ปีงบประมาณ 2569

โครงการเสริมสร้างศักยภาพผู้บริหารสถานศึกษาและบุคลากรทางการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1 สู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ ด้านประวัติศาสตร์และเทคโนโลยีดิจิทัล ประจำปี พ.ศ. 2569

นางสาวชญาณิศา รุ่งมี
กลุ่มพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา
PRJ-69-0067
งบจัดสรรสุทธิ
238,950.00 ฿
เบิกจ่ายจริง
235,944.00 ฿
คงเหลือ
3,006.00 ฿
1. วัตถุประสงค์ของโครงการ

1.1 เพื่อศึกษาสมรรถนะของผูบริหารสถานศึกษาและบุคลากรทางการศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1

1.2 เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กระบวนการทำงานเชิงลึก และนำนวัตกรรมการบริหารจัดการของหน่วยงานต้นแบบมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานจริงของหน่วยงาน

1.3 เพื่อให้บุคลากรนำองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับ มาจัดทำแนวทางหรือนวัตกรรมในการปรับปรุงกระบวนการปฏิบัติงานของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม

1.4 เพื่อยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการขององค์กร สู่การเป็นสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่มีประสิทธิภาพการให้บริการที่เป็นเลิศ

2. เป้าหมายที่ดำเนินการได้จริง
2.1 เชิงผลผลิต (Output)
เป้าหมาย: ผู้บริหารสถานศึกษาบุคลากรของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1 ทุกกลุ่มงาน เข้าร่วมกิจกรรมศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ณ หน่วยงานต้นแบบ จำนวน 185 คน

กิจกรรมที่ 1 พัฒนาสมรรถนะการบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษา ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และศึกษาดูงาน ณ จังหวัดชลบุรี

กลุ่มเป้าหมายและจำนวน: ผู้บริหารสถานศึกษา: จำนวน 93 คน

(ครอบคลุมผู้บริหารสถานศึกษา และครูรักษาในตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา)

กิจกรรมที่ 2 พัฒนาสมรรถนะการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการศึกษา ด้านการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย (R2R) และศึกษาประวัติศาสตร์ ณ อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลยกลุ่มเป้าหมายและจำนวน บุคลากรทางการศึกษา จำนวน 59 คน

(บุคลากรทางการศึกษาตามมาตรา 38 ค. (2) และพนักงานราชการ ทุกกลุ่มงานใน สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1)

เป้าหมาย: มีรายงานการถอดบทเรียน (After Action Review: AAR) และข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ เพื่อนำ Best Practice จากหน่วยงานต้นแบบมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาทักษะทางด้านดิจิทัล และการบริหารงานทั้ง 4 ด้านอย่างเป็นรูปธรรม

1. การศึกษาดูงานและพัฒนาสมรรถนะ ผู้เข้าร่วมได้ศึกษาดูงาน แลกเปลี่ยนเรียนรู้กระบวนการทำงานและนวัตกรรมจากหน่วยงานต้นแบบ เพื่อนำมาพัฒนาสมรรถนะการบริหารงานด้านเทคโนโลยีดิจิทัล

รายงานการถอดบทเรียน (AAR) จัดทำรายงานการถอดบทเรียน (After Action Review: AAR) และข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ เพื่อนำแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลและการบริหารงาน 4 ด้านอย่างเป็นรูปธรรม

2. รายงานการถอดบทเรียน (AAR): เกิดรายงานการถอดบทเรียน (AAR) และข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ ด้านการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย (R2R) และการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เพื่อนำมาปรับปรุงกระบวนการปฏิบัติงาน

เป้าหมาย: เกิดการจัดตั้งกลุ่มชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ภายในหน่วยงาน และเครือข่ายระหว่างหน่วยงาน เพื่อขับเคลื่อนและติดตามผลการนำแนวทางที่ได้จากการดูงานไปใช้จริงในแต่ละกลุ่ม/หน่วยย่อย

การจัดตั้งกลุ่ม PLC เกิดการจัดตั้งกลุ่มชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ภายในหน่วยงานและเครือข่ายระหว่างหน่วยงาน เพื่อติดตามและขับเคลื่อนการนำแนวทางจากการดูงานไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานจริง

2.2 เชิงผลลัพธ์ (Outcome)
เป้าหมาย: บุคลากรมีสมรรถนะด้านการบริหารจัดการและทักษะดิจิทัลเพิ่มขึ้น สามารถนำองค์ความรู้จากหน่วยงานต้นแบบมาปรับปรุงกระบวนการทำงาน ลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อนได้อย่างน้อย ร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วม

บุคลากรมีสมรรถนะด้านการบริหารจัดการและทักษะดิจิทัลเพิ่มขึ้น สามารถนำองค์ความรู้จากหน่วยงานต้นแบบมาปรับปรุงกระบวนการทำงาน ลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อนได้อย่างน้อยร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วมการบรรยายผลการดำเนินงานที่ทำได้จริง การพัฒนาทักษะดิจิทัล: ผู้บริหารสถานศึกษาและบุคลากรได้รับการพัฒนาทักษะการบริหารงานยุคดิจิทัล ผ่านการศึกษาดูงานระบบบริการดิจิทัล การสืบค้นข้อมูล และการใช้เทคโนโลยีตรวจคัดลอกผลงานทางวิชาการ ณ หอสมุด มหาวิทยาลัยบูรพา การนำไปปฏิบัติจริง: ผู้เข้าร่วมโครงการนำแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ที่ได้จากการศึกษาดูงานไปจัดทำแผนพัฒนาตนเอง (ID PLAN) หรือข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA) เพื่อนำมาปรับปรุงกระบวนการทำงานในโรงเรียนและเขตพื้นที่การศึกษา ลดขั้นตอนการทำงานที่ไม่จำเป็น และเพิ่มความรวดเร็วด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

เป้าหมาย: เกิดวัฒนธรรมองค์กรที่มุ่งเน้นการเรียนรู้ร่วมกัน (Learning Organization) การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านกระบวนการ PLC และการปรับปรุงงานอย่างต่อเนื่อง

ด้านการสร้างวัฒนธรรมองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) และ PLC

เป้าหมายตามโครงการ เกิดวัฒนธรรมองค์กรที่มุ่งเน้นการเรียนรู้ร่วมกัน (Learning Organization) การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านกระบวนการ PLC และการปรับปรุงงานอย่างต่อเนื่อง การบรรยายผลการดำเนินงานที่ทำได้จริง การถอดบทเรียนเชิงลึก: เกิดกระบวนการถอดบทเรียน (After Action Review: AAR) และการนำเสนอแผนพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างกลุ่มโรงเรียน (Cluster) การขับเคลื่อนผ่าน PLC เกิดการจัดตั้งชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) เพื่อเป็นช่องทางในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ติดตามผล และร่วมกันแก้วิกฤต/ปัญหาในการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง

เป้าหมาย: ยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการและการให้บริการของเขตพื้นที่การศึกษา สร้างความพึงพอใจและความเชื่อมั่นให้แก่สถานศึกษา ครู ผู้เรียน และประชาชนผู้รับบริการ

ด้านการยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการและการให้บริการเป้าหมายตามโครงการ: ยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการและการให้บริการของเขตพื้นที่การศึกษา สร้างความพึงพอใจและความเชื่อมั่นให้แก่สถานศึกษา ครู ผู้เรียน และประชาชนผู้รับบริการการบรรยายผลการดำเนินงานที่ทำได้จริง:

เกิดนวัตกรรมการทำงาน: นำไปสู่การจัดทำแนวทางหรือนวัตกรรมในการปรับปรุงกระบวนการทำงานภายใน สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1 รวมไม่น้อยกว่า 10 แนวทาง/นวัตกรรมยกระดับองค์กรสู่ยุคดิจิทัล ช่วยปรับเปลี่ยนเขตพื้นที่การศึกษาให้เป็นองค์กรดิจิทัลและนวัตกรรม (Digital & Innovative Organization) ที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสามารถให้บริการแก่สถานศึกษา 105 แห่งในสังกัด รวมถึงครูและประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. ตัวชี้วัดความสำเร็จ (KPIs)
ที่ตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน
1 ร้อยละของกลุ่มเป้าหมาย ผู้บริหารสถานศึกษา และบุคลากร สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1 เข้าร่วมกิจกรรมศึกษาดูงานและถอดบทเรียน (ARR)/การปฏิบัติที่เป็นเลิศครบถ้วนตามกำหนดการ

กิจกรรมที่ 1 พัฒนาสมรรถนะการบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษา ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และศึกษาดูงาน ณ จังหวัดชลบุรี (14–15 ส.ค. 2569)

ตัวชี้วัด ร้อยละของกลุ่มเป้าหมาย ผู้บริหารสถานศึกษา และบุคลากร สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1 เข้าร่วมกิจกรรมศึกษาดูงานและถอดบทเรียน (AAR)/การปฏิบัติที่เป็นเลิศครบถ้วนตามกำหนดการค่าเป้าหมายตามโครงการ ร้อยละ 100

การบรรยายผลการดำเนินงานจริง ผู้บริหารสถานศึกษา (จำนวน 93 คน) พร้อมด้วยผู้บริหารการศึกษา ผู้อำนวยการกลุ่ม/หน่วย และศึกษานิเทศก์ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาสมรรถนะและศึกษาดูงาน ณ จังหวัดชลบุรี และได้เข้าร่วมกระบวนการถอดบทเรียน (After Action Review: AAR) ครบถ้วนตามกำหนดการ คิดเป็นร้อยละ 100 ของกลุ่มเป้าหมาย

กิจกรรมที่ 2 พัฒนาสมรรถนะการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการศึกษา ด้าน R2R และศึกษาประวัติศาสตร์ ณ อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย (28–29 ส.ค. 2569)

ตัวชี้วัด ร้อยละของกลุ่มเป้าหมาย ผู้บริหารสถานศึกษา และบุคลากร สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1 เข้าร่วมกิจกรรมศึกษาดูงานและถอดบทเรียน (AAR)/การปฏิบัติที่เป็นเลิศครบถ้วนตามกำหนดการค่าเป้าหมายตามโครงการ ร้อยละ 100

การบรรยายผลการดำเนินงานจริง บุคลากรทางการศึกษาตามมาตรา 38 ค. (2) และพนักงานราชการ สังกัด สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1 (จำนวน 59 คน) เข้าร่วมกิจกรรมศึกษาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ณ บ้านพิพิธภัณฑ์ไทดำ และพัฒนาสมรรถนะ R2R ณ อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย พร้อมเข้าร่วมกระบวนการถอดบทเรียนและวิพากษ์ผลงาน ครบถ้วนตามกำหนดการ คิดเป็นร้อยละ 100 ของกลุ่มเป้าหมาย

2 ร้อยละของผู้เข้าร่วมศึกษาดูงาน นำองค์ความรู้และนวัตกรรมจากหน่วยงานต้นแบบ มาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงาน

กิจกรรมที่ 1 ตัวชี้วัด ร้อยละของผู้เข้าร่วมศึกษาดูงาน นำองค์ความรู้และนวัตกรรมจากหน่วยงานต้นแบบ มาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงาน (จัดทำแผนพัฒนาตนเอง/PA หรือที่เกี่ยวข้อง) ค่าเป้าหมายตามโครงการ ร้อยละ 100

การบรรยายผลการดำเนินงานจริง ผู้เข้าร่วมศึกษาดูงานร้อยละ 100 นำองค์ความรู้ นวัตกรรม และแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ด้านการบริหารจัดการและระบบดิจิทัลจากหน่วยงานต้นแบบ (สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยบูรพา) ไปจัดทำรายงานการถอดบทเรียน (AAR) และวางแผนประยุกต์ใช้ผ่านการจัดทำแผนพัฒนาตนเองรายบุคคล (ID PLAN) หรือข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA)

กิจกรรมที่ 2 ตัวชี้วัด ร้อยละของผู้เข้าร่วมศึกษาดูงาน นำองค์ความรู้และนวัตกรรมจากหน่วยงานต้นแบบ มาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงาน (จัดทำแผนพัฒนาตนเอง/PA หรือที่เกี่ยวข้อง) ค่าเป้าหมายตามโครงการ ร้อยละ 100

การบรรยายผลการดำเนินงานจริง บุคลากรผู้เข้าร่วมกิจกรรมร้อยละ 100 นำองค์ความรู้ด้านการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย (Routine to Research: R2R) และการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ มาจัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงานที่ดีเยี่ยม (Best Practice) ของแต่ละกลุ่มงาน และนำไปกำหนดเป็นเป้าหมายในการจัดทำแผนพัฒนาตนเองรายบุคคล (ID PLAN) หรือข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA)

3 จำนวนของแนวทาง/นวัตกรรมในการปรับปรุงกระบวนงานของหน่วยงาน

กิจกรรมที่ 1 ตัวชี้วัด จำนวนของแนวทาง/นวัตกรรมในการปรับปรุงกระบวนงานของหน่วยงาน ค่าเป้าหมายตามโครงการ: ไม่น้อยกว่า 10 แนวทาง/นวัตกรรม (รวมทั้งโครงการ)

การบรรยายผลการดำเนินงานจริง เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านเวทีเสวนาและการนำเสนอผลงาน “Best Practice of Cluster” นำไปสู่การสังเคราะห์และจัดทำแนวทาง/นวัตกรรมการบริหารจัดการการศึกษาด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อปรับปรุงกระบวนงานภายในกลุ่มโรงเรียนและเขตพื้นที่การศึกษา ช่วยลดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อน

กิจกรรมที่ 2 ตัวชี้วัด จำนวนของแนวทาง/นวัตกรรมในการปรับปรุงกระบวนงานของหน่วยงาน

ค่าเป้าหมายตามโครงการ ไม่น้อยกว่า 10 แนวทาง/นวัตกรรม (รวมทั้งโครงการ) การบรรยายผลการดำเนินงานจริง: จากการนำเสนอและวิพากษ์ผลงานวิจัยรายกลุ่ม (R2R) ของผู้บริหารกลุ่มและบุคลากร สามารถสังเคราะห์เป็นแนวทาง/นวัตกรรมในการปรับปรุงกระบวนงานประจำภายในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ส่งผลให้เกิดการลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน และสร้างเครือข่าย PLC ระหว่างกลุ่มงาน

4. การดำเนินงานกิจกรรม และงบประมาณ
4.1 กิจกรรม: กิจกรรมที่ 1 พัฒนาสมรรถนะการบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1 ด้านเทนโนโลยีดิจิทัลและศึกษาดูงานหน่วยงานต้นแบบ ณ จังหวัดชลบุรี (ปรับตามที่ส่งเอกสารล้างหนี้)

ระยะเวลา: 14 ส.ค. 2569 ถึง 15 ส.ค. 2569

วิธีการดำเนินงาน:

1. ศึกษาสถานที่ สำหรับการศึกษาดูงานให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ

2. กำหนดวัน เวลา ดำเนินโครงการ แต่ละกิจกรรม

3. สำรวจสถานที่ ประสานงาน ที่พัก ร้านอาหาร และสถานที่ศึกษาดูงาน

4. ประชุม/วางแผน/จัดเตรียมกำหนดการ/ประสานวิทยากร

5. แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการ

6. ประชุมเชิงปฏิบัติการ

7. สรุป/รายงานผล

ผลการดำเนินงานโดยสังเขป:

การดำเนินกิจกรรมที่ 1 ได้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14–15 สิงหาคม 2569 ณ จังหวัดชลบุรี โดยมีผู้บริหารสถานศึกษาจำนวน 93 คน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารการศึกษาและบุคลากรทางการศึกษาที่เกี่ยวข้อง สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1 เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง คิดเป็นร้อยละ 100 ของกลุ่มเป้าหมาย

การดำเนินงานมุ่งเน้นการเสริมสร้างทักษะและสมรรถนะการบริหารงานยุคดิจิทัล ผ่านการประชุมรับมอบนโยบาย การนำเสนอแผนพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้ร่วมกันของกลุ่มโรงเรียน (Cluster) และเวทีเสวนาการบริหารจัดการระบบนิเวศการเรียนรู้ รวมทั้งการศึกษาดูงานกระบวนการทำงานและนวัตกรรมด้านดิจิทัล ณ หอสมุด มหาวิทยาลัยบูรพา ในเรื่องการให้บริการสารสนเทศดิจิทัลและการใช้โปรแกรมตรวจคัดลอกผลงานทางวิชาการ ผลสัมฤทธิ์สำคัญที่บรรลุตามเป้าหมาย การเข้าร่วมและถอดบทเรียน: กลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมกิจกรรมศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านกระบวนการถอดบทเรียน (After Action Review: AAR) ครบถ้วนร้อยละ 100 การประยุกต์ใช้องค์ความรู้: ผู้เข้าร่วมโครงการร้อยละ 100 นำองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) จากหน่วยงานต้นแบบ ไปจัดทำรายงานการถอดบทเรียน และวางแผนปรับปรุงการทำงานผ่านการจัดทำแผนพัฒนาตนเอง (ID PLAN) หรือข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA) การสร้างนวัตกรรมและปรับลดขั้นตอนงาน: เกิดการรวมกลุ่มชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) และสร้างสรรค์แนวทาง/นวัตกรรมในการปรับปรุงกระบวนงานภายในหน่วยงานได้รวมไม่น้อยกว่า 10 แนวทาง ซึ่งช่วยลดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อนได้อย่างน้อยร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วม และขับเคลื่อน สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1 สู่การเป็นองค์กรดิจิทัลและนวัตกรรม (Digital & Innovative Organization) อย่างยั่งยืน

งบประมาณเบิกจ่ายตามเอกสาร: 146,300.00 บาท

4.2 กิจกรรม: กิจกรรมที่ 2 พัฒนาสมรรถนะการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการศึกษาสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1 ด้านการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย R2R และศึกษาประวัติศาสตร์ จากหน่วยงานต้นแบบ ณ อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย (ตามบันทึก 25 ส.ค. 2569)

ระยะเวลา: 28 ส.ค. 2569 ถึง 29 ส.ค. 2569

วิธีการดำเนินงาน:

1. ศึกษาสถานที่ สำหรับการศึกษาดูงานให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ

2. กำหนดวัน เวลา ดำเนินโครงการ แต่ละกิจกรรม

3. สำรวจสถานที่ ประสานงาน ที่พัก ร้านอาหาร และสถานที่ศึกษาดูงาน

4. ประชุม/วางแผน/จัดเตรียมกำหนดการ/ประสานวิทยากร

5. แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการ

6. ประชุมเชิงปฏิบัติการ

1) บุคลากรลงทะเบียน ณ สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1 และออกเดินทางไปยังแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ ณ บ้านพิพิธภัณฑ์ไทดำ ต.เขาแก้ว อ.เชียงคาน จ.เลย

2) ศึกษาดูงานวิถีชีวิตชุมชนไทดำ รับฟังบรรยายความรู้ด้านประวัติศาสตร์และเข้าชมวิถีชีวิตชุมชน ในหัวข้อ "การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนและการขับ เคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากตามวิถีไทดำ" ณ บ้านพิพิธภัณฑ์ไทดำ

3) ประชุมรับมอบนโยบายการทำงานเป็นทีม รับฟังนโยบายการทำงานเป็นทีมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้แหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ โดย ดร.วิทยา เกษาอาจ ผอ.สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1 ณ ห้องประชุมริเวอร์ทรี รีสอร์ท เชียงคาน

4) นำเสนอผลงานวิจัย R2R รายกลุ่ม ผู้อำนวยการกลุ่มนำเสนอผลงานวิจัยรายกลุ่ม Routine to Research (R2R) โดยมีคณะศึกษานิเทศก์ร่วมดำเนินรายการ วิพากษ์ผลงาน R2R และ Best Practice เข้าร่วมกิจกรรมวิพากษ์การนำเสนอผลงาน R2R และผลงานต้นแบบนำไปสู่แนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice)

5) เสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผลงาน R2R: ร่วมเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผลงาน R2R ที่เป็นต้นแบบนำไปสู่แนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice)

6) การจัดทำ ID Plan และนำเสนอ Best Practice ของกลุ่มงาน รับฟังบรรยายหัวข้อ "กุญแจสำคัญสำหรับการจัดทำ ID Plan สำหรับบุคลากรทางการศึกษา" พร้อมรับชมการนำเสนอตัวอย่างการรายงานผลการดำเนินงานที่ดีเยี่ยม (Best Practice) ของแต่ละกลุ่มงาน

7) เดินทางกลับจังหวัดเพชรบูรณ์

7. สรุป/รายงานผล

ผลการดำเนินงานโดยสังเขป:

1. ด้านการพัฒนาสมรรถนะ R2R และการปรับปรุงงานประจำ

สมรรถนะการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย (R2R): บุคลากรทางการศึกษาสังกัด สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1 มีสมรรถนะและทักษะในการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย (Routine to Research: R2R) รวมถึงการจัดทำแผนพัฒนาตนเองรายบุคคล (ID Plan) เพิ่มขึ้นการลดขั้นตอนการทำงาน: สามารถนำองค์ความรู้ นวัตกรรม และผลงานต้นแบบ (Best Practice) ที่ได้จากการนำเสนอและวิพากษ์งานวิจัย R2R ของแต่ละกลุ่มงาน มาปรับปรุงกระบวนการปฏิบัติงานจริง ซึ่งช่วยลดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อนได้อย่างน้อย ร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วม

2. ด้านการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ความเข้าใจในประวัติศาสตร์และภูมิปัญญาท้องถิ่น: บุคลากรได้รับการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจในประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตชุมชนไทดำ ณ บ้านพิพิธภัณฑ์ไทดำ ตลอดจนแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก

การประยุกต์ใช้ในการทำงาน: เกิดการตระหนักรู้และนำแนวคิด คุณค่าทางประวัติศาสตร์ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ มาปรับใช้ในการสร้างแรงบันดาลใจและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้และการทำงานในเขตพื้นที่การศึกษา

3. ด้านการสร้างวัฒนธรรมองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) และเครือข่าย PLC การทำงานเป็นทีมและเครือข่าย PLC เกิดวัฒนธรรมการทำงานเป็นทีมที่มุ่งเน้นการเรียนรู้ร่วมกัน และเกิดการจัดตั้งเครือข่ายชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ระหว่างกลุ่ม/หน่วยงานต่าง ๆ ภายในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา การถอดบทเรียนอย่างต่อเนื่อง มีกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถอดบทเรียน (AAR) และวิพากษ์ผลงานเพื่อการปรับปรุงกระบวนงานอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง

4. ด้านการยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการและการให้บริการ การสร้างนวัตกรรมกระบวนงาน: สามารถสังเคราะห์แนวทางหรือนวัตกรรมในการปรับปรุงกระบวนงานประจำของแต่ละกลุ่มงาน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สร้างความพึงพอใจแก่ผู้รับบริการ ช่วยให้ระบบงานของเขตพื้นที่การศึกษามีความคล่องตัว โปร่งใส ตรวจสอบได้ และสามารถให้บริการแก่สถานศึกษา ครู ผู้เรียน และประชาชนผู้รับบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพและสร้างความเชื่อมั่นสูงขึ้น

งบประมาณเบิกจ่ายตามเอกสาร: 89,644.00 บาท

4.3 กิจกรรม: กิจกรรมที่ 3 รายงานผลการดำเนินงาน

ระยะเวลา: 1 ก.ย. 2569 ถึง 30 ก.ย. 2569

วิธีการดำเนินงาน:

1. ศึกษาสถานที่ สำหรับการศึกษาดูงานให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ

2. กำหนดวัน เวลา ดำเนินโครงการ แต่ละกิจกรรม

3. สำรวจสถานที่ ประสานงาน ที่พัก ร้านอาหาร และสถานที่ศึกษาดูงาน

4. ประชุม/วางแผน/จัดเตรียมกำหนดการ/ประสานวิทยากร

5. แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการ

6. ประชุมเชิงปฏิบัติการ

7. สรุป/รายงานผล

ผลการดำเนินงานโดยสังเขป:

การดำเนินกิจกรรมที่ 1 ได้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14–15 สิงหาคม 2569 ณ จังหวัดชลบุรี โดยมีผู้บริหารสถานศึกษาจำนวน 93 คน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารการศึกษาและบุคลากรทางการศึกษาที่เกี่ยวข้อง สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1 เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง คิดเป็นร้อยละ 100 ของกลุ่มเป้าหมาย

การดำเนินงานมุ่งเน้นการเสริมสร้างทักษะและสมรรถนะการบริหารงานยุคดิจิทัล ผ่านการประชุมรับมอบนโยบาย การนำเสนอแผนพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้ร่วมกันของกลุ่มโรงเรียน (Cluster) และเวทีเสวนาการบริหารจัดการระบบนิเวศการเรียนรู้ รวมทั้งการศึกษาดูงานกระบวนการทำงานและนวัตกรรมด้านดิจิทัล ณ หอสมุด มหาวิทยาลัยบูรพา ในเรื่องการให้บริการสารสนเทศดิจิทัลและการใช้โปรแกรมตรวจคัดลอกผลงานทางวิชาการ ผลสัมฤทธิ์สำคัญที่บรรลุตามเป้าหมาย การเข้าร่วมและถอดบทเรียน: กลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมกิจกรรมศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านกระบวนการถอดบทเรียน (After Action Review: AAR) ครบถ้วนร้อยละ 100 การประยุกต์ใช้องค์ความรู้: ผู้เข้าร่วมโครงการร้อยละ 100 นำองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) จากหน่วยงานต้นแบบ ไปจัดทำรายงานการถอดบทเรียน และวางแผนปรับปรุงการทำงานผ่านการจัดทำแผนพัฒนาตนเอง (ID PLAN) หรือข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA) การสร้างนวัตกรรมและปรับลดขั้นตอนงาน: เกิดการรวมกลุ่มชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) และสร้างสรรค์แนวทาง/นวัตกรรมในการปรับปรุงกระบวนงานภายในหน่วยงานได้รวมไม่น้อยกว่า 10 แนวทาง ซึ่งช่วยลดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อนได้อย่างน้อยร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วม และขับเคลื่อน สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1 สู่การเป็นองค์กรดิจิทัลและนวัตกรรม (Digital & Innovative Organization) อย่างยั่งยืน

กิจกรรมที่ 2 ได้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 - 29 สิงหาคม 2569 ณ จังหวัดเลย

1. ด้านการพัฒนาสมรรถนะ R2R และการปรับปรุงงานประจำ

สมรรถนะการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย (R2R): บุคลากรทางการศึกษาสังกัด สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1 มีสมรรถนะและทักษะในการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย (Routine to Research: R2R) รวมถึงการจัดทำแผนพัฒนาตนเองรายบุคคล (ID Plan) เพิ่มขึ้นการลดขั้นตอนการทำงาน: สามารถนำองค์ความรู้ นวัตกรรม และผลงานต้นแบบ (Best Practice) ที่ได้จากการนำเสนอและวิพากษ์งานวิจัย R2R ของแต่ละกลุ่มงาน มาปรับปรุงกระบวนการปฏิบัติงานจริง ซึ่งช่วยลดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อนได้อย่างน้อย ร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วม

2. ด้านการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ความเข้าใจในประวัติศาสตร์และภูมิปัญญาท้องถิ่น: บุคลากรได้รับการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจในประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตชุมชนไทดำ ณ บ้านพิพิธภัณฑ์ไทดำ ตลอดจนแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากการประยุกต์ใช้ในการทำงาน: เกิดการตระหนักรู้และนำแนวคิด คุณค่าทางประวัติศาสตร์ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ มาปรับใช้ในการสร้างแรงบันดาลใจและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้และการทำงานในเขตพื้นที่การศึกษา

3. ด้านการสร้างวัฒนธรรมองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) และเครือข่าย PLC การทำงานเป็นทีมและเครือข่าย PLC เกิดวัฒนธรรมการทำงานเป็นทีมที่มุ่งเน้นการเรียนรู้ร่วมกัน และเกิดการจัดตั้งเครือข่ายชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ระหว่างกลุ่ม/หน่วยงานต่าง ๆ ภายในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา การถอดบทเรียนอย่างต่อเนื่อง มีกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถอดบทเรียน (AAR) และวิพากษ์ผลงานเพื่อการปรับปรุงกระบวนงานอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง

4. ด้านการยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการและการให้บริการ การสร้างนวัตกรรมกระบวนงาน: สามารถสังเคราะห์แนวทางหรือนวัตกรรมในการปรับปรุงกระบวนงานประจำของแต่ละกลุ่มงาน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สร้างความพึงพอใจแก่ผู้รับบริการ ช่วยให้ระบบงานของเขตพื้นที่การศึกษามีความคล่องตัว โปร่งใส ตรวจสอบได้ และสามารถให้บริการแก่สถานศึกษา ครู ผู้เรียน และประชาชนผู้รับบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพและสร้างความเชื่อมั่นสูงขึ้น

งบประมาณเบิกจ่ายตามเอกสาร: 0.00 บาท

5. ความเชื่อมโยงกับแผนระดับต่างๆ
5.1 ยุทธศาสตร์ชาติ
ด้าน: ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพมนุษย์
เป้าหมาย: 1. คนไทยเป็นคนดี คนเก่ง มีคุณภาพ พร้อมสำหรับวิถีชีวิตในศตวรรษที่ 21
ประเด็น: 3. ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21
ประเด็นย่อย: - ไม่มีความสอดคล้อง -
ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ (ตามแผน):
โครงการเสริมสร้างศักยภาพผู้บริหารสถานศึกษาและบุคลากรทางการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1 สู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ ด้านประวัติศาสตร์และเทคโนโลยีดิจิทัล ประจำปี พ.ศ. 2569 มีบทบาทสำคัญในการบรรลุเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพมนุษย์ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพมนุษย์ ประเด็นที่ 3 “ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21” และตอบสนองต่อประเด็นย่อยที่ 3.2 “การเปลี่ยนโฉมบทบาท ‘ครู’ ให้เป็นครูยุคใหม่” เป้าหมายที่ 1 “คนไทยเป็นคนดี คนเก่ง มีคุณภาพ พร้อมสำหรับวิถีชีวิตในศตวรรษที่ 21” โดยมุ่งเน้นให้บุคลากรได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องผ่านการเรียนรู้จากหน่วยงานต้นแบบ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ และแนวคิดใหม่ ๆ ในการบริหารจัดการศึกษา นำไปสู่การยกระดับคุณภาพการปฏิบัติงานและการให้บริการทางการศึกษา เกิดการพัฒนาองค์กรให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ และส่งผลต่อการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติ

ผลการดำเนินงานต่อเป้าหมาย:

1. ความสอดคล้องกับเป้าหมายระดับยุทธศาสตร์ชาติ

โครงการนี้จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองต่อ ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ในประเด็นการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 โดยเฉพาะการเปลี่ยนโฉมบทบาท "ครู" ให้เป็นครูยุคใหม่ เพื่อมุ่งเน้นให้คนไทยเป็นคนดี คนเก่ง มีคุณภาพ และมีทักษะพร้อมสำหรับวิถีชีวิตในศตวรรษที่ 21 นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นที่ 12 การพัฒนาการเรียนรู้ (แผนย่อย 1201) ที่มุ่งให้ผู้เรียนได้รับการศึกษาตามมาตรฐานสากลและมีนิสัยใฝ่เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

ตลอดจนสอดรับกับ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (หมุดหมายที่ 12) ในการพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs Goal 4) และแผนปฏิบัติการของ สพฐ. ในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้พัฒนาการบริหารจัดการและการจัดการเรียนรู้

2. การปิดช่องว่างการพัฒนา (Gap Closing)

โครงการได้แก้ปัญหาและปิดช่องว่างการพัฒนา (Gap) ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา ซึ่งเดิมยังขาดกระบวนการเรียนรู้เชิงลึก การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับปรุงกระบวนงาน (Digital Transformation) และกลไก PLC ที่ต่อเนื่อง โดยเปลี่ยนรูปแบบจากการอบรมเชิงทฤษฎีทั่วไปมาเป็นการ เรียนรู้เชิงประสบการณ์จริง (Experiential Learning) ผ่านการศึกษาดูงาน ณ หน่วยงานต้นแบบที่มีแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) การถอดบทเรียน (AAR) และการขับเคลื่อนผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC)

3. ผลที่เกิดขึ้นจริงและผลกระทบระดับยุทธศาสตร์ชาติ

ด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และคุณภาพการเรียนรู้: เกิดการยกระดับสมรรถนะผู้บริหารสถานศึกษาและบุคลากรให้เป็น "ผู้นำทางวิชาการและนวัตกรรมดิจิทัล" ที่สามารถนำองค์ความรู้ไปพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ในสถานศึกษา โดยบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เพื่อหล่อหลอมผู้เรียนให้มีทักษะดิจิทัลแห่งอนาคต ควบคู่กับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามอัตลักษณ์ "ลูกพ่อขุนผาเมือง" (เสียสละ กล้าหาญ ชาญฉลาด) ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ: บุคลากรสามารถสังเคราะห์แนวทางและนวัตกรรมในการปรับปรุงกระบวนงานประจำ (เช่น งานวิจัย R2R และงานบริหารดิจิทัล) ช่วยลดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อน เพิ่มความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และปรับเปลี่ยน สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1 ไปสู่การเป็น "องค์กรดิจิทัลและนวัตกรรม (Digital & Innovative Organization)" ที่มีระบบบริหารจัดการคล่องตัวและมีมาตรฐานสูงขึ้นอย่างยั่งยืน

5.2 แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ
แผนแม่บท: 12 ประเด็น การพัฒนาการเรียนรู้
เป้าหมาย: 1.คนไทยมีการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากลเพิ่มขึ้น มีทักษะที่จำเป็นของโลกศตวรรษที่ 21 สามารถในการแก้ปัญหา ปรับตัว สื่อสาร และทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิผลเพิ่มขึ้น มีนิสัยใฝ่เรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต

ผลการดำเนินงานต่อเป้าหมาย:

ผลการดำเนินงานต่อเป้าหมายของแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นที่ 12 การพัฒนาการเรียนรู้ (เป้าหมายที่ 1) และ แผนย่อย 1201 การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 มีรายละเอียดผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นจริงดังนี้

1. ด้านการสร้างนิสัยใฝ่เรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต (Lifelong Learning) โครงการทำหน้าที่เป็นระบบสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพและสมรรถนะอย่างต่อเนื่อง โดยนำผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และบุคลากรทางการศึกษา รวม 152 คน ปรับเปลี่ยนรูปแบบจากการเรียนรู้เชิงทฤษฎีทั่วไปมาเป็นการเรียนรู้เชิงประสบการณ์จริง (Experiential Learning) ผ่านการศึกษาดูงาน ณ หน่วยงานต้นแบบ ส่งผลให้เกิดกระบวนการถอดบทเรียน (AAR) และการจัดตั้งกลุ่มชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตตามเป้าหมายของแผนแม่บท

2. ด้านการเปลี่ยนโฉมบทบาทบุคลากรทางการศึกษาเป็นผู้นำยุคใหม่

ยกระดับสมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษาและบุคลากรให้เป็น "ผู้นำทางวิชาการและนวัตกรรมดิจิทัล" ที่มีวิสัยทัศน์ สมรรถนะด้านการบริหารจัดการดิจิทัล และทักษะการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย (R2R) โดยผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมดนำองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ไปจัดทำแผนพัฒนาตนเองรายบุคคล (ID PLAN) หรือข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA) เพื่อปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานจริง

3. ด้านการส่งต่อผลสัมฤทธิ์ในการยกระดับทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21ผู้บริหารสถานศึกษานำองค์ความรู้และนวัตกรรมที่ได้รับไปออกแบบและสร้าง ระบบนิเวศการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ในสถานศึกษา โดยบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลร่วมกับประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เพื่อส่งต่อไปยังผู้เรียนให้ได้รับการพัฒนาทักษะที่จำเป็นในโลกศตวรรษที่ 21 ทั้งด้านการคิดวิเคราะห์ การใช้เทคโนโลยี การสื่อสาร การแก้ปัญหา และการทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิผล

ควบคู่กับการหล่อหลอมคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามอัตลักษณ์ "ลูกพ่อขุนผาเมือง" (เสียสละ กล้าหาญ ชาญฉลาด)

4. ด้านการพัฒนาองค์กรแห่งการเรียนรู้และการปรับปรุงกระบวนงาน เกิดการจัดทำแนวทางหรือนวัตกรรมในการปรับปรุงกระบวนงานภายในกลุ่มงานและสถานศึกษารวมไม่น้อยกว่า 10 แนวทาง/นวัตกรรม ซึ่งช่วยลดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อนได้อย่างน้อยร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วม

ส่งผลให้ สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1 สามารถยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการและการให้บริการ ปรับเปลี่ยนไปสู่การเป็น "องค์กรดิจิทัลและนวัตกรรม (Digital & Innovative Organization)" ที่มีความโปร่งใส คล่องตัว และตรวจสอบได้

5.3 แผนย่อยของแผนแม่บทฯ
แผนย่อย: 1201 แผนย่อยการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21
เป้าหมาย: คนไทยได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน มีทักษะการเรียนรู้ และทักษะที่จำเป็นของโลกศตวรรษที่ 21 สามารถเข้าถึงการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตดีขึ้น

ผลการดำเนินงานต่อเป้าหมาย:

1. ความเชื่อมโยงกับเป้าหมายของแผนย่อย

โครงการนี้จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองต่อ แผนย่อย 1201 การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 ภายใต้แผนแม่บทประเด็นที่ 12 การพัฒนาการเรียนรู้ โดยเน้นแนวทางการพัฒนาในการ เปลี่ยนโฉมบทบาท “ครู” และบุคลากรทางการศึกษาให้เป็นครูยุคใหม่ ทำหน้าที่เป็นระบบสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพและสมรรถนะอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายให้คนไทยได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน มีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 และสามารถเข้าถึงการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตได้ดียิ่งขึ้น

2. ผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นจริงต่อเป้าหมายของแผนย่อย

การสร้างระบบสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพและสมรรถนะอย่างต่อเนื่อง: โครงการทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการยกระดับศักยภาพบุคลากรทางการศึกษารวม 152 คน (ผู้บริหารการศึกษา 4 คน, ผู้บริหารสถานศึกษา 93 คน และบุคลากรทางการศึกษา 55 คน) โดยเปลี่ยนรูปแบบจากการอบรมเชิงทฤษฎีทั่วไปมาเป็นการ เรียนรู้เชิงประสบการณ์จริง (Experiential Learning) ผ่านการศึกษาดูงาน ณ หน่วยงานต้นแบบที่มีแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ด้านดิจิทัลและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น การยกระดับบุคลากรสู่ผู้นำยุคใหม่และการพัฒนางานประจำสู่นวัตกรรมผู้

บริหารสถานศึกษา ได้รับการพัฒนาสมรรถนะเป็น "ผู้นำทางวิชาการและนวัตกรรมดิจิทัล" จากการศึกษาดูงานระบบบริการดิจิทัล ณ มหาวิทยาลัยบูรพา นำไปสู่การออกแบบระบบนิเวศการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ในสถานศึกษา

บุคลากรทางการศึกษา ได้รับการพัฒนาทักษะการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย (Routine to Research: R2R) และการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ณ อำเภอเชียงคาน เพื่อนำมาปรับปรุงกระบวนงานประจำให้มีความคล่องตัวและลดขั้นตอนซ้ำซ้อน

ผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมดได้นำองค์ความรู้ไปจัดทำแผนพัฒนาตนเองรายบุคคล (ID PLAN) หรือข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA) เพื่อขับเคลื่อนการปฏิบัติงานจริงการสร้างกลไกการเรียนรู้ตลอดชีวิตผ่าน PLC และ AAR: เกิดการจัดตั้งกลุ่มชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ทั้งภายในหน่วยงานและเครือข่ายระหว่างหน่วยงาน ร่วมกับกระบวนการถอดบทเรียน (After Action Review: AAR) ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมให้เกิดวัฒนธรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการปรับปรุงงานอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตภายในองค์กรการส่งต่อผลสัมฤทธิ์สู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและสถานศึกษา เกิดการสังเคราะห์และร้างสรรค์แนวทางหรือนวัตกรรมในการปรับปรุงกระบวนงานรวม ไม่น้อยกว่า 10 แนวทาง/นวัตกรรม ซึ่งช่วยยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการของเขตพื้นที่การศึกษาในการสนับสนุนสถานศึกษา 105 แห่ง ในสังกัด ส่งผลให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาทักษะดิจิทัลแห่งอนาคต ควบคู่กับการหล่อหลอมคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามอัตลักษณ์ "ลูกพ่อขุนผาเมือง" (เสียสละ กล้าหาญ ชาญฉลาด) อย่างเป็นรูปธรรม

5.4 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13
หมุดหมาย: M12 ไทยมีกำลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์การพัฒนาแห่งอนาคต
เป้าหมายหลัก: 2. การพัฒนาคนสู่โลกยุคใหม่
เป้าหมายระดับหมุดหมาย: คนไทยได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพในทุกช่วงวัย มีสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับโลกยุคใหม่ มีคุณลักษณะตามบรรทัดฐานที่ดีของสังคม มีคุณธรรม จริยธรรม และมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกโฉมฉับพลันของโลก สามารถดำรงชีวิตร่วมกันในสังคมได้อย่างสงบสุข

ผลการดำเนินงานต่อเป้าหมาย:

1. ความสอดคล้องกับเป้าหมายของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 โครงการนี้จัดตั้งขึ้นเพื่อตอบสนองต่อ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ใน เป้าหมายหลักที่ 2 การพัฒนาคนสู่โลกยุคใหม่ และ หมุดหมายที่ 12: ไทยมีกำลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์การพัฒนาแห่งอนาคต ซึ่งมุ่งเน้นให้คนไทยได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพในทุกช่วงวัย มีสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับโลกยุคใหม่ มีคุณธรรม จริยธรรม และมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกโฉมฉับพลันของโลก

2. ผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นจริงต่อเป้าหมายของแผน 13

การพัฒนากำลังคนทางการศึกษาให้มีสมรรถนะสูง (High-Competency Workforce): ยกระดับสมรรถนะผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา (93 คน) และบุคลากรทางการศึกษา รวม 152 คน ให้เป็น "ผู้นำทางวิชาการและนวัตกรรมดิจิทัล" บุคลากรได้รับการพัฒนาทักษะดิจิทัล การสืบค้นสารสนเทศ การตรวจคัดลอกผลงานทางวิชาการ ณ สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยบูรพา ตลอดจนสมรรถนะการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย (Routine to Research: R2R)

การสร้างสังคมและองค์กรแห่งการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง (Continuous Lifelong Learning): เกิดการเปลี่ยนรูปแบบการเรียนรู้เป็นการเรียนรู้เชิงประสบการณ์จริง (Experiential Learning) ผ่านการศึกษาดูงานหน่วยงานต้นแบบและการถอดบทเรียน (After Action Review: AAR) เกิดการจัดตั้งชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ทั้งภายในและระหว่างกลุ่มงาน โดยผู้เข้าร่วมโครงการ ร้อยละ 100 นำองค์ความรู้ไปจัดทำแผนพัฒนาตนเองรายบุคคล (ID PLAN) หรือข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA) เพื่อพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง การปลูกฝังคุณลักษณะและทักษะที่จำเป็นสำหรับโลกยุคใหม่แก่ผู้เรียน ผู้บริหารสถานศึกษานำองค์ความรู้ไปจัดตั้งและพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ในสถานศึกษา 105 แห่งในสังกัด บูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลร่วมกับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อหล่อหลอมผู้เรียนให้มีทักษะดิจิทัลแห่งอนาคต ควบคู่กับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามอัตลักษณ์ "ลูกพ่อขุนผาเมือง" (เสียสละ กล้าหาญ ชาญฉลาด) ทำให้ผู้เรียนมีภูมิคุ้มกันและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 การปรับเปลี่ยนสู่องค์กรดิจิทัลและนวัตกรรม (Digital & Innovative Organization):

เกิดการสังเคราะห์และสร้างสรรค์แนวทางหรือนวัตกรรมในการปรับปรุงกระบวนงานประจำ รวมไม่น้อยกว่า 10 แนวทาง/นวัตกรรม

ช่วยลดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อนได้อย่างน้อย ร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วม เพิ่มความโปร่งใส คล่องตัว และยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการและการให้บริการทางการศึกษาแก่ครู ผู้เรียน และประชาชนผู้รับบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

6. ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ
ปัญหาและอุปสรรค

ไม่มี

ข้อเสนอแนะ

ไม่มี

สาเหตุที่เบิกจ่ายไม่ตามแผน (กรณีพับงบ/เงินเหลือ)

1. เนื่องจากผู้เข้ารับการอบรม ติดไปราชการเร่งด่วนไม่สามารถไปร่วมได้

2. การไปราชการเพื่อศึกษาดูงานที่ อ.เชียงคาน จ.เลย เดินทางโดยรถยนต์ส่วนบุคคล มีข้าราชการที่เดินทางโดยรถยนต์ส่วนบุคคลไม่ขอเบิกค่าน้ำมันเชื้อเพลง จำนวน 3 คัน