ปีงบประมาณ 2569

โครงการ On the Job Learning การพัฒนาหลักสูตรอิงบริบทเชิงพื้นที่และความถนัดของผู้เรียนสู่การจัดการเรียนรู้ที่หลากหลายด้วยการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment for Learning) เพื่อส่งเสริมศักยภาพผู้เรียนรายบุคคล

นายบุญโยม เกยเลื่อน
กลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา
PRJ-69-0004
งบจัดสรรสุทธิ
11,000.00 ฿
เบิกจ่ายจริง
8,600.00 ฿
คงเหลือ
2,400.00 ฿
1. วัตถุประสงค์ของโครงการ

1.1 เพื่อพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทเชิงพื้นที่และความถนัดของผู้เรียน

1.2 เพื่อส่งเสริมให้ครูผู้สอนมีความสามารถในการออกแบบและจัดการเรียนรู้ด้วยรูปแบบและวิธีการที่หลากหลาย

1.3 ส่งเสริมให้ครูผู้สอนใช้การวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ (Assessment for Learning)

1.4 เพื่อคัดเลือกและยกย่องเชิดชูเกียรติสถานศึกษาและบุคลากรที่มีแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) ในการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมศักยภาพผู้เรียนรายบุคคล

2. เป้าหมายที่ดำเนินการได้จริง
2.1 เชิงผลผลิต (Output)
เป้าหมาย: สถานศึกษาในสังกัดร้อยละ 100 มีหลักสูตรที่สอดคล้องกับบริบทเชิงพื้นที่

1. สพท. ได้ขับเคลื่อนให้สถานศึกษาในสังกัดดำเนินการจัดทำหลักสูตรที่สอดคล้องกับบริบทเชิงพื้นที่ พบว่า จากการนิเทศสถานศึกษาในสังกัด จำนวน 105 แห่ง จากทั้งหมด 105 แห่ง มีหลักสูตรที่สอดคล้องกับบริบทเชิงพื้นที่ คิดเป็นร้อยละ 100 ส่งผลให้บรรลุเป้าหมายเชิงผลผลิตข้อที่ 1

เป้าหมาย: ครูผู้สอนที่เข้าร่วมโครงการร้อยละ 80 มีความสามารถในการออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย

2. สพท. ได้ดำเนินการกิจกรรมประชุมเชิงปฏิบัติการสร้างความเข้าใจเชิงรุกและชี้แจงแนวปฏิบัติการใช้หลักสูตรและการวัดประเมินผลการเรียนรู้ยุคใหม่สำหรับสถานศึกษาแกนนำ วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องประชุมประกายทอง ครูผู้สอนจากสถานศึกษาแกนนำ จำนวน 40 คน จากทั้งหมด 40 คน คิดเป็นร้อยละ 100 มีความรู้ความเข้าใจการขับเคลื่อนหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2568 สำหรับเด็กอายุ 3 - 6 ปี และหลักสูตรการศึกษาประถมศึกษาตอนต้น (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 3) พุทธศักราช 2568 ทั้งด้านการนำหลักสูตรสู่ชั้นเรียน การจัดการเรียนรู้ การใช้สื่อ เทคโนโลยีและแหล่งเรียนรู้ และการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เรียน ผลการดำเนินการพบว่า จากการนิเทศสถานศึกษาโดยศึกษานิเทศก์ ได้ดูร่องรอยจากแผนการจัดการเรียนรู้และบันทักหลังสอนของครูผู้สอน ครูผู้สอน จำนวน 1188 คน จากทั้งหมด 1188 คน มีความสามารถในการออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย คิดเป็นร้อยละ 100 ส่งผลให้บรรลุเป้าหมายเชิงผลผลิตข้อที่ 2

เป้าหมาย: ครูผู้สอนร้อยละ 80 ใช้การประเมินเพื่อพัฒนา (Assessment for Learning) ในชั้นเรียน

2. สพท. ได้ดำเนินการกิจกรรมประชุมเชิงปฏิบัติการสร้างความเข้าใจเชิงรุกและชี้แจงแนวปฏิบัติการใช้หลักสูตรและการวัดประเมินผลการเรียนรู้ยุคใหม่สำหรับสถานศึกษาแกนนำ วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องประชุมประกายทอง ครูผู้สอนจากสถานศึกษาแกนนำ จำนวน 40 คน จากทั้งหมด 40 คน คิดเป็นร้อยละ 100 มีความรู้ความเข้าใจการขับเคลื่อนหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2568 สำหรับเด็กอายุ 3 - 6 ปี และหลักสูตรการศึกษาประถมศึกษาตอนต้น (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 3) พุทธศักราช 2568 ทั้งด้านการนำหลักสูตรสู่ชั้นเรียน การจัดการเรียนรู้ การใช้สื่อ เทคโนโลยีและแหล่งเรียนรู้ และการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เรียน ผลการดำเนินการพบว่า จากการนิเทศสถานศึกษาโดยศึกษานิเทศก์ ได้ดูร่องรอยจากแผนการจัดการเรียนรู้และบันทักหลังสอนของครูผู้สอน ครูผู้สอน จำนวน 1188 คน จากทั้งหมด 1188 คน มีความสามารถในการประเมินเพื่อพัฒนา (Assessment for Learning) ในชั้นเรียน คิดเป็นร้อยละ 100 ส่งผลให้บรรลุเป้าหมายเชิงผลผลิตข้อที่ 3

เป้าหมาย: มีสถานศึกษา ผู้บริหาร และครูผู้สอน ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติ "สุดยอด On the Job Learning" รวมจำนวนไม่น้อยกว่า 20 รางวัล

4. ผลการดำเนินงานกิจกรรมในไตรมาสนี้ยังไม่สามารถส่งผลต่อ Output ที่กำหนดไว้

2.2 เชิงผลลัพธ์ (Outcome)
เป้าหมาย: สถานศึกษามีหลักสูตรสถานศึกษาที่อิงบริบทเชิงพื้นที่และตอบสนองความถนัดของผู้เรียน ซึ่งได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบและนำไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนได้อย่างเป็นรูปธรรม

สพท. ได้ขับเคลื่อนให้สถานศึกษาในสังกัดดำเนินการจัดทำหลักสูตรที่สอดคล้องกับบริบทเชิงพื้นที่ พบว่า จากการนิเทศสถานศึกษาในสังกัด จำนวน 105 แห่ง จากทั้งหมด 105 แห่ง มีหลักสูตรสถานศึกษาที่อิงบริบทเชิงพื้นที่และตอบสนองความถนัดของผู้เรียน ซึ่งได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบและนำไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนได้อย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้บรรลุเป้าหมายเชิงผลลัพธ์ข้อที่ 1

เป้าหมาย: ครูผู้สอนสามารถจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ที่มีความหลากหลายและเหมาะสมกับศักยภาพของผู้เรียนรายบุคคล

จากการนิเทศสถานศึกษาโดยศึกษานิเทศก์ ได้ดูร่องรอยจากแผนการจัดการเรียนรู้และบันทักหลังสอนของครูผู้สอน พบว่า ครูผู้สอนสามารถจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ที่มีความหลากหลายและเหมาะสมกับศักยภาพของผู้เรียนรายบุคคล

เป้าหมาย: ครูผู้สอนใช้ผลจากการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ (Assessment for Learning) ในการส่งเสริมความก้าวหน้าและแก้ปัญหาการเรียนรู้ของผู้เรียนได้อย่างต่อเนื่อง

จากการนิเทศสถานศึกษาโดยศึกษานิเทศก์ ได้ดูร่องรอยจากแผนการจัดการเรียนรู้และบันทักหลังสอนของครูผู้สอน พบว่า ครูผู้สอนดำเนินการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment for Learning) และนำผลไปใช้ในการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนรายบุคคล

เป้าหมาย: สถานศึกษาและครูผู้สอนมีแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) ในการบริหารจัดการหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ ซึ่งสามารถเป็นต้นแบบและขยายผลการดำเนินงานสู่สถานศึกษาอื่นในสังกัดได้

ผลการดำเนินงานกิจกรรมในไตรมาสนี้ยังไม่สามารถส่งผลต่อ Outcome ที่กำหนดไว้

3. ตัวชี้วัดความสำเร็จ (KPIs)
ที่ตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน
1 ร้อยละของโรงเรียนในสังกัดที่มีหลักสูตรสถานศึกษาที่อิงบริบทเชิงพื้นที่และความถนัดของผู้เรียน

1. สพท. ได้ขับเคลื่อนให้สถานศึกษาในสังกัดดำเนินการจัดทำหลักสูตรที่สอดคล้องกับบริบทเชิงพื้นที่ พบว่า จากการนิเทศสถานศึกษาในสังกัด จำนวน 105 แห่ง จากทั้งหมด 105 แห่ง มีหลักสูตรที่สอดคล้องกับบริบทเชิงพื้นที่ คิดเป็นร้อยละ 100 ส่งผลให้บรรลุตัวชี้วัดความสำเร็จข้อที่ 1

2 ร้อยละของครูผู้สอนที่มีสมรรถนะในการออกแบบและจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ที่มีความหลากหลายและตอบสนองความแตกต่างรายบุคคล

2. สพท. ได้ดำเนินการกิจกรรมประชุมเชิงปฏิบัติการสร้างความเข้าใจเชิงรุกและชี้แจงแนวปฏิบัติการใช้หลักสูตรและการวัดประเมินผลการเรียนรู้ยุคใหม่สำหรับสถานศึกษาแกนนำ วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องประชุมประกายทอง ครูผู้สอนจากสถานศึกษาแกนนำ จำนวน 40 คน จากทั้งหมด 40 คน คิดเป็นร้อยละ 100 มีความรู้ความเข้าใจการขับเคลื่อนหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2568 สำหรับเด็กอายุ 3 - 6 ปี และหลักสูตรการศึกษาประถมศึกษาตอนต้น (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 3) พุทธศักราช 2568 ทั้งด้านการนำหลักสูตรสู่ชั้นเรียน การจัดการเรียนรู้ การใช้สื่อ เทคโนโลยีและแหล่งเรียนรู้ และการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เรียน ผลการดำเนินการพบว่า จากการนิเทศสถานศึกษาโดยศึกษานิเทศก์ ได้ดูร่องรอยจากแผนการจัดการเรียนรู้และบันทักหลังสอนของครูผู้สอน ครูผู้สอน จำนวน 1188 คน จากทั้งหมด 1188 คน มีความสามารถในการออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย ส่งผลให้บรรลุตัวชี้วัดความสำเร็จข้อที่ 2

3 ร้อยละของครูผู้สอนที่ใช้การวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ (Assessment for Learning) เพื่อส่งเสริมความก้าวหน้าของผู้เรียนรายบุคคล

3. สพท. ได้ดำเนินการกิจกรรมประชุมเชิงปฏิบัติการสร้างความเข้าใจเชิงรุกและชี้แจงแนวปฏิบัติการใช้หลักสูตรและการวัดประเมินผลการเรียนรู้ยุคใหม่สำหรับสถานศึกษาแกนนำ วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องประชุมประกายทอง ครูผู้สอนจากสถานศึกษาแกนนำ จำนวน 40 คน จากทั้งหมด 40 คน คิดเป็นร้อยละ 100 มีความรู้ความเข้าใจการขับเคลื่อนหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2568 สำหรับเด็กอายุ 3 - 6 ปี และหลักสูตรการศึกษาประถมศึกษาตอนต้น (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 3) พุทธศักราช 2568 ทั้งด้านการนำหลักสูตรสู่ชั้นเรียน การจัดการเรียนรู้ การใช้สื่อ เทคโนโลยีและแหล่งเรียนรู้ และการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เรียน ผลการดำเนินการพบว่า จากการนิเทศสถานศึกษาโดยศึกษานิเทศก์ ได้ดูร่องรอยจากแผนการจัดการเรียนรู้และบันทักหลังสอนของครูผู้สอน ครูผู้สอน จำนวน 1188 คน จากทั้งหมด 1188 คน มีความสามารถในการการประเมินเพื่อพัฒนา (Assessment for Learning) ในชั้นเรียน คิดเป็นร้อยละ 100 ส่งผลให้บรรลุตัวชี้วัดความสำเร็จข้อที่ 3

4 จำนวนผลงานแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) ด้านการจัดการเรียนรู้ที่ได้รับการคัดเลือกและเชิดชูเกียรติ

4. ผลการดำเนินงานกิจกรรมในไตรมาสนี้ยังไม่สามารถส่งผลต่อตัวชี้วัดความสำเร็จทั้งเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพที่กำหนดไว้

4. การดำเนินงานกิจกรรม และงบประมาณ
4.1 กิจกรรม: กิจกรรมที่ 2 สร้างการรับรู้และเปิดรับสมัครสถานศึกษาที่มีความพร้อมด้านบุคลากรและสมัครใจในการนำร่องใช้หลักสูตรการศึกษาประถมศึกษา (พุทธศักราช 2568)

ระยะเวลา: 1 มี.ค. 2569 ถึง 30 เม.ย. 2569

วิธีการดำเนินงาน:

สร้างการรับรู้และรับสมัครโรงเรียนที่มีความพร้อมและสมัครใจใช้หลักสูตรการศึกษาพุทธศักราช 2568 ทั้งระดับปฐมวัย ระดับชั้นประถมศึกษาตอนต้น และระดับชั้นประถมศึกษาตอนปลาย

ผลการดำเนินงานโดยสังเขป:

1. โรงเรียนที่มีความพร้อมและสมัครใจใช้หลักสูตรการศึกษาประถมศึกษาตอนปลาย (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 - 6) พุทธศักราช 2568 โรงเรียนเครือข่ายการใช้หลักสูตร ในปีการศึกษา 2569 ( โรงเรียนที่มีความพร้อมและสมัครใจใช้หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2568 สำหรับเด็กอายุ 3 - 6 ปี และหลักสูตรการศึกษาประถมศึกษาตอนต้น (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 3) พุทธศักราช 2568) จำนวน 18 โรงเรียน

2. โรงเรียนที่มีความพร้อมและสมัครใจใช้หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2568 สำหรับเด็กอายุ 3 - 6 ปี และหลักสูตรการศึกษาประถมศึกษาตอนต้น (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 3) พุทธศักราช 2568 โรงเรียนเครือข่ายใหม่การใช้หลักสูตรฯ ปีการศึกษา 2569 จำนวน 9 โรงเรียน

งบประมาณเบิกจ่ายตามเอกสาร: 0.00 บาท

4.2 กิจกรรม: กิจกรรมที่ 1 ประชุมเชิงปฏิบัติการสร้างความเข้าใจเชิงรุกและชี้แจงแนวปฏิบัติการใช้หลักสูตรและการวัดประเมินผลการเรียนรู้ยุคใหม่สำหรับสถานศึกษาแกนนำ ผู้เข้าร่วมประชุม 40 คน 1 วัน

ระยะเวลา: 13 เม.ย. 2569 ถึง 15 พ.ค. 2569

วิธีการดำเนินงาน:

1. วางแผนการดำเนินการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการสร้างความเข้าใจเชิงรุกและชี้แจงแนวปฏิบัติการใช้หลักสูตรและการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ยุคใหม่สำหรับสถานศึกษาแกนนำ

2. จัดทำคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการจัดประชุมฯ กำหนดการประชุมฯ หนังสือเชิญผู้เข้สร่วมประชุมฯ เอกสารและใบกิจกรรมประกอบการประชุมฯ

3. ดำเนินการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการสร้างความเข้าใจเชิงรุกและชี้แจงแนวปฏิบัติการใช้หลักสูตรและการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ยุคใหม่สำหรับสถานศึกษาแกนนำตามกำหนดการประชุมฯ

4. สรุปผลการประชุมและถอดบทเรียนการขับเคลื่อนหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2568 สำหรับเด็กอายุ 3 - 6 ปี และหลักสูตรการศึกษาประถมศึกษาตอนต้น (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 3) พุทธศักราช 2568

5. จัดทำเอกสารสรุปผลการการขับเคลื่อนหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2568 สำหรับเด็กอายุ 3 - 6 ปี และหลักสูตรการศึกษาประถมศึกษาตอนต้น (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 3) พุทธศักราช 2568

6. แจ้งโรงเรียนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องใช้ผลการถอดบทเรียนการขับเคลื่อนหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2568 สำหรับเด็กอายุ 3 - 6 ปี และหลักสูตรการศึกษาประถมศึกษาตอนต้น (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 3) พุทธศักราช 2568 สำหรับเป้็นแนวทางในการพัฒนาและขับเคลื่อนการใช้หลักสูตรในปีการศึกษา 2569

ผลการดำเนินงานโดยสังเขป:

ครูผู้สอนมีความรู้ความเข้าใจการขับเคลื่อนหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2568 สำหรับเด็กอายุ 3 - 6 ปี และหลักสูตรการศึกษาประถมศึกษาตอนต้น (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 3) พุทธศักราช 2568 ทั้งด้านการนำหลักสูตรสู่ชั้นเรียน การจัดการเรียนรู้ การใช้สื่อ เทคโนโลยีและแหล่งเรียนรู้ และการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เรียน

งบประมาณเบิกจ่ายตามเอกสาร: 6,400.00 บาท

4.3 กิจกรรม: กิจกรรมที่ 3 นิเทศ ติดตาม และชี้แนะเชิงปฏิบัติการ (On-site Coaching) เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการบริหารจัดการหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่ตอบสนองความแตกต่างรายบุคคล

ระยะเวลา: 16 พ.ค. 2569 ถึง 30 มิ.ย. 2569

วิธีการดำเนินงาน:

1. วางแผนการนิเทศ ติดตาม และชี้แนะเชิงปฏิบัติการ (On-site Coaching) เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการบริหารจัดการหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่ตอบสนองความแตกต่างรายบุคคล

2. จัดทำปฏิทินนิเทศ ติดตาม และชี้แนะเชิงปฏิบัติการ (On-site Coaching) เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการบริหารจัดการหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่ตอบสนองความแตกต่างรายบุคคล

3. ประสานโรงเรียนกำหนดวันนิเทศ ติดตาม และชี้แนะเชิงปฏิบัติการ (On-site Coaching) เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการบริหารจัดการหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่ตอบสนองความแตกต่างรายบุคคล

4. นิเทศ ติดตาม และชี้แนะเชิงปฏิบัติการ (On-site Coaching) เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการบริหารจัดการหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่ตอบสนองความแตกต่างรายบุคคล

5. สรุปผลนิเทศ ติดตาม และชี้แนะเชิงปฏิบัติการ (On-site Coaching) เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการบริหารจัดการหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่ตอบสนองความแตกต่างรายบุคคล

6. แจ้งโรงเรียน และผู้เกี่ยวข้องข้อค้นพบและแนวปฏิบัติที่ดีด้านการบริหารจัดการหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่ตอบสนองความแตกต่างรายบุคคล เพื่อนำไปใช้เป็นแนวทางการดำเนินงานต่อไป

ผลการดำเนินงานโดยสังเขป:

โรงเรียนสามารถบริหารจัดการหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่ตอบสนองความแตกต่างรายบุคคล

งบประมาณเบิกจ่ายตามเอกสาร: 2,200.00 บาท

4.4 กิจกรรม: กิจกรรมที่ 4 คัดเลือกและประเมินผลงานแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) เพื่อรับรางวัลเชิดชูเกียรติ 'สุดยอด On the Job Learning

ระยะเวลา: 1 ส.ค. 2569 ถึง 30 ก.ย. 2569

วิธีการดำเนินงาน:
- ไม่ได้รายงานผล -
ผลการดำเนินงานโดยสังเขป:
- ไม่ได้รายงานผล -

งบประมาณเบิกจ่ายตามเอกสาร: 0.00 บาท

4.5 กิจกรรม: กิจกรรมที่ 5 กิจกรรมยกย่องเชิดชูเกียรติและเผยแพร่ผลงานแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) 'สุดยอด On the Job Learning

ระยะเวลา: 15 ก.ย. 2569 ถึง 30 ก.ย. 2569

วิธีการดำเนินงาน:
- ไม่ได้รายงานผล -
ผลการดำเนินงานโดยสังเขป:
- ไม่ได้รายงานผล -

งบประมาณเบิกจ่ายตามเอกสาร: 0.00 บาท

4.6 กิจกรรม: กิจกรรมที่ 6 สรุปและรายงานผลการดำเนินโครงการ

ระยะเวลา: 16 ก.ย. 2569 ถึง 30 ก.ย. 2569

วิธีการดำเนินงาน:
- ไม่ได้รายงานผล -
ผลการดำเนินงานโดยสังเขป:
- ไม่ได้รายงานผล -

งบประมาณเบิกจ่ายตามเอกสาร: 0.00 บาท

5. ความเชื่อมโยงกับแผนระดับต่างๆ
5.1 ยุทธศาสตร์ชาติ
ด้าน: ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพมนุษย์
เป้าหมาย: 1. คนไทยเป็นคนดี คนเก่ง มีคุณภาพ พร้อมสำหรับวิถีชีวิตในศตวรรษที่ 21
ประเด็น: 3. ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21
ประเด็นย่อย: 3.4 การพัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ (ตามแผน):
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1 ดำเนินโครงการน้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ในหลวงรัชกาลที่ 10 และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การบูรณาการเพื่อจัดการเรียนรู้ในสถานศึกษา โดยมีกิจกรรมหลักในการส่งเสริมการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการพัฒนาสถานศึกษาพอเพียงต้นแบบและศูนย์การเรียนรู้เพื่อเป็นฐานในการถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงประจักษ์จากการดำเนินการดังกล่าว มีส่วนสนับสนุนให้บรรลุเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยเป็นการสร้างกลไกที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านกระบวนการลงมือปฏิบัติ (Active Learning) กิจกรรมการน้อมนำพระบรมราโชบายสู่การปฏิบัติช่วยปลูกฝังค่านิยมและพื้นฐานจิตใจที่มั่นคง มีคุณธรรม และมีความรับผิดชอบ ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ผู้เรียนมีนิสัยใฝ่เรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การยกระดับสถานศึกษาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีชีวิตจะช่วยให้ครูและบุคลากรสามารถจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและสอดคล้องกับวิถีชีวิตจริง ส่งผลให้คนไทยได้รับการพัฒนาให้เป็นคนดี คนเก่ง มีคุณภาพ และมีภูมิคุ้มกันในการดำเนินชีวิตที่พร้อมสำหรับความเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 อย่างมั่นคงและยั่งยืน

ผลการดำเนินงานต่อเป้าหมาย:

กิจกรรมประชุมเชิงปฏิบัติการสร้างความเข้าใจเชิงรุกและชี้แจงแนวปฏิบัติการใช้หลักสูตรและการวัดประเมินผลยุคใหม่ และกิจกรรมนิเทศ ติดตาม และชี้แนะเชิงปฏิบัติการ (On-site Coaching) ตอบสนองประเด็นการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 โดยมุ่งเน้นพัฒนาครูผู้สอนให้มีความเข้าใจและมีสมรรถนะในการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ที่ตอบสนองความแตกต่างรายบุคคล ส่งผลให้ผู้เรียนเกิดทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านกระบวนการลงมือปฏิบัติ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต

5.2 แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ
แผนแม่บท: 12 ประเด็น การพัฒนาการเรียนรู้
เป้าหมาย: 1.คนไทยมีการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากลเพิ่มขึ้น มีทักษะที่จำเป็นของโลกศตวรรษที่ 21 สามารถในการแก้ปัญหา ปรับตัว สื่อสาร และทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิผลเพิ่มขึ้น มีนิสัยใฝ่เรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต

ผลการดำเนินงานต่อเป้าหมาย:

กิจกรรมสร้างการรับรู้และเปิดรับสมัครสถานศึกษาที่มีความพร้อมในการนำร่องใช้หลักสูตรการศึกษาพุทธศักราช 2568 ควบคู่กับการประชุมเชิงปฏิบัติการฯ เป็นการเตรียมความพร้อมและนำร่องใช้หลักสูตรใหม่ ทั้งในระดับปฐมวัยและระดับประถมศึกษา เป็นการยกระดับคุณภาพการศึกษาให้ได้ตามมาตรฐาน กระบวนการนี้ช่วยขับเคลื่อนเป้าหมายที่ต้องการให้คนไทยมีการศึกษาที่มีคุณภาพ มีทักษะการแก้ปัญหา ปรับตัว สื่อสาร และทำงานร่วมกับผู้อื่นในโลกศตวรรษที่ 21 ได้อย่างมีประสิทธิผล

5.3 แผนย่อยของแผนแม่บทฯ
แผนย่อย: 1201 แผนย่อยการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21
เป้าหมาย: คนไทยได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน มีทักษะการเรียนรู้ และทักษะที่จำเป็นของโลกศตวรรษที่ 21 สามารถเข้าถึงการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตดีขึ้น

ผลการดำเนินงานต่อเป้าหมาย:

การขับเคลื่อนการใช้การวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เรียน (Assessment for Learning) ผ่านการประชุมเชิงปฏิบัติการ และการลงพื้นที่ชี้แนะเชิงปฏิบัติการ (On-site Coaching) เป็นการเปลี่ยนผ่านแนวทางการวัดและประเมินผลไปสู่ยุคใหม่ ช่วยตอบโจทย์เป้าหมายในการทำให้คนไทยได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน ครูสามารถนำผลการประเมินไปใช้ปรับรูปแบบและวิธีการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลายได้อย่างแท้จริง ทำให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตได้ดีขึ้น

5.4 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13
หมุดหมาย: M12 ไทยมีกำลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์การพัฒนาแห่งอนาคต
เป้าหมายหลัก: 2. การพัฒนาคนสู่โลกยุคใหม่
เป้าหมายระดับหมุดหมาย: คนไทยได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพในทุกช่วงวัย มีสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับโลกยุคใหม่ มีคุณลักษณะตามบรรทัดฐานที่ดีของสังคม มีคุณธรรม จริยธรรม และมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกโฉมฉับพลันของโลก สามารถดำรงชีวิตร่วมกันในสังคมได้อย่างสงบสุข

ผลการดำเนินงานต่อเป้าหมาย:

โครงการ On the Job Learning การพัฒนาหลักสูตรอิงบริบทเชิงพื้นที่และความถนัดของผู้เรียนสู่การจัดการเรียนรู้ที่หลากหลายด้วยการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment for Learning) เพื่อส่งเสริมศักยภาพผู้เรียนรายบุคคล ตอบสนองเป้าหมายหลัก "การพัฒนาคนสู่โลกยุคใหม่" โดยตรง การสร้างสมรรถนะการบริหารจัดการหลักสูตรและการเรียนรู้เชิงรุกให้แก่สถานศึกษา เป็นกลไกสำคัญที่ทำให้เด็กไทยตั้งแต่ระดับปฐมวัยถึงประถมศึกษา ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ มีสมรรถนะและภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกโฉมฉับพลันของโลก

6. ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ
ปัญหาและอุปสรรค

-

ข้อเสนอแนะ

-

สาเหตุที่เบิกจ่ายไม่ตามแผน (กรณีพับงบ/เงินเหลือ)

กิจกรรมที่ 1 ประชุมเชิงปฏิบัติการสร้างความเข้าใจเชิงรุกและชี้แจงแนวปฏิบัติการใช้หลักสูตรและการวัดประเมินผลการเรียนรู้ยุคใหม่สำหรับสถานศึกษาแกนนำ ขอเปลี่ยนแปลงระยะเวลาการดำเนินกิจกรรมตามโครการ โดยจะดำเนินการในเดือนพฤษภาคม 2569 จำนวน 6400 บาท

กิจกรรมที่ 3 ประมาณการเป็นค่าชดเชยน้ำมันเชื้อเพลิงในการออกนิเทศ 3000 บาท ใช้ไป 2200 บาท เนื่องจากมีการวางแผนและบริหารจัดการเส้นทางในการเดินทางไปราชการอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการรวมการปฏิบัติงานในพื้นที่ใกล้เคียงในคราวเดียวกัน ทำให้สามารถประหยัดการใช้พลังงานและมีงบประมาณค่าชดเชยน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือ