1.1 เพื่อชี้แจงและสื่อสารแนวนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เกี่ยวกับการบริหารจัดการ การควบรวม และการเลิกสถานศึกษา ให้ผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็กได้รับทราบและมีความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกัน
1.2 เพื่อจัดทำแผนการเตรียมความพร้อม การบริหารจัดการบุคลากร ทรัพยากร และการสนับสนุนงบประมาณ เพื่อรองรับการรวม/เลิกสถานศึกษา ตามแนวทางที่ สพฐ. กำหนด
ผู้บริหารสถานศึกษาของโรงเรียนขนาดเล็กในสังกัด และคณะทำงาน รวมทั้งสิ้นจำนวน 90 คน เข้าร่วมประชุมรับฟังการชี้แจงแนวนโยบาย
สถานศึกษาเป้าหมาย (โรงเรียนขนาดเล็ก) จำนวน 59 แห่ง รับทราบนโยบายแนวปฏิบัติ และแนวทางการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการบริหารจัดการสถานศึกษา
ผู้บริหารสถานศึกษาในกลุ่มโรงเรียนขนาดเล็กมีความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกันเกี่ยวกับแผนการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กของรัฐบาล และสามารถนำข้อมูลไปสื่อสารสร้างความเข้าใจกับครู บุคลากร คณะกรรมการสถานศึกษา และชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1 ดำเนินการขับเคลื่อนการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กได้อย่างเป็นรูปธรรม ลดข้อกังวลในพื้นที่ นำไปสู่การจัดสรรและบูรณาการทรัพยากรทางการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าสูงสุด
| ที่ | ตัวชี้วัด | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|---|
| 1 | ร้อยละของกลุ่มเป้าหมาย (ผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็กและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง) เข้าร่วมการประชุมชี้แจงแนวทางการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก | 1. โรงเรียนขนาดเล็ก จำนวน 59 แห่ง กลุ่มเป้าหมาย จำนวน 90 คน รับทราบนโยบาย มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง และสามารถเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการบริหารจัดการหรือการควบรวมสถานศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ จำนวน 87 คน คิดเป็นร้อยละ 96.67 |
| 2 | ร้อยละของโรงเรียนขนาดเล็กมีการเตรียมความพร้อม และจัดทำแผนรองรับการบริหารจัดการรวม/เลิกสถานศึกษา | 2. โรงเรียนขนาดเล็ก จำนวน 59 แห่ง ได้รับการเตรียมความพร้อม และจัดทำแผนรองรับการบริหารจัดการรวม/เลิกสถานศึกษา จำนวน 59 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 100 |
ระยะเวลา: 27 ส.ค. 2569 ถึง 27 ส.ค. 2569
วิธีการดำเนินงาน:จัดประชุมชี้แจงแนวทางการขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพการศึกษาและการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก วันที่ 27 สิงหาคม 2569 ณ ห้องประชุมมะขามหวาน โดยผู้บริหารสถานศึกษาและผู้เกี่ยวข้องในโรงเรียนขนาดเล็ก จำนวน 59 แห่ง ผู้เข้าร่วมประชุม จำนน 87 คน รับทราบนโยบาย มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง และสามารถเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการบริหารจัดการหรือการควบรวมสถานศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
1. ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้เกี่ยวข้องในโรงเรียนขนาดเล็ก จำนวน 59 แห่ง ผู้เข้าร่วมประชุม จำนวน 87 คน รับทราบนโยบาย มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง และสามารถเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการบริหารจัดการหรือการควบรวมสถานศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. โรงเรียนขนาดเล็ก จำนวน 59 แห่ง มีการเตรียมความพร้อม และจัดทำแผนรองรับการบริหารจัดการรวม/เลิกสถานศึกษา
งบประมาณเบิกจ่ายตามเอกสาร: 0.00 บาท
ระยะเวลา: 1 ก.ย. 2569 ถึง 1 ก.ย. 2569
วิธีการดำเนินงาน:ดำเนินการสรุปและจัดทำรายงานผลการดำเนินงานโครงการนำเสนอผู้บริหารให้รับทราบและเป็นแนวทางในการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กต่อไป
สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1 มีรายงานผลการดำเนินงานโครงการเพื่อใช้เป็นแนวทางในการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กต่อไป
งบประมาณเบิกจ่ายตามเอกสาร: 0.00 บาท
การดำเนินโครงการขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพการศึกษาและการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ส่งผลต่อเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ โดยมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการศึกษาในระดับเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา ผ่านการสื่อสารนโยบาย สร้างความรู้ความเข้าใจ และกำหนดแนวทางการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก การรวม และการเลิกสถานศึกษาให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวนโยบายของทางราชการ
ผลจากการดำเนินงานทำให้ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้เกี่ยวข้องมีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถนำแนวทางไปใช้ในการวางแผนและบริหารจัดการสถานศึกษาได้อย่างเหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ ส่งเสริมให้การใช้ทรัพยากรทางการศึกษา ทั้งบุคลากร งบประมาณ อาคารสถานที่ และวัสดุอุปกรณ์ เกิดความคุ้มค่า ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการศึกษา
นอกจากนี้ การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กที่มีประสิทธิภาพเอื้อต่อการจัดสรรทรัพยากรและการสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสม ส่งผลให้สถานศึกษาสามารถมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนได้มากยิ่งขึ้น ทั้งด้านความรู้ ทักษะ สมรรถนะ และคุณลักษณะที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 อันนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ คือ “คนไทยเป็นคนดี คนเก่ง มีคุณภาพ พร้อมสำหรับวิถีชีวิตในศตวรรษที่ 21”
การดำเนินโครงการขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพการศึกษาและการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ส่งผลสนับสนุนต่อเป้าหมายของแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติประเด็นที่ 12 การพัฒนาการเรียนรู้ โดยสถานศึกษาและผู้บริหารสถานศึกษาได้รับการสื่อสารนโยบายและแนวทางการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก การรวม และการเลิกสถานศึกษาอย่างถูกต้อง ทำให้สามารถนำข้อมูลและแนวทางไปใช้ประกอบการวางแผนบริหารจัดการสถานศึกษาให้เหมาะสมกับบริบท และความต้องการของผู้เรียน
ผลการดำเนินงานดังกล่าวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรทางการศึกษาทั้งด้านบุคลากร งบประมาณ สื่อ วัสดุอุปกรณ์ และสภาพแวดล้อมทางการเรียนรู้ ทำให้สามารถจัดสรรทรัพยากรไปสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสมและคุ้มค่า ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้รับโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพและมีมาตรฐานอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
นอกจากนี้ การบริหารจัดการสถานศึกษาที่มีประสิทธิภาพยังเอื้อต่อการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรู้และการส่งเสริมทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 ทั้งด้านการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การสื่อสาร การปรับตัว และการทำงานร่วมกับผู้อื่น อันเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาผู้เรียนให้สามารถเรียนรู้และปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงได้อย่างต่อเนื่อง และสอดคล้องกับเป้าหมายของแผนแม่บทฯ ที่มุ่งให้คนไทยมีการศึกษา ที่มีคุณภาพ มีทักษะที่จำเป็นของโลกศตวรรษที่ 21 และมีนิสัยใฝ่เรียนรู้ตลอดชีวิต
การดำเนินโครงการขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพการศึกษาและการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ส่งผลสนับสนุนต่อเป้าหมายของแผนย่อยการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 โดยผู้บริหารสถานศึกษาและผู้เกี่ยวข้องได้รับความรู้ ความเข้าใจ และแนวทางการดำเนินงานเกี่ยวกับการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก การรวม และการเลิกสถานศึกษา สามารถนำไปใช้ประกอบการวางแผนและตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลและบริบทของสถานศึกษาได้อย่างเหมาะสม
ผลการดำเนินงานช่วยให้การบริหารจัดการศึกษาในระดับเขตพื้นที่และระดับสถานศึกษามีทิศทาง ที่ชัดเจน เกิดการบูรณาการและใช้ทรัพยากรทางการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และมุ่งผลสัมฤทธิ์ ของผู้เรียน ตลอดจนส่งเสริมให้หน่วยงานและสถานศึกษามีความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ทางการศึกษา และสามารถบริหารจัดการทรัพยากรเพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสม
นอกจากนี้ การบริหารจัดการสถานศึกษาที่มีประสิทธิภาพและการจัดสรรทรัพยากรที่เหมาะสม ส่งผลให้ผู้เรียนมีโอกาสเข้าถึงการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้มากขึ้น อันเป็นพื้นฐานในการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และทักษะที่จำเป็นของโลกศตวรรษที่ 21 ได้แก่ การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การสื่อสาร การปรับตัว และการทำงานร่วมกับผู้อื่น รวมทั้งส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ และพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต สอดคล้องกับเป้าหมายของแผนย่อยที่มุ่งให้คนไทยได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพและมีทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21
การดำเนินโครงการขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพการศึกษาและการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 มีส่วนสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายหลักของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ด้านการพัฒนาคนสู่โลกยุคใหม่ และสอดคล้องกับหมุดหมายที่ 12 ไทยมีกำลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์การพัฒนาแห่งอนาคต โดยการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และแนวทางการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก การรวม และการเลิกสถานศึกษาให้แก่ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้เกี่ยวข้อง ส่งผลให้สามารถวางแผนและบริหารจัดการสถานศึกษาได้อย่างเหมาะสมกับบริบทและมุ่งเน้นผลลัพธ์ทางการศึกษา
ผลการดำเนินงานช่วยส่งเสริมให้การบริหารจัดการทรัพยากรทางการศึกษา ทั้งบุคลากร งบประมาณ สื่อ วัสดุอุปกรณ์ และอาคารสถานที่ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียน ทำให้สามารถนำทรัพยากรไปสนับสนุนการจัดการเรียนรู้และพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสม อันเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพตามช่วงวัย
นอกจากนี้ การบริหารจัดการศึกษาที่มีประสิทธิภาพยังเอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ที่มุ่งพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียน ทั้งด้านการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การสื่อสาร การทำงานร่วมกับผู้อื่น การปรับตัว และการเรียนรู้ด้วยตนเอง ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะที่เหมาะสม มีคุณธรรม จริยธรรม และสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกได้
ดังนั้น ผลการดำเนินงานของโครงการจึงมีส่วนสนับสนุนการพัฒนาระบบการศึกษาให้มีประสิทธิภาพและเอื้อต่อการพัฒนาคนในทุกช่วงวัย นำไปสู่การยกระดับคุณภาพผู้เรียนให้มีสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับโลกยุคใหม่ สามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่อง และสอดคล้องกับเป้าหมายหลักของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 คือ “การพัฒนาคนสู่โลกยุคใหม่”
1. ผู้บริหาร ครู ผู้ปกครอง และชุมชนบางส่วนมีความกังวลและความเข้าใจเกี่ยวกับการรวม/เลิกสถานศึกษาแตกต่างกัน
2. โรงเรียนขนาดเล็กแต่ละแห่งมีบริบทและข้อจำกัดแตกต่างกัน เช่น จำนวนนักเรียน ระยะทาง การคมนาคม และความพร้อมของโรงเรียนหลัก
3. การขับเคลื่อนโครงการต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย และอาจได้รับผลกระทบจาก การเปลี่ยนแปลงนโยบาย หลักเกณฑ์ หรือแนวทางปฏิบัติจากหน่วยงานส่วนกลาง
1. สร้างความเข้าใจอย่างต่อเนื่อง โดยสื่อสารนโยบายและแนวทางการดำเนินงานแก่ผู้บริหาร ครู ผู้ปกครอง และชุมชนอย่างชัดเจน พร้อมเปิดโอกาสให้ซักถามและแสดงความคิดเห็น
2. พิจารณาบริบทของสถานศึกษาเป็นรายกรณี โดยใช้ข้อมูลจำนวนนักเรียน ระยะทาง การคมนาคม ความพร้อมของโรงเรียนหลัก และผลกระทบต่อผู้เรียนประกอบการวางแผน
3. จัดทำแผนเตรียมความพร้อมล่วงหน้า โดยกำหนดแนวทางด้านบุคลากร อาคารสถานที่ การรับส่งนักเรียน งบประมาณ และการดูแลช่วยเหลือนักเรียนให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่
4. ประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งสถานศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและลดข้อกังวล
5. ติดตามนโยบายและหลักเกณฑ์จากส่วนกลางอย่างใกล้ชิด พร้อมปรับแผนและแนวทาง การดำเนินงานให้สอดคล้องกับนโยบายที่เปลี่ยนแปลง และสื่อสารให้สถานศึกษาทราบอย่างรวดเร็ว