปใช้จริงในหน่วยงาน เครื่องมือวัดและประเมินผล รายงานการประชุม PLC / รายงานผลการดำเนินงาน ITA สถาปัตยกรรมแห่งความโปร่งใสผ่านวงจร 7 ขั้นตอน (7-Step Transparency Architecture) ดังนี้ 1. การเตรียมความพร้อม: แต่งตั้งคณะทำงาน ศึกษาหลักเกณฑ์ รวบรวมเอกสาร และปรับปรุงระบบ IT/เว็บไซต์ 2. การประเมิน IIT: ประเมินระดับคุณธรรมและการปฏิบัติงานจากบุคลากรภายในองค์กร 3. การประเมิน EIT: ประเมินคุณภาพการบริการและความโปร่งใสจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก 4. การเปิดเผยข้อมูล OIT: เผยแพร่ข้อมูลสาธารณะ (แผนงาน งบประมาณ จัดซื้อจัดจ้าง) ผ่านคลังข้อมูลดิจิทัล (The OIT Digital Vault) 5. การตรวจสอบข้อมูล: ตรวจสอบความถูกต้อง ครบถ้วน และความสอดคล้องของหลักฐานเชิงประจักษ์ก่อนนำเข้าระบบ 6. การรับการประเมินจากส่วนกลาง: รับการประเมินตามเกณฑ์มาตรฐานและรับฟังข้อเสนอแนะ 7. การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง: นำผลการประเมินมาวางแผนปรับปรุงองค์กรและสร้างวัฒนธรรมความโปร่งใสอย่างยั่งยืน |
ระยะเวลา: 3 เม.ย. 2569 ถึง 3 เม.ย. 2569
วิธีการดำเนินงาน:1. ประสานหน่วยงานต้นแบบสำหรับเข้าศึกษาดูงาน
2. การดำเนินงาน แจ้งหนังสือขอเข้าศึกษาดูงาน แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานโครงการ
3. ประชุมคณะกรรมการดำเนินโครงการตามคำสั่ง
4. ดำเนินการจัดโครงการ เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 ณ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 1
เชิงผลผลิต (Output)
เป้าหมาย: บุคลากรของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1
ทุกกลุ่มงาน เข้าร่วมกิจกรรมศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ณ หน่วยงานต้นแบบ จำนวน 48 คน
จำนวนบุคลากรที่เข้าร่วม: บุคลากรของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1 จากทุกกลุ่มงาน เข้าร่วมกิจกรรมศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ณ หน่วยงานต้นแบบ (สพป.ตาก เขต 1) จำนวนรวมทั้งสิ้น 48 คน ประกอบด้วย ผู้บริหารระดับสูง ผู้อำนวยการกลุ่มงาน ศึกษานิเทศก์ นักวิชาการ และเจ้าหน้าที่จากทุกกลุ่มงาน เช่น กลุ่มนิเทศฯ, กลุ่มนโยบายและแผน, กลุ่มบริหารงานการเงินฯ, กลุ่มบริหารงานบุคคล และกลุ่มอำนวยการ การจัดทำรายงาน : มีการจัดทำ รายงานการถอดบทเรียน (After Action Review: AAR) และข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ เพื่อนำแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) จากหน่วยงานต้นแบบมาประยุกต์ใช้ในการประเมิน ITA และการบริหารงานทั้ง 4 ด้านขององค์กรอย่างเป็นรูปธรรม การสร้างเครือข่ายการเรียนรู้: เกิดการจัดตั้ง กลุ่มชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ทั้งภายในหน่วยงานเองและเป็นเครือข่ายระหว่างหน่วยงาน เพื่อทำหน้าที่ขับเคลื่อนและติดตามผลการนำความรู้ที่ได้จากการดูงานไปใช้จริงในแต่ละกลุ่มหรือหน่วยย่อย
เชิงผลลัพธ์ (Outcome)
เป้าหมาย: มีรายงานการถอดบทเรียน (After Action Review: AAR) และข้อเสนอแนะ
เชิงปฏิบัติการ เพื่อนำ Best Practice จากหน่วยงานต้นแบบมาประยุกต์ใช้ในการประเมิน ITA และการบริหารงานทั้ง 4 ด้านอย่างเป็นรูปธรรม
เป้าหมายเกี่ยวกับ รายงานการถอดบทเรียน (After Action Review: AAR) และข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ ของโครงการนี้ มีรายละเอียดการดำเนินงานและตัวชี้วัดที่ชัดเจนดังนี้
1. โครงการกำหนดให้ต้องมีรายงานการถอดบทเรียน (AAR) และข้อเสนอแนะเพื่อนำแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) จากหน่วยงานต้นแบบ (สพป.ตาก เขต 1) มาปรับใช้กับการประเมิน ITA และการบริหารงานทั้ง 4 ด้านของ สพป.ตาก เขต 1 เนื้อหาที่จะถูกถอดบทเรียน (อ้างอิงจากหน่วยงานต้นแบบ)
จะมุ่งเน้นที่ความสำเร็จของ สพป.ตาก เขต 1 ที่ได้คะแนน ITA สูงถึง 99.96 เช่น วงจร 7 ขั้นตอนความโปร่งใส ตั้งแต่การเตรียมความพร้อมไปจนถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การบริหารจัดการ 3 มิติ (IIT, EIT, OIT)
The OIT Digital Vault: ระบบการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะที่ครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน
2. กำหนดการและกระบวนการจัดทำ การเก็บข้อมูล: ผู้เข้าร่วมต้องตอบ ใบงาน เกี่ยวกับการศึกษาดูงาน ภายในวันที่ 10 เมษายน 2569 ผ่าน Google Form
งบประมาณเบิกจ่ายตามเอกสาร: 34,010.00 บาท
ระยะเวลา: 10 เม.ย. 2569 ถึง 30 เม.ย. 2569
วิธีการดำเนินงาน:1. ประสานหน่วยงานต้นแบบสำหรับเข้าศึกษาดูงาน
2. การดำเนินงาน แจ้งหนังสือขอเข้าศึกษาดูงาน แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานโครงการ
3. ประชุมคณะกรรมการดำเนินโครงการตามคำสั่ง
4. ดำเนินการจัดโครงการ เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 ณ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 1
เชิงผลผลิต (Output)
เป้าหมาย: บุคลากรของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1
ทุกกลุ่มงาน เข้าร่วมกิจกรรมศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ณ หน่วยงานต้นแบบ จำนวน 48 คน
จำนวนบุคลากรที่เข้าร่วม: บุคลากรของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1 จากทุกกลุ่มงาน เข้าร่วมกิจกรรมศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ณ หน่วยงานต้นแบบ (สพป.ตาก เขต 1) จำนวนรวมทั้งสิ้น 48 คน ประกอบด้วย ผู้บริหารระดับสูง ผู้อำนวยการกลุ่มงาน ศึกษานิเทศก์ นักวิชาการ และเจ้าหน้าที่จากทุกกลุ่มงาน เช่น กลุ่มนิเทศฯ, กลุ่มนโยบายและแผน, กลุ่มบริหารงานการเงินฯ, กลุ่มบริหารงานบุคคล และกลุ่มอำนวยการ การจัดทำรายงาน : มีการจัดทำ รายงานการถอดบทเรียน (After Action Review: AAR) และข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ เพื่อนำแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) จากหน่วยงานต้นแบบมาประยุกต์ใช้ในการประเมิน ITA และการบริหารงานทั้ง 4 ด้านขององค์กรอย่างเป็นรูปธรรม การสร้างเครือข่ายการเรียนรู้: เกิดการจัดตั้ง กลุ่มชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ทั้งภายในหน่วยงานเองและเป็นเครือข่ายระหว่างหน่วยงาน เพื่อทำหน้าที่ขับเคลื่อนและติดตามผลการนำความรู้ที่ได้จากการดูงานไปใช้จริงในแต่ละกลุ่มหรือหน่วยย่อย
เชิงผลลัพธ์ (Outcome)
เป้าหมาย: มีรายงานการถอดบทเรียน (After Action Review: AAR) และข้อเสนอแนะ
เชิงปฏิบัติการ เพื่อนำ Best Practice จากหน่วยงานต้นแบบมาประยุกต์ใช้ในการประเมิน ITA และการบริหารงานทั้ง 4 ด้านอย่างเป็นรูปธรรม
เป้าหมายเกี่ยวกับ รายงานการถอดบทเรียน (After Action Review: AAR) และข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ ของโครงการนี้ มีรายละเอียดการดำเนินงานและตัวชี้วัดที่ชัดเจนดังนี้
1. โครงการกำหนดให้ต้องมีรายงานการถอดบทเรียน (AAR) และข้อเสนอแนะเพื่อนำแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) จากหน่วยงานต้นแบบ (สพป.ตาก เขต 1) มาปรับใช้กับการประเมิน ITA และการบริหารงานทั้ง 4 ด้านของ สพป.ตาก เขต 1 เนื้อหาที่จะถูกถอดบทเรียน (อ้างอิงจากหน่วยงานต้นแบบ)
จะมุ่งเน้นที่ความสำเร็จของ สพป.ตาก เขต 1 ที่ได้คะแนน ITA สูงถึง 99.96 เช่น วงจร 7 ขั้นตอนความโปร่งใส ตั้งแต่การเตรียมความพร้อมไปจนถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การบริหารจัดการ 3 มิติ (IIT, EIT, OIT)
The OIT Digital Vault: ระบบการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะที่ครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน
2. กำหนดการและกระบวนการจัดทำ การเก็บข้อมูล: ผู้เข้าร่วมต้องตอบ ใบงาน เกี่ยวกับการศึกษาดูงาน ภายในวันที่ 10 เมษายน 2569 ผ่าน Google Form
งบประมาณเบิกจ่ายตามเอกสาร: 0.00 บาท
การดำเนินโครงการศึกษาดูงานเพื่อยกระดับคุณธรรมและความโปร่งใส (ITA) มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนและตอบสนองต่อเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีรายละเอียดผลการดำเนินงานดังนี้ครับ:
1. การตอบสนองต่อเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ
โครงการนี้มีความสอดคล้องและตอบสนองโดยตรงต่อ ยุทธศาสตร์ชาติต้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ในประเด็นที่ 3 "การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21" และประเด็นย่อยที่ 3.2 "การเปลี่ยนโฉมบทบาท 'ครู' ให้เป็นครูยุคใหม่"
โดยมุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ให้มีความรู้ ทักษะ วิสัยทัศน์ และแนวคิดใหม่ ๆ ในการบริหารจัดการศึกษา เพื่อเปลี่ยนผ่านองค์กรไปสู่การเป็น องค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization)
2. การปิดช่องว่างทางการพัฒนา (Gap Closing)
ช่องว่างเดิม (The Gap): ความท้าทายในการยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงาน การประเมิน ITA และการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งรูปแบบการอบรมเชิงทฤษฎีแบบเดิมอาจไม่เพียงพอที่จะทำให้บุคลากรเห็นภาพแนวปฏิบัติที่ประสบผลสำเร็จได้อย่างชัดเจน
กลไกการปิดช่องว่าง (Gap Closing Mechanism): โครงการได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการพัฒนามาสู่ "การเรียนรู้เชิงประสบการณ์ (Experiential Learning)" โดยใช้กลยุทธ์การศึกษาดูงาน ถอดบทเรียน (AAR) และการเปรียบเทียบกระบวนการทำงาน (Benchmarking) จากหน่วยงานต้นแบบที่ประสบความสำเร็จจริง
3. ผลสัมฤทธิ์ที่ส่งผลต่อยุทธศาสตร์ชาติ
การดำเนินงานส่งผลให้เกิดการยกระดับสมรรถนะของบุคลากรสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1 ให้สามารถนำเทคโนโลยี นวัตกรรม และแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) มาปรับใช้ในการบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เกิด "ระบบสนับสนุนและบริหารจัดการ" ที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีธรรมาภิบาล
ซึ่งการมีระบบบริหารจัดการระดับเขตพื้นที่การศึกษาที่เข้มแข็งนี้ จะส่งผลโดยตรงต่อการสนับสนุนสถานศึกษาในสังกัดได้อย่างเต็มศักยภาพ และส่งผลกระทบปลายทางไปยังผู้เรียน ทำให้เกิดการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาที่ช่วยหล่อหลอมให้ผู้เรียนเป็น "คนดี คนเก่ง มีคุณภาพ พร้อมสำหรับวิถีชีวิตในศตวรรษที่ 21" ตามเป้าหมายสูงสุดของยุทธศาสตร์ชาติอย่างยั่งยืน
การดำเนินโครงการศึกษาดูงานเพื่อยกระดับคุณธรรมและความโปร่งใส (ITA) มีผลการดำเนินงานที่ตอบสนองต่อเป้าหมายของแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติอย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้
การตอบสนองต่อแผนแม่บทประเด็นที่ 12 การพัฒนาการเรียนรู้ (เป้าหมายที่ 1)
โครงการนี้มีความสอดคล้องโดยตรงกับแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นที่ 12 การพัฒนาการเรียนรู้ (เป้าหมายที่ 1) ซึ่งมุ่งหวังให้คนไทยมีการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล มีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 สามารถแก้ปัญหา ปรับตัว สื่อสาร และทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงมีนิสัยใฝ่เรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต การส่งเสริมการเรียนรู้เชิงรุกและการพัฒนาสมรรถนะบุคลากร
โครงการมุ่งเน้นการส่งเสริมให้บุคลากรเกิดนิสัยใฝ่เรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ผ่านการศึกษาดูงานเพื่อพัฒนาทักษะและสมรรถนะที่จำเป็นต่อการออกแบบและบริหารการเรียนรู้ยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้เชิงรุก การคิดวิเคราะห์ การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษา
ทำให้บุคลากรสามารถนำแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) และนวัตกรรมที่ได้เรียนรู้จากหน่วยงานต้นแบบ (สพป.ตาก เขต 1) มาถ่ายทอดและประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานจริง ทั้งในระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาในสังกัด การปิดช่องว่างทางการพัฒนาและการยกระดับองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Gap Closing) โครงการทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการปิดช่องว่าง (Gap Closing) ด้านการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการศึกษา โดยปรับเปลี่ยนรูปแบบการพัฒนาจากการอบรมเชิงทฤษฎีแบบเดิม มาสู่ "การเรียนรู้เชิงประสบการณ์ (Experiential Learning)" ผลลัพธ์จากการเรียนรู้และการถอดบทเรียนช่วยผลักดันให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพัฒนาขึ้นเป็น องค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) ยกระดับคุณภาพการบริหารจัดการและการให้บริการที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ ซึ่งส่งผลกระทบปลายทางไปยังการพัฒนาผู้เรียน ให้มีทักษะการเรียนรู้และการดำเนินชีวิตในศตวรรษที่ 21 ตามเป้าหมายสูงสุดของแผนแม่บทประเด็นได้อย่างยั่งยืน
การดำเนินโครงการศึกษาดูงานเพื่อยกระดับคุณธรรมและความโปร่งใส (ITA) ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1 มีผลการดำเนินงานที่สอดคล้องและบรรลุเป้าหมายของ แผนย่อยการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 (แผนย่อย 1201)
โดยมีรายละเอียดผลที่เกิดขึ้นจริง ดังนี้
1. การทำหน้าที่เป็นระบบสนับสนุนและพัฒนาสมรรถนะบุคลากร โครงการทำหน้าที่เป็น "ระบบสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพและสมรรถนะอย่างต่อเนื่อง"
โดยปรับเปลี่ยนรูปแบบการพัฒนาบุคลากรจากการอบรมเชิงทฤษฎีแบบเดิม ไปสู่ "การเรียนรู้เชิงประสบการณ์ (Experiential Learning)" ผ่านการศึกษาดูงาน ถอดบทเรียน (AAR) และเปรียบเทียบกระบวนการทำงาน (Benchmarking) จากหน่วยงานต้นแบบ (สพป.ตาก เขต 1) ที่ประสบความสำเร็จได้คะแนน ITA สูงถึง 99.96
2. ผลที่เกิดขึ้นจริงจากการดำเนินงาน (Actual Results)
การยกระดับศักยภาพบุคลากรครอบคลุมทั้งองค์กร: บุคลากรทางการศึกษาของ สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1 รวม 48 คน จากทุกกลุ่มงาน ได้เข้าร่วมศึกษาดูงาน
ได้รับความรู้ ความเข้าใจ ในแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ด้านการบริหารจัดการและการประเมิน ITA ทั้ง 3 มิติ (IIT, EIT, OIT) และนำมาถ่ายทอดความรู้ให้แก่บุคลากรในสังกัดทุกคนเกิดรายงานถอดบทเรียนและข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ: มีการจัดทำ รายงานการถอดบทเรียน (After Action Review: AAR) และข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ เพื่อนำแนวปฏิบัติที่ดีมาปรับปรุงกระบวนงานจริง การขับเคลื่อนผ่านกลุ่ม PLC และเครือข่ายความร่วมมือ: มีการจัดตั้งกลุ่มชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) เพื่อติดตามการนำความรู้ไปปรับใช้ในแต่ละกลุ่มงาน พร้อมทั้งเกิดเครือข่ายความร่วมมือ (Networking) ระหว่าง สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1 และ สพป.ตาก เขต 1 อย่างต่อเนื่อง พัฒนานวัตกรรมและระบบงานที่โปร่งใส: บุคลากรสามารถนำองค์ความรู้ เช่น วงจร 7 ขั้นตอนความโปร่งใส และคลังข้อมูลดิจิทัล (The OIT Digital Vault) มาพัฒนากระบวนงาน ลดขั้นตอนซ้ำซ้อน ทำให้มีระบบการทำงานที่โปร่งใส ตรวจสอบได้
3. ผลสัมฤทธิ์ปลายทางต่อสถานศึกษาและผู้เรียน
การยกระดับประสิทธิภาพและความโปร่งใสของบุคลากรระดับเขตพื้นที่การศึกษา ถือเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการทำงานของสถานศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษาได้อย่างเต็มศักยภาพ ซึ่งจะส่งผลกระทบปลายทางไปยังการจัดการศึกษาของประเทศให้มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล ช่วยพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 และสามารถเข้าถึงการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตตามเป้าหมายของแผนย่อยได้อย่างยั่งยืน
การดำเนินโครงการศึกษาดูงานเพื่อยกระดับคุณธรรมและความโปร่งใส (ITA) ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1 มีผลการดำเนินงานที่สอดคล้องและตอบสนองต่อเป้าหมายของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 โดยมีรายละเอียดผลที่เกิดขึ้นจริง ดังนี้
1. การตอบสนองต่อเป้าหมายหลักและหมุดหมายของแผน 13
เป้าหมายหลักและหมุดหมายที่สอดคล้อง: โครงการนี้มีความสอดคล้องโดยตรงกับ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ใน เป้าหมายหลักที่ 2 "การพัฒนาคนสู่โลกยุคใหม่" และ หมุดหมายที่ 12 "ไทยมีกำลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์การพัฒนาแห่งอนาคต"
การเจาะจงเป้าหมายระดับหมุดหมาย: มุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาให้ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ มีสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับโลกยุคใหม่ มีคุณลักษณะตามบรรทัดฐานที่ดีของสังคม มีคุณธรรม จริยธรรม และมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกโฉมฉับพลัน
2. ผลการดำเนินงานที่ทำได้จริงในการยกระดับกำลังคนและการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
การยกระดับสมรรถนะบุคลากร (High-Performance Personnel): บุคลากรของ สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1 รวม 48 คน จากทุกกลุ่มงาน ได้รับการพัฒนาทักษะ วิสัยทัศน์ และสมรรถนะการบริหารจัดการยุคใหม่ ผ่านการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ ณ หน่วยงานต้นแบบ (สพป.ตาก เขต 1)
การส่งเสริมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง (Continuous Learning): บุคลากรได้ร่วมกันถอดบทเรียน (AAR) และจัดตั้งกลุ่มชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ทั้งภายในและระหว่างหน่วยงาน เพื่อนำองค์ความรู้และนวัตกรรมดิจิทัล (เช่น วงจร 7 ขั้นตอนความโปร่งใส และคลังข้อมูล OIT Digital Vault) มาปรับปรุงกระบวนงานและแก้ปัญหาการทำงานอย่างสม่ำเสมอ
3. การสร้างภูมิคุ้มกัน องค์กรที่มีธรรมาภิบาล และผลกระทบต่อผู้เรียน
ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และสร้างภูมิคุ้มกันองค์กร: การนำเกณฑ์การประเมิน ITA มาปรับใช้ ช่วยสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่มุ่งเน้นความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ปราศจากการทุจริต ซึ่งเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันและธรรมาภิบาลในการบริหารงานภาครัฐ ส่งผลต่อการพัฒนาผู้เรียนในโลกยุคใหม่: การพัฒนาระบบสนับสนุนและบริหารจัดการระดับเขตพื้นที่การศึกษาที่เข้มแข็ง ช่วยสนับสนุนสถานศึกษาและครูผู้สอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลกระทบปลายทางไปยังการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพ มีคุณธรรม จริยธรรม และมีทักษะพร้อมสำหรับการดำรงชีวิตในสังคมยุคใหม่ได้อย่างสงบสุขตามเป้าหมายของแผน 13
ไม่มี
ไม่มี
จำนวนเงิน คงเหลือ 2,340 บาท เนื่องจาก น้ำมันรถราชการ ใช้ตามค่าใช้จ่านที่เกิดขึ้นจริง จึงทำให้ต่างจากประมาณการ
และการเข้าใจคลาดเคลื่อนในส่วนของค่าเลี้ยง พนักงานจ้างเหมาบริการ จึงทำให้ต้องคืนค่าเบี้ยเลี้ยงตามระเบียบข้าราชการ